ทหารเมียนมาส่งมิก-29 ถล่มฝ่ายต่อต้าน หลังพบขึ้นธงชาติกะเหรี่ยงในเมียวดี

กลุ่มควันบริเวณค่ายผาซอง

ที่มาของภาพ, STR/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, กลุ่มควันไฟบริเวณค่ายผาซอง เมืองเมียวดี หลังกองทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศ

ความท้าทายของกองกำลังผสมของฝ่ายต่อต้านในขณะนี้คือ พวกเขาจะสามารถรักษาเมืองเมียวดีที่ยึดจากรัฐบาลทหารเมียนมาได้หรือไม่ เพราะดูเหมือนว่าทางกองทัพเมียนมาพยายามส่งกำลังเสริมเข้ามาในเมียวดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อทวงคืนฐานที่มั่นที่ใหญ่ที่สุดซึ่งอยู่ติดชายแดนฝั่งตะวันตกของไทย

ฝ่ายต่อต้านเปลี่ยนธงชาติเมียนมาเป็นธงชาติกองกำลังกะเหรี่ยง KNA ด้านเมียนมาโต้กลับ

ล่าสุดวันนี้ (16 เม.ย.) นายสมจิต รุ่งจำรัสรัศมี ผู้สื่อข่าวพิเศษของบีบีซีไทย ประจำ จ.ตาก รายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ทางกองทัพเมียนมาส่งเครื่องบินรบมิก-29 โจมตีทางอากาศบริเวณค่ายผาซองหรือกองพันทหารราบที่ 275 ในตัวเมืองเมียวดี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ซึ่งถูกฝ่ายต่อต้านยึดได้เมื่อหลายวันก่อน

การปฏิบัติการอากาศครั้งนี้ ทำให้เกิดไฟลุกไหม้โดยรอบของกองพันทหารราบที่ 275 ขณะที่ฝ่ายต่อต้านต้องหลบเข้าไปในหลุมหลบภัย สามารถเห็นกลุ่มควันไฟได้จากฝั่งไทย

ก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวว่าทางกองทัพเมียนมาพยายามยึดคืนฐานที่มั่นทางทหารที่ใหญ่ที่สุดในเมียวดีให้ได้ หลังจากพ่ายให้กับฝ่ายต่อต้าน

สำหรับสาเหตุการโจมตีครั้งนี้ คาดว่าทางกองทัพเมียนมาต้องการโต้กลับกองทัพกะเหรี่ยงแห่งชาติหรือเคเอ็นเอ (Karen National Army - KNA) ของพันเอกชิต ตุ อดีตผู้นำกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยงหรือกะเหรี่ยงบีจีเอฟ (Karen Border Guard Force-Karen BGF) ซึ่งประกาศตัดขาดกับกองทัพเมียนมาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และฝ่ายต่อต้านที่นำโดยสหภาพกะเหรี่ยงแห่งชาติหรือเคเอ็นยู (KNU)

โดยวานนี้ (15 เม.ย.) พันเอกชิต ตุ สั่งการให้ทหารที่อยู่กองบัญชาการยุทธวิธีบ้านปากานซึ่งเดิมคือฐานที่มั่นของกองทัพเมียนมา นำธงชาติเมียนมาออกและทำลาย จากเดิมที่เคยมีธงชาติเมียนมาอยู่คู่กับธงของกะเหรี่ยงบีจีเอฟ ปัจจุบัน มีเพียงธงของกองกำลัง KNA ถูกชักขึ้นสู่เสาแทน

ทั้งนี้ มีรายงานว่ามีการเปลี่ยนจากธงชาติเมียนมาเป็นธงชาติกองกำลังกะเหรี่ยง เกิดขึ้นที่ค่ายผาซองด้วย แต่ทางบีบีซีไทยไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างอิสระว่าเป็นธงชาติของ KNA หรือ KNU

เปลี่ยนธง

ที่มาของภาพ, STR/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ธงชาติของกลุ่มกะเหรี่ยงถูกนำขึ้นแทนธงชาติเมียนมาในค่ายทหารที่ฝ่ายต่อต้านยึดไว้ได้
ป้ายประกาศรับสมัครทหารของ KNA

ที่มาของภาพ, STR/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ป้ายประกาศรับสมัครทหารของ KNA

ผู้สื่อข่าวรายงานยังรายงานด้วยว่า กองทัพ KNA ได้ปิดประกาศขึ้นป้ายสีแดงรับสมัครทหารโดยมีค่าตอบแทนเดือนละ 5,000 บาท เพื่อเพิ่มกำลังทหารในกองทัพ และเตรียมพร้อมรับมือกับฝ่ายกองทัพเมียนมา

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน จ.ตาก ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ประเมินว่า หลังจากนี้ไป ทหารเมียนมาน่าจะพยายามหาวิธีการชิงพื้นที่คืน โดยเฉพาะเมียวดี เพราะถือเป็นเมืองหน้าด่านและมีการค้าชายแดนขนาดใหญ่ซึ่งสร้างรายได้อย่างมหาศาลให้เมียนมา ขณะที่ทางไทยเคยมีมูลค่าการค้าผ่านชายแดนนี้มากถึง 1 แสนล้านบาทต่อปี ในช่วงเหตุการณ์ปกติ

ทหารไทย

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ทหารไทยสั่งกั้นพื้นที่เชิงสะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 2 หลังเกิดการปะทะกันระหว่างกองกำลังผสมของฝ่ายต่อต้านและทหารกองทัพเมียนมา ช่วงค่ำ 12 เม.ย.

