อิสราเอลโจมตีกาซาหนักอีกระลอก ข้อตกลงหยุดยิงยังมีผลบังคับใช้หรือไม่
- Author, เดวิด กริตเทน
- Reporting from, รายงานจากนครเยรูซาเลม
- Author, รุชดี อาบู-อาลูฟ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีในนครอิสตันบูล
หน่วยงานป้องกันภัยพลเรือนและโรงพยาบาลที่ฮามาสบริหารในฉนวนกาซาเปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตชาวปาเลสไตน์จากการโจมตีหลายครั้งของอิสราเอลเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 104 คน
อิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซาอีกระลอก เพื่อตอบโต้สิ่งที่อิสราเอลระบุว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐอเมริกาเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย
อิสราเอล แคทซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล กล่าวหาฮามาสว่าโจมตีทหารอิสราเอลในฉนวนกาซาเมื่อวันอังคาร (28 ต.ค.) และละเมิดเงื่อนไขในการส่งคืนร่างตัวประกันที่เสียชีวิต ด้านกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์อ้างว่า "ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง" กับการโจมตีครั้งนี้ และยืนยันว่าพวกเขายึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง
ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนกรานว่า "ไม่มีอะไร" ที่จะเป็นอันตรายต่อข้อตกลงหยุดยิง แต่กล่าวเสริมว่า อิสราเอล "ควรตอบโต้กลับ" หากทหารของตนตกเป็นเป้าหมาย

ที่มาของภาพ, Anadolu via Getty Images
ในปฏิบัติการทางทหารดังกล่าวได้โจมตีบ้านเรือน โรงเรียน และอาคารที่พักอาศัยในเมืองกาซา ซิตี, เขตเบต ลาเฮีย, เมืองอัล-บูเรจ, เมืองนูเซย์รัต, และเมืองข่าน ยูนิส
โฆษกของหน่วยงานป้องกันพลเรือนกาซากล่าวกับบีบีซีว่า ทีมกู้ภัยกำลัง "ทำงานท่ามกลางสภาพที่ยากลำบากอย่างยิ่งเนื่องจากยังคงมีการทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่องรวมทั้งขาดแคลนอุปกรณ์"
"ผู้สูญหายบางส่วนยังคงอยู่ใต้ซากปรักหักพัง และเรากังวลว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้น" เขากล่าว
มีแถลงการณ์สั้น ๆ จากสำนักงานนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เมื่อเย็นวันอังคาร ระบุว่าเขาได้สั่งการให้กองทัพ "โจมตีอย่างรุนแรง" แต่ไม่ได้ระบุเหตุผลที่แน่ชัด
อย่างไรก็ตาม แคทซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล กล่าวว่า กลุ่มฮามาสล้ำเส้นด้วยการโจมตีทหารอิสราเอลในฉนวนกาซาเมื่อวันอังคาร
"ฮามาสจะต้องชดใช้หลายเท่าสำหรับการโจมตีทหารและการละเมิดข้อตกลงในการส่งร่างตัวประกันที่เสียชีวิตกลับคืน" เขากล่าวเตือน
เจ้าหน้าที่ทหารอิสราเอลกล่าวว่า การโจมตีของกลุ่มฮามาสเกิดขึ้น "ทางตะวันออกของเส้นสีเหลือง" ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตดินแดนที่อิสราเอลควบคุมภายในฉนวนกาซาภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง
สื่ออิสราเอลรายงานว่ากองกำลังในเมืองราฟาห์ ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ถูกยิงด้วยขีปนาวุธต่อต้านรถถังและพลซุ่มยิงในบ่ายวันอังคาร ขณะที่สื่อปาเลสไตน์รายงานว่า มีการยิงปืนใหญ่ของอิสราเอลในพื้นที่ดังกล่าวในเวลาเดียวกัน
หลังจากกองทัพอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซาเมื่อเย็นวันอังคาร มีผู้เห็นเหตุการณ์รายงานเหตุระเบิดรุนแรงในหลายพื้นที่ของกาซา ซึ่งรวมถึงเมืองกาซา ซิตี ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือและเมืองข่าน ยูนิส ทางตอนใต้
