จากคนเคยขอข้าววัดกิน สู่สตั๊นท์แมนไทยในหนัง Marvel

นภสินธุ์ สามแก้วแจ่ม

ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

สตั๊นท์แมนไทยในหนังฮอลลีวูด

ที่มาของภาพ, JASIN BOLAND/NETFLIX

คำบรรยายภาพ, ภาพเบื้องหลังจากภาพยนตร์เรื่อง Extraction (2020)

หลายทศวรรษที่ผ่านมา มีทีมถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยหลายต่อหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นทีมผู้ผลิตแถบเอเชียหรือชาติตะวันตก นอกจากกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วยังทำให้เกิดการจ้างงานบุคลากรของไทยด้วย เพราะการถ่ายทำภาพยนตร์เป็นงานที่ต้องพึ่งพาผู้คนที่เชี่ยวชาญจากหลาย ๆ แขนง และหนึ่งในอาชีพที่แทบจะขาดไม่ได้เลยในกองถ่ายคือ ‘สตั๊นท์แมน’ (Stuntman)

การที่ไทยกลายเป็นแหล่งถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก เปิดโอกาสให้เด็กหนุ่มที่เคยต้องอาศัยข้าววัดกิน และเด็กหญิงที่เดิมฝันเป็นแอร์โฮสเตส ก้าวสู่การเป็นสตั๊นท์แมนมือฉมังในหนังฮอลลีวูด

บีบีซีไทยคุยกับ พีท-มนตรี บรรลุผล และ ฟ้า-ภรณ์ทิพย์ วิริยะ สองสตั๊นท์แมนชาวไทยที่ได้ไปโลดแล่นไกลถึงฮอลลีวูด ถึงประสบการณ์ชีวิต ความยากลำบาก และความฝันบนเส้นทางของการเป็นสตั๊นท์แมนในดินแดนไกลบ้าน

คำบรรยายวิดีโอ, จากคนที่เคยขอข้าววัดกิน สู่สตั๊นท์แมนไทยมือฉมังในหนัง Marvel

จุดเริ่มต้นการเป็นสตั๊นท์แมน

“ชีวิตเติบโตมาค่อนข้างยากจนลำบาก เพราะถึงขั้นต้องไปเป็นเด็กวัด ไปเอาข้าววัดมากิน ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เพราะพ่อแม่แยกทางกัน ก่อนจะมาเริ่มจุดประกายความฝันตอนอายุ 13 ด้วยหนังเรื่อง ‘องค์บาก’ พอเราดูแล้วเรามาค้นพบตัวเองว่าเราอยากเป็นนักแสดงหนังแอ็คชันเหมือนอย่างพี่ โทนี จา” พีท-มนตรี บรรลุผล วัย 32 ปี เล่าย้อนเหตุการณ์ที่เป็นตัวจุดประกายให้เขาเริ่มสนใจอาชีพการแสดง

ก่อนหน้าที่จะเข้าสู่วงการภาพยนตร์ พีทต้องกัดฟันสู้ชีวิตหาเลี้ยงตัวเองโดยเริ่มต้นจากศูนย์ พีทเดินทางจากขอนแก่นบ้านเกิด เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เริ่มแรกทำงานรับจ้างเป็นพนักงานร้านหมูกระทะ ก่อนจะย้ายไปทำงานร้านอาหารบนถนนข้าวสาร แล้วขยับมาเป็นพ่อครัวในร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า

เขามีโอกาสเข้าไปเป็นนักแสดงตัวประกอบเรื่องแรกของชีวิต จากการบังเอิญเปิดเจอประกาศรับสมัครนักแสดงตัวประกอบ ภาพยนตร์เรื่องนั้นคือเรื่อง ‘อองซานซูจี ผู้หญิงท้าอำนาจ’ (The Lady)

ชีวิตไม่ได้เดินทางด้วยความสวยหรู

ที่มาของภาพ, BBC Thai

คำบรรยายภาพ, พีท-มนตรี บรรลุผล สตั๊นท์แมนและนักกีฬาโววีนัมทีมชาติไทย

“ตอนนั้นพอเดินเข้าไปสมัครที่บริษัทปุ๊บ ก็ได้งานเลย เขาถามผมว่า วันพรุ่งนี้ว่างไหม มีงานพอดี อยากให้เราไปเป็นตัวประกอบในหนังอองซานซูจี แลกกับค่าแรง 300 บาท ผมก็ตอบตกลง"