ทหารเมียนมายังไม่ยอมจำนน

นับตั้งแต่กองกำลังผสมของฝ่ายต่อต้านเข้ายึดค่ายผาซองซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกองทัพเมียนมาและเป็นที่ตั้งของกองพันทหารราบที่ 275 ได้ตั้งแต่คืนวันที่ 10 เม.ย. พะโด ซอ ตอ นี โฆษกสหภาพกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นยู (Karen National Union: KNU) อ้างว่าพวกเขาสามารถยึดเมืองเมียวดี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยงได้หมดแล้ว และพบว่ากำลังพลทหารเมียนมาบางส่วนได้ถอยร่นไปยังเชิงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ในเวลาต่อมา

ล่าสุดมีรายงานว่าจำนวนทหารที่ยังตั้งรับอยู่ที่เชิงสะพานแห่งนี้ มีจำนวนประมาณ 100 คน และทั้งหมดยังไม่ยอมจำนนต่อกองกำลังฝ่ายต่อต้านซึ่งนำโดย กองทัพปลดปล่อยชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นแอลเอ (Karen National Liberation Army: KNLA) ซึ่งเป็นปีกทหารของ KNU และองค์การป้องกันชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นดีโอ (Karen National Defense Organization: KNDO) กองกำลังพิทักษ์ประชาชนหรือพีดีเอฟ (People’s Defense Force: PDF) ปีกทหารของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติหรือเอ็นยูจี (National Unity Government: NUG) ซึ่งเป็นรัฐบาลพลัดถิ่นที่ถูกกองทัพยึดอำนาจเมื่อ 3 ปีก่อน

นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนติด อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 12 เม.ย. และบอกกับสื่อว่า กำลังพลของทหารเมียนมายังไม่ได้ร้องขอข้ามแดนมายังฝั่งไทย

ตั้งแต่เย็นวานนี้ สื่อมวลชนหลายสำนักรวมถึงประชาชนใน อ.แม่สอด ต่างได้ยินเสียงการปะทะกันของกองกำลังทั้ง 2 ฝ่ายอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ รายงานว่าทหารแจ้งให้สื่อมวลชนซึ่งอยู่บริเวณสะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 2 ฝั่งไทย หลบลงไปในแนวถนนด้านล่าง หลังพบโดรนยิงระเบิดฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเมยซึ่งเป็นฐานชั่วคราวของกำลังพลทหารเมียนมาที่ถอยร่นมาจากค่ายผาซอง จากนั้นตามมาด้วยเสียงปะทะต่อเนื่องจนถึงเวลาประมาณ 19.30 น. เป็นเหตุให้ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนูเข้าตรึงพื้นที่เชิงสะพานอย่างเข้มงวดตลอดทั้งคืนจนถึงตอนนี้

พันเอก ณัฐกร เรือนติ๊บ

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, พันเอก ณัฐกร เรือนติ๊บ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู (คนที่ 2 จากขวา) บอกว่าสถานการณ์ช่วงเช้าวันนี้ยังสงบ ไม่มีการปะทะกันเกิดขึ้นในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน

วันที่ 13 เม.ย. พันเอก ณัฐกร เรือนติ๊บ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู บอกกับบีบีซีไทยว่า มีเพียงสำนักงานศุลกากรของเมียนมาที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรนของฝ่ายต่อต้าน ขณะที่ด่านพรมแดนบริเวณสะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 2 ยังเปิดตามปกติ ทว่า มีเพียงผู้ประกอบการจากฝั่งเมียนมาเดินทางเข้ามาค้าขายในไทย แต่ยังไม่มีรถบรรทุกสินค้าจากฝั่งไทยเดินทางข้ามไปยังเมียวดี เนื่องจากบริษัทชิปปิ้งซึ่งตั้งอยู่ฝั่งเมียนมายังไม่กลับมาเปิดให้บริการหลังเกิดเหตุปะทะ

“เรายังหมุนเวียนกำลังพลเป็นระยะ ๆ และตรึงกำลังตามแนวชายแดนเช่นเดิม” ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กล่าว และบอกว่าสถานการณ์ช่วงเช้าวันนี้ยังสงบ ไม่มีการปะทะกันเกิดขึ้นในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน

เช่นเดียวกับแหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์ออกนามในตัวเมืองเมียวดีที่ยืนยันกับบีบีซีไทยว่า สถานการณ์ภายในตัวเมืองยังคงดำเนินไปตามปกติ