โฆษกของหน่วยงานป้องกันภัยพลเรือนที่ดำเนินการโดยกลุ่มฮามาสกล่าวกับบีบีซีว่ามีผู้เสียชีวิต 4 ราย ในจำนวนนั้นเป็น ผู้หญิง 3 ราย จากเหตุระเบิดบ้านของครอบครัวอัล-บันนาในย่านซาบราทางตอนใต้ของเมืองกาซา ซิตี
มีรายงานว่าการโจมตียังเกิดขึ้นที่ลานโรงพยาบาลอัล-ชีฟา ในเขตริมาลตะวันตก
โฆษกของหน่วยงานป้องกันภัยพลเรือนระบุด้วยว่ามีผู้เสียชีวิตอีก 5 ราย ในจำนวนนั้นเป็นเด็ก 2 รายและผู้หญิง 1 ราย จากเหตุรถยนต์ถูกชนบนถนนอัล-กัสซัม ในเมืองข่าน ยูนิส
ฮามาสออกแถลงการณ์ปฏิเสธว่านักรบของตนไม่ได้โจมตีกองกำลังอิสราเอล และประณามการโจมตีของอิสราเอลด้วย
"ฮามาสยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยิงกันที่เมืองราฟาห์ และยืนยันความมุ่งมั่นต่อข้อตกลงหยุดยิง" แถลงการณ์ระบุ
"การโจมตีด้วยอาวุธโดยกองทัพฟาสซิสต์ [อิสราเอล] ในพื้นที่ฉนวนกาซา ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างโจ่งแจ้ง"
ขณะเดียวกันกองกำลังทหารของกลุ่มฮามาสกล่าวว่า จะเลื่อนการส่งศพตัวประกันที่ค้นพบเมื่อวันอังคาร เนื่องจากฮามาสเรียกการโจมตีระลอกล่าสุดว่าเป็น "การละเมิด" ข้อตกลงหยุดยิงจากฝ่ายอิสราเอล
นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงวอชิงตันว่า "การหยุดยิงมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการปะทะเล็ก ๆ น้อย ๆ เกิดขึ้น"
"เรารู้ว่าฮามาสหรือใครก็ตามในฉนวนกาซาโจมตีทหาร [อิสราเอล] เราคาดว่าอิสราเอลจะตอบโต้ แต่ผมคิดว่าสันติภาพของประธานาธิบดีจะยังคงอยู่แม้จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว" เขากล่าวเสริม

ที่มาของภาพ, Anadolu via Getty Images
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีอิสราเอลได้ให้คำมั่นว่าจะดำเนิน "มาตรการ" ที่ไม่ระบุรายละเอียดต่อกลุ่มฮามาส หลังจากที่กลุ่มดังกล่าวได้ส่งมอบโลงศพที่บรรจุร่างผู้เสียชีวิตเมื่อคืนวันจันทร์ (27 ต.ค.) ซึ่งไม่ใช่ของหนึ่งในตัวประกันที่เสียชีวิต 13 รายที่ยังอยู่ในฉนวนกาซา
ทำเนียบนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูกล่าวว่า ผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่าร่างดังกล่าว คือ โอฟีร์ ซาร์ฟาตี ตัวประกันชาวอิสราเอล ซึ่งศพของเขาถูกกองกำลังอิสราเอลพบในฉนวนกาซาเมื่อปลายปี 2023 และการกระทำดังกล่าวถือเป็น "การละเมิด" ข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน
กองทัพอิสราเอลยังได้เผยแพร่ภาพที่บันทึกจากโดรน ซึ่งระบุว่าเป็นภาพของหน่วยปฏิบัติการฮามาส "กำลังเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตออกจากอาคารที่เตรียมไว้ล่วงหน้าและฝังไว้ใกล้ ๆ" ทางตะวันออกของเมืองกาซา ซิตี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
กองทัพอิสราเอลกล่าวเสริมว่า "หลังจากนั้นไม่นาน" หน่วยปฏิบัติการของฮามาสได้ "เรียกตัวแทนของสภากาชาดเข้ามาและจัดฉากเท็จโดยอ้างว่าพบศพตัวประกันที่เสียชีวิต"
ฮามาสปฏิเสธเรื่องนี้ โดยเรียกว่าเป็น "ข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริง" พร้อมทั้งกล่าวหาอิสราเอลว่า "พยายามสร้างข้ออ้างเท็จเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติการรุกรานครั้งใหม่"