"เขาก็นัดเราเลยว่าให้ไปเจอที่เมืองทองธานีตอนตี 4 พอดีตอนนั้นเรายังไม่รู้จักว่าเมืองทองฯ มันไปยังไง เลยถามคนข้างถนนเอาถึงได้รู้ว่ามันมีรถเมล์ไป แต่รถเมล์หมด 4 ทุ่ม และวิ่งอีกทีตี 5 ซึ่งเวลามันไม่ได้ ผมก็เลยไปก่อนหน้านั้นวันหนึ่ง นั่งรถเมล์ไปตอน 3 ทุ่ม หาที่นอนแถวนั้นเอา"

"ไปนั่ง ๆ นอน ๆ แถวเซเว่น ยุงเยอะมาก เรานอนไม่หลับหรอก พอใกล้ถึงเวลาถึงได้เดินไปที่กองถ่าย ไปเปลี่ยนชุด แล้วก็ถ่ายจนถึง 6 โมงเย็น ยืนตากแดดทั้งวัน ผิวไหม้เกรียมหมด นั่นคือจุดเริ่มต้นงานแรกเลยที่เข้าวงการมาเป็นตัวประกอบ”

จากการที่ได้เข้ามาเป็นนักแสดงตัวประกอบ พีทได้เห็นเบื้องหลังการทำงานในกองถ่ายภาพยนตร์ และทำให้เขาได้รู้จักการทำงานของทีมสตั๊นท์แมน ที่คอยทำงานแทนนักแสดงหลักในฉากเสี่ยงอันตราย หรือฉากที่มีการต่อสู้ การใช้อาวุธต่าง ๆ

พีทเข้าไปทำความรู้จักและแนะนำตัวเองต่อทีมสตั๊นท์แมนในกองถ่าย แลกเปลี่ยนข้อมูลติดต่อกัน จนได้เข้าไปฝึกซ้อมกับทีมสตั๊นท์แมนจริง ๆ ใช้เวลาฝึกกว่า 2 ปี กว่าจะมีโอกาสไปเป็นสตั๊นท์แมนในกองถ่าย

จากแอร์โฮสเตสสู่สตั๊นท์แมน

ที่มาของภาพ, BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ฟ้า-ภรณ์ทิพย์ วิริยะ สตั๊นท์แมนหญิง

เด็กหญิงชอบเตะต่อย

“เราเป็นคนชอบเตะต่อยตั้งแต่เด็ก ๆ เราเคยขอพ่อเรียนมวย แต่พ่อไม่ให้เรียน เพราะเขากลัวเราเจ็บ ทีนี้พอขึ้น ม.1 เราเห็นเพื่อนเราเรียนเทควันโด แล้วรู้สึกว่าน่าสนุกดี เราก็เลยไปขอพ่ออีก พ่อก็ไม่ให้เหมือนเดิม เราเลยไปแอบขอย่าแทน ย่าก็บอกเอาเลยลูก เดี๋ยวย่าส่งเรียน จากนั้นมาเราก็เลยได้เรียนเทควันโด เรียนทุกเสาร์-อาทิตย์ จนได้เป็นนักกีฬาแข่งระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค” ฟ้า-ภรณ์ทิพย์ วิริยะ วัย 34 ปี เล่าที่มาที่ไปถึงความสนใจในศิลปะการต่อสู้ของตัวเอง

ฟ้าอยู่กับเทควันโดจนถึงช่วงชีวิตวัยนักศึกษามหาวิทยาลัยปีที่ 2 ก่อนจะตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยในเชียงใหม่ เข้าไปเรียนภาคการท่องเที่ยวและการโรงแรมในกรุงเทพฯ โดยมีความฝันอยากจะเป็นแอร์โฮสเตส มีอาชีพเป็นหน้าเป็นตาให้กับพ่อแม่

แต่ด้วยความที่ยังมีใจรักในศิลปะการต่อสู้ ฟ้าเลยไปฝึกซ้อมตีลังกาและท่าต่าง ๆ ที่ตัวเองได้เรียนมา ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่น

