กล้อง JWST พบคาร์บอนไดออกไซด์บนดวงจันทร์ยูโรปา ชี้อาจมาจากสิ่งมีชีวิต

ผลการสำรวจดวงจันทร์ยูโรปา (Europa) ของดาวพฤหัสบดีครั้งล่าสุด โดยใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เว็บบ์ (JWST) นักวิทยาศาสตร์พบร่องรอยของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่า สารอินทรีย์นี้มาจากสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรใต้พื้นผิวเยือกแข็ง

ดวงจันทร์ยูโรปาซึ่งมีขนาดเล็กกว่าดวงจันทร์บริวารของโลกเล็กน้อย ถูกปกคลุมด้วยแผ่นน้ำแข็งซึ่งภายใต้เป็นมหาสมุทรน้ำเค็มที่ลึกและกว้างใหญ่ไพศาล ทำให้ยูโรปาเป็นที่สนใจของเหล่านักชีวดาราศาสตร์มานาน เนื่องจากมหาสมุทรดังกล่าวอาจเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตต่างดาวได้

อย่างไรก็ตาม ไม่เคยมีการค้นพบโมเลกุลของสารอินทรีย์บนดาวดวงนี้มาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโมเลกุลของสารประกอบคาร์บอน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของสิ่งมีชีวิตบนโลก

รายละเอียดของการค้นพบข้างต้น ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Science ฉบับวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติผู้ทำการวิจัยโดยใช้กล้อง JWST ระบุว่า โมเลกุลของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่พบ ไม่ได้มาจากอุกกาบาตหรือดาวเคราะห์น้อยที่พุ่งชนดวงจันทร์ยูโรปาในอดีต

ร่องรอยของก๊าซดังกล่าวถูกพบในพื้นผิวน้ำแข็งของภูมิภาค Tara Regio ซึ่งถือว่าเป็นโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่ก่อตัวขึ้นใหม่ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ก๊าซนี้จะเกิดขึ้นจากภายในดวงจันทร์ยูโรปาเอง

ดร.ซาแมนธา ทรัมโบ นักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลของสหรัฐ บอกว่าก่อนหน้านี้ผลสำรวจด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเคยชี้ว่า ภูมิภาค Tara Regio ของดวงจันทร์ยูโรปา มีร่องรอยของเกลือสมุทรปรากฏอยู่ ส่วนในปัจจุบันผลสำรวจของกล้อง JWST ก็ชี้ว่า พื้นที่เดียวกันมีคาร์บอนไดออกไซด์ความเข้มข้นสูงปะปนอยู่ด้วย แสดงถึงความเป็นไปได้ว่ามันมีที่มาจากมหาสมุทรใต้ผืนน้ำแข็งนั่นเอง

ในการนี้ทีมผู้วิจัยค้นพบร่องรอยของคาร์บอนไดออกไซด์แข็งหรือน้ำแข็งแห้ง ทั้งในรูปของผลึกคริสตัลและโครงสร้างอสัณฐาน (amorphous) ในบริเวณที่นักดาราศาสตร์เรียกกันว่า “พื้นที่แห่งความปั่นป่วน” (chaos region) ซึ่งผืนน้ำแข็งที่ปกคลุมมหาสมุทรในตำแหน่งนี้ถูกรบกวน จนทำให้มีการเคลื่อนที่ไหลเวียนของสสาร ระหว่างผืนน้ำแข็งด้านบนกับมหาสมุทรด้านล่างได้

เนื่องจากคาร์บอนไดออกไซด์ไม่อาจคงสภาพอยู่ได้นานบนพื้นผิวเยือกแข็งของดาว ทีมผู้วิจัยจึงสันนิษฐานว่า สิ่งที่ค้นพบในคราวนี้เป็นคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่งจะเคลื่อนตัวขึ้นมาจากมหาสมุทร

นักวิทยาศาสตร์มีแผนที่จะเดินหน้าศึกษาดวงจันทร์ยูโรปาเพิ่มเติม โดยในปีหน้าองค์การนาซาจะส่งดาวเทียมโคจรสำรวจในภารกิจ “คลิปเปอร์” (Clipper) ไปยังดวงจันทร์เยือกแข็งแห่งนี้ เพื่อวิเคราะห์โมเลกุลที่เป็นองค์ประกอบของดาวและมองหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตต่อไป

ส่วนยานสำรวจในภารกิจจูซ (JUICE) ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) ซึ่งเพิ่งออกเดินทางไปยังกลุ่มดวงจันทร์เยือกแข็งของดาวพฤหัสบดีเมื่อช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา มีกำหนดจะเดินทางไปถึงจุดหมายในปี 2031 และจะทำการโคจรวนรอบดวงจันทร์ยูโรปา, แกนีมีด, และคัลลิสโต รวม 35 รอบ