ในแถลงการณ์ต่อมา คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (International Committee of the Red Cross - ICRC) ได้ประณามสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า "การกู้คืนร่างปลอม" โดยระบุว่าพวกเขาได้เข้าไปยังที่เกิดเหตุ "ตามคำขอของฮามาส" และดำเนินการไป "ด้วยความสุจริตใจ"
แถลงการณ์ดังกล่าวยังระบุต่อไปว่า "คณะทำงานของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศในที่เกิดเหตุที่ไม่ทราบว่ามีการนำร่างผู้เสียชีวิตมาวางไว้ที่นั่น ก่อนที่พวกเขาจะมาถึง ดังที่เห็นในภาพที่บันทึกมา แต่โดยทั่วไปแล้ว บทบาทของเราในฐานะคนกลางที่เป็นกลางจะไม่รวมถึงการขุดค้นร่างของผู้เสียชีวิต"
"ทีมของเราได้สังเกตการณ์เพียงเหตุการณ์ดูเหมือนจะเป็นการกู้คืนร่างโดยไม่ทราบถึงสถานการณ์ที่นำไปสู่เหตุการณ์นั้นมาก่อน"
"เมื่อหลายสิ่งหลายอย่างขึ้นอยู่กับการยึดมั่นในข้อตกลงนี้ นี่ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ที่การกู้คืนร่างปลอมถูกจัดฉากขึ้น ในขณะที่หลายครอบครัวยังคงรอคอยข่าวคราวของคนที่พวกเขารักอย่างใจจดใจจ่อ"

ที่มาของภาพ, Reuters
ข้อตกลงหยุดยิงที่มีสหรัฐฯ, อียิปต์, กาตาร์ และตุรกี เป็นผู้ไกล่เกลี่ย มีเป้าประสงค์เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนแรกของแผนสันติภาพกาซา 20 ประการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ข้อตกลงดังกล่าวระบุว่า ฮามาสจะส่งตัวประกันทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และเสียชีวิต 48 คน กลับคืนภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากการหยุดยิงมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา
มีตัวประกันชาวอิสราเอลที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้ง 20 คน ได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 13 ต.ค. เพื่อแลกกับนักโทษชาวปาเลสไตน์ 250 คน และผู้ถูกคุมขังจากฉนวนกาซา 1,718 คน
ขณะที่ฝ่ายอิสราเอลได้ส่งมอบศพชาวปาเลสไตน์ 195 คน เพื่อแลกกับศพตัวประกันชาวอิสราเอล 13 คนที่ฮามาสส่งกลับมาแล้ว พร้อมกับศพตัวประกันชาวต่างชาติอีก 2 คน โดยคนหนึ่งเป็นชาวไทยและอีกคนเป็นชาวเนปาล
ทั้งนี้ตัวประกันที่เสียชีวิตและยังคงอยู่ในฉนวนกาซา แบ่งเป็นชาวอิสราเอล 11 คน ชาวแทนซาเนีย 1 คน และชาวไทยอีก 1 คน
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คาลิล อัล-ไฮยา หัวหน้าคณะเจรจาของฮามาส กล่าวว่า กลุ่มของพวกเขากำลังเผชิญกับความท้าทาย เนื่องจากกองกำลังอิสราเอลได้ "เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศของฉนวนกาซาไปแล้ว" เขายังกล่าวอีกว่า "บางคนที่ฝังศพดังกล่าวได้กลายเป็นผู้สละชีพไปแล้ว หรือไม่ก็จำไม่ได้ว่าฝังศพไว้ที่ไหน"
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิสราเอลยืนยันว่า ฮามาสรู้ตำแหน่งการฝังศพดังกล่าวทั้งหมด
ร่างของตัวประกันที่เสียชีวิตและยังอยู่ในฉนวนกาซาเกือบทั้งหมดอยู่ในกลุ่มคน 251 คนที่ถูกลักพาตัวไประหว่างการโจมตีทางตอนใต้ของอิสราเอลที่นำโดยกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023 ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตระหว่างการโจมตีดังกล่าวประมาณ 1,200 คน
ขณะที่ฝ่ายอิสราเอลก็ตอบโต้ตามด้วยการเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 68,530 คน ตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุขที่บริหารงานกลุ่มฮามาสในกาซา