และด้วยความบังเอิญ มีทีมสตั๊นท์แมนเข้าไปฝึกซ้อมอยู่พอดี และเห็นแววของฟ้า จึงได้ชักชวนให้เข้ามาทำงานสตั๊นท์แมนด้วยกัน ซึ่งฟ้าตอบตกลง เปิดทางสู่การเข้าไปสัมผัสประสบการณ์การทำงานสตั๊นท์แมนจริง ๆ ก่อนจะตัดสินใจเข้าร่วมกับทีมสตั๊นท์แมนและได้เล่นในภาพยนตร์อินเดียเป็นเรื่องแรกในชีวิต

สตั๊นท์แมนทำงานกันอย่างไร

การฝึกฝนกว่าจะเป็นสตั๊นท์แมนจนได้เข้าไปเล่นอยู่ในภาพยนตร์จริง ๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทักษะของสตั๊นท์แมนเรียกร้องให้ต้องทำได้หลายอย่าง ตั้งแต่จุดเล็ก ๆ อย่างการเข้าไปเล่นฉากล้มตัวแทนนักแสดงหลัก ไปจนถึงการโดนรถชนหรือแม้แต่หลบระเบิด

อาจดูเป็นงานที่เสี่ยงบาดเจ็บและอันตราย แต่งานสตั๊นท์แมนเป็นหนึ่งในงานที่คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยมากที่สุดงานหนึ่ง เพราะเป้าหมายหลักของงานคือการแสดงแทน และการไม่บาดเจ็บต้องถือเป็นเรื่องสามัญ สตั๊นท์แมนต้องซ้อมคิวนับครั้งไม่ถ้วนในฉากต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยเมื่อถึงเวลาถ่ายทำจริง แต่บางครั้งอุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้

“ปกติตัวผมเองยังไม่เคยได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการทำสตั๊นท์มาก่อน แต่ก็มีคนอื่น ๆ มีรุ่นพี่ที่เคยเห็นมาบ้าง มีซีนหนึ่งที่พี่คนหนึ่งเข้าฉากตกบันไดแทนนักแสดงหลัก แล้วพอเขาเล่นฉากนั้น แล้วเขาพลาด ตัวกระเด้งกลิ้งเอาหัวไปโดนเข้ากับเหลี่ยมไม้ หัวแตก เย็บ 5 เข็ม... ซึ่งพอพี่คนนั้นเขาเจ็บ ผมก็เลยได้เป็นคนเล่นคิวนั้นแทน (หัวเราะ) แต่ผมไม่เป็นอะไรนะ แค่จุก ๆ” พีท เล่า

ส่วนฟ้า ผ่านประสบการณ์เจ็บเองมาโดยตรง “ในเรื่องคือเครื่องบินจะตก แล้วเราต้องไปเล่นแทนนางเอก แล้วเราต้องโดนลากกับพื้น ซึ่งชุดเป็นแค่ (ชุด) เกาะอกกับกระโปรงสั้น เราก็ต้องนอนไปบนพื้นและโดนสลิงลากไป แล้วเนื้อของเรามันก็จะโดนไถลไปกับพื้น ตอนแรกเราคิดว่าสัก 2-3 เทคคงไม่เป็นไร แต่ปรากฏว่าเขาถ่ายกันเกินกว่านั้นเยอะมาก ๆ จนเนื้อของเรามันแดง เลือดซิบออกมา อันนั้นเราน้ำตาไหลเลย อาบน้ำไม่ได้ไป 7 วัน”

ปกติเวลาภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยนั้น จะต้องใช้ทรัพยากรในประเทศ ทั้งอุปกรณ์ สถานที่ บุคลากร โดยติดต่อผ่านโปรดักชันเฮ้าส์ (Production House) ในไทย ให้ประสานงานหาบุคคลากรมาออกกองถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งรวมถึงการติดต่อหาสตั๊นท์แมนในไทยด้วย

โปรดักชันเฮ้าส์ที่รับงานมา จะติดต่อไปที่ทีมสตั๊นท์แมนตามสังกัดต่าง ๆ เพื่อประสานงานหาคนมาเล่นในงานนั้น ๆ ต่อไป ซึ่งโดยส่วนมากสตั๊นท์แมนมักจะอยู่เป็นอาชีพอิสระ ไม่ค่อยมีสังกัดแบบตายตัว

พีทและฟ้าพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า บุคคลากรสตั๊นท์แมนในไทยที่เป็นระดับมืออาชีพจริง ๆ ยังมีไม่เยอะ ถือว่ายังขาดตลาดหากเทียบกับจำนวนสตั๊นท์แมนที่มีอยู่ โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีน้อยมาก ๆ ทำให้ในหลาย ๆ งานจะใช้คนหน้าเดิมอยู่บ่อยครั้ง และบุคลากรไม่เพียงพอต่อความต้องการ