ช่วงดึกวานนี้ บีบีซีแผนกภาษาพม่ารายงานว่า กองทัพเมียนมาได้บัญชาการส่งกำลังเสริมเข้ามายังตัวเมืองเมียวดี โดยเดินทางเข้ามาทางจังหวัดกอกาเร็ก รัฐกะเหรี่ยง ผ่านถนนสายเอเชียซึ่งเป็นถนนสายหลักที่เชื่อมต่อกับชายแดนไทย พร้อมกับปูพรมการโจมตีทางอากาศที่เมืองติงกะหยิงหย่อง (Thingannyinaung) ตลอดทั้งคืน

เมืองนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองเมียวดีประมาณ 10 กิโลเมตร และตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังผสมของฝ่ายต่อต้านก่อนหน้าการยึดค่ายผาซองเพียงไม่กี่วัน อันส่งผลให้ทหาร ข้าราชการ รวมถึงครอบครัวจำนวนรวมกันกว่า 600 คน ตกอยู่ในฐานะเชลยศึกเมื่อพวกเขาจำนนต่อฝ่ายต่อต้าน

ด้วยเหตุนี้ ทหารของเมียนมาซึ่งตั้งหลักอยู่ที่เชิงสะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 2 จึงรอคอยการสมทบของกองทัพเมียนมาที่กำลังมาถึง และยังไม่ยอมจำนน จากข้อมูลของแหล่งข่าวในสภาทหารที่บอกกับบีบีซีแผนกภาษาพม่าล่าสุด

ด่านพรมแดนบริเวณสะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 2

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, จุดผ่านแดนบริเวณสะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 2 ยังเปิดตามปกติ

KNU แถลงการณ์เตือนประชาชน

เย็นวันที่ 12 เม.ย. KNU ออกแถลงการณ์ว่า นับตั้งแต่กองกำลังผสมของฝ่ายต่อต้านสามารถยึดฐานยุทธวิธีในเมืองติงกะหยิงหย่อง ซึ่งอยู่ภายใต้กองบัญชาการตะวันออกเฉียงใต้ของกองทัพเมียนมา รวมถึงเข้ายึดกองพันทหารราบที่ 275 ในตัวเมืองเมียวดีได้ ทางฝ่ายตนเองและพันธมิตรจึงพยายามสกัดกั้นและยับยั้งกำลังเสริมที่ทางรัฐบาลทหารส่งเข้ามาเพื่อไม่ให้สูญเสียพื้นที่เมียวดีไป ด้วยเหตุนี้ จึงขอให้ประชาชนใช้ชีวิตและเดินทางด้วยความระมัดระวัง

ในแถลงการณ์เดียวกันนี้ยังระบุด้วยว่า เมื่อพื้นที่เมียวดีมีความปลอดภัยแล้ว ทาง KNU จะร่วมมือกับประชาชนในท้องถิ่นเพื่อจัดตั้งการบริหาร ไม่ให้มีการทำธุรกิจผิดกฎหมาย การค้าของเถื่อน และการค้ามนุษย์ จะบังคับใช้กฎหมายและคำสั่งที่มีผลต่อสาธารณะเท่าที่จำเป็น พร้อมกับเอื้อให้สินค้าและสิ่งอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ยังไหลเวียนต่อไปได้ท่ามกลางความท้าทายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

ทาง KNU ยังระบุด้วยว่า ตนเองมีความกังวลอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของประชาชนที่อยู่สองฝั่งชายแดนไทย-เมียนมา ทั้งนี้ ทางกลุ่มยังพยายามทำงานประสานกับฝ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น รัฐบาลไทย องค์กรท้องถิ่นและองค์กรระหว่างประเทศ หรือ องค์กรกะเหรี่ยงตามแนวชายแดน เพื่อฟื้นฟูสันติภาพและความมั่นคงให้กับประชาชนในแนวชายแดน

บรรยากาศเชิงสะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 2 ของฝั่งไทย

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, บรรยากาศเชิงสะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 2 ของฝั่งไทย
บริเวณเชิงสะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 2 เมื่อมองจากฝั่งไทย

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, บริเวณเชิงสะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 2 เมื่อมองจากฝั่งไทย

แผนรับมือไทยหากทหารเมียนมาขอลี้ภัยข้ามแดน

ในการแถลงข่าวกับสื่อมวลชนระหว่างการเยือน อ.แม่สอด วานนี้ นายปานปรีย์บอกว่า “ไทยไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะเราเป็นเพื่อนบ้านของเมียนมา และเราก็พร้อมจะดูแลตามหลักมนุษยธรรม” เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าทางการไทยจะอนุญาตให้ทหารเมียนมาซึ่งตั้งหลักอยู่แนวเชิงสะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 2 ข้ามมายังฝั่งไทยหรือไม่ หากได้รับการร้องขอ

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ บอกว่า ทางการไทยจะอนุญาตให้ทหารเมียนมาข้ามแดนมาได้ด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรมเท่านั้น โดยทางทหารเมียนมาต้องปลดอาวุธและแต่งกายเป็นพลเรือนก่อนถึงจะข้ามมาได้ ซึ่งทางไทยจะปฏิบัติตามหลักการของสหประชาชาติที่ระบุว่าจะไม่ส่งกลับไปในที่ที่อันตราย แต่เบื้องต้นยังไม่มีการขอข้ามแดนจากกำลังพลเมียนมาเข้ามาแต่อย่างใด