“ถ้าพ่ออยู่พ่อคงจะดีใจ”

กว่า 10 ปี ที่โลดแล่นอยู่ในวงการสตั๊นท์แมน พีทและฟ้า ผ่านงานมามากมายนับไม่ถ้วน แทบจะทุกรูปแบบของงานเสี่ยงอันตราย ดังที่เราจะเห็นได้ในภาพยนตร์และละคร

ทั้งคู่มีโอกาสกระทบไหล่เข้าฉากกับดาราฮอลลีวูดที่มีชื่อเสียงอยู่หลายคน ไม่ว่าจะเป็น เฉินหลง (Jackie Chan) คริส เฮมส์เวิร์ธ (Chris Hemsworth) ไมก์ ไทสัน (Mike Tyson) จอห์น ซีนา (John Cena) และอีกมากมาย ถือเป็นโอกาสที่บางครั้งก็เกินกว่าที่พวกเขาคิดไว้

เกินความฝัน

ที่มาของภาพ, มนตรี บรรลุผล

คำบรรยายภาพ, พีท-มนตรี ในกองถ่ายซีรีส์เรื่อง Ms. Marvel (2022)

“ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบดูหนังฮีโร่ค่าย Marvel มาก แล้ววันหนึ่งผมได้มีโอกาสเล่นในเรื่อง Ms. Marvel ที่เขาเข้ามาถ่ายทำในบ้านเรา ผมได้ไปเล่นฉากเสี่ยงแทนตัวละครหลัก แทนตัวพระเอก ก็รู้สึกดีใจมากที่เรามีโอกาสได้ไปเล่นแทนเขา เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ประทับใจในอาชีพนี้เลยว่า ตัวเราเองก็มีชื่อติดอยู่ในหนังค่าย Marvel

นอกจากเป็นสตั๊นท์แมนแล้ว พีทยังเป็นตัวแทนนักกีฬาโววีนัมทีมชาติไทยอีกด้วย โววีนัม (Vovinam) เป็นศิลปะการต่อสู้อีกแขนงหนึ่งจากประเทศเวียดนามที่ไทยเราเพิ่งส่งนักกีฬาไปแข่งเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2564 ปีที่แล้ว ซึ่งพีทเป็นหนึ่งในนักกีฬาตัวแทนทีมชาติไทยในครั้งนั้น

“มองย้อนกลับไปในชีวิตของตัวเอง จนมาถึงตรงนี้ บอกเลยว่าโคตรภูมิใจ เราฝึกฝนด้วยตัวเองมา ซ้อมกับตัวเองหน้ากระจก ซ้อมบนถนน คนเดินผ่านไปผ่านมามองเหมือนคนบ้า แต่เราก็ไม่สนใจ เพราะความบ้านี่แหละ ถึงพามาอยู่ในจุดนี้ ทุกวันนี้พ่อแม่ก็ภูมิใจ” พีท เล่าด้วยสายตาเป็นประกาย

ฝันที่เป็นจริง

ที่มาของภาพ, ภรณ์ทิพย์ วิริยะ

คำบรรยายภาพ, ฟ้า-ภรณ์ทิพย์ กับ เฉินหลง

ฟ้าปิดท้ายบทสนทนากับบีบีซีไทยด้วยเรื่องราวที่ประทับใจของตัวเอง “เราส่งโปรไฟล์ของเราไปแคสต์กับคนทั่วโลกกับงานหนังเรื่องหนึ่งที่มีเฉินหลงเล่น วันแรกที่เขาส่งอีเมลมาว่าเราได้รับเลือกให้ไปเล่นกับเขา เราดีใจมาก"

"นึกถึงพ่อเป็นคนแรกเลย เพราะว่าพ่อเราเป็นคนที่ชอบเฉินหลงมาก ๆ แต่ว่าวันที่เรารู้ข่าวนั้นพ่อเราไม่อยู่แล้ว ถ้าพ่ออยู่พ่อก็คงดีใจ ที่ลูกสาวตัวเองได้ไปเจอเฉินหลง ภูมิใจในตัวเองมาก อยากให้พ่อได้อยู่ตรงนี้”