เส้นทาง ณรงค์-สราวุธ ก่อนวุฒิสภาโหวต "เห็นชอบ" นั่งเก้าอี้ กกต.-ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ที่มาของภาพ, PR SENATE
ที่ประชุมวุฒิสภาเดินหน้าโหวตรับรองรายชื่อ กกต. 1 คนแทนตำแหน่งที่ว่างลง และพิจารณาชื่อ 2 แคนดิเดตชิงเก้าอี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ โดยเห็นชอบ 1 ชื่อ และตีตกไป 1 ชื่อ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากสมาชิก 2 ใน 3 ของวุฒิสภาถูกกล่าวหาใน "คดีฮั้วเลือก สว."
การประชุมวุฒิสภาวันนี้ (22 ก.ค.) มีวาระสำคัญคือการให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงกรรมการองค์กรอิสระ 3 คน แบ่งเป็น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 คน และกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 1 คน
ในส่วนของ 2 ตุลาการ ปรากฏว่า
- วุฒิสภามีมติ "ไม่เห็นชอบ" ให้ศาสตราจารย์ ร.ต.อ.สุธรรม เชื้อประกอบกิจ ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยคะแนนเสียง 118 ต่อ 39 เสียง งดออกเสียง 30 เสียง ไม่ลงคะแนน 2 เสียง
- วุฒิสภามีมติ "เห็นชอบ" ให้นายสราวุธ ทรงศิวิไล ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยคะแนนเสียง 143 ต่อ 17 เสียง งดออกเสียง 27 เสียง ไม่ลงคะแนน 2 เสียง
รัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้ได้รับการคัดเลือกหรือสรรหาให้เป็นตุลาการศาล ต้องได้รับคะแนนเห็นชอบจากวุฒิสภาไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ หรือ 100 เสียง จาก 200 เสียง
เมื่อ ศาสตราจารย์ ร.ต.อ.สุธรรม ได้คะแนนเห็นชอบไม่ถึง 100 เสียง จึงถือว่าไม่ได้รับความเห็นชอบจาวุฒิสภา ขณะที่นายสราวุธได้รับการรับรองจาก สว. ให้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่
สำหรับ ศ. ร.ต.อ.สุธรรม เป็นอาจารย์สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดล ได้รับการคัดเลือกเพื่อมาแทน ศ.ดร. นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งครบวาระตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย. 2567 เมื่อชื่อของแคนดิเดตรายนี้ถูกโหวตคว่ำกลางสภา ทำให้ ศ.ดร. นครินทร์ จึงต้องทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีตุลาการคนใหม่มาทำหน้าที่
นายสราวุธ วัย 60 ปี เป็นอดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางราง และอดีตอธิบดีกรมทางหลวง สมัยที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็น รมว.คมนาคม ได้รับการคัดเลือกเพื่อมาแทนนายปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งครบวาระตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. 2567

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
ก่อนหน้านี้เมื่อ 18 มี.ค. ที่ประชุมวุฒิสภาได้ "ตีตก" รายชื่อ 2 แคนดิเดตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคือ ศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายชาตรี อรรจนานันท์ อดีตอธิบดีกรมการกงสุล และอดีตเอกอัครราชทูตหลายประเทศ ทำให้ต้องเริ่มต้นกระบวนการสรรหากันใหม่ ตั้งแต่ชั้นคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 8 คน มีนางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ก่อนส่งรายชื่อมาให้วุฒิสภาพิจารณาต่อ โดยมีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 15 คน มี พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว. "สีน้ำเงิน" เป็นประธาน และนำรายงานและรายชื่อมาขอความเห็นชอบจากวุฒิสภาในวันนี้
ศ. ร.ต.อ.สุธรรม มาใน "แท่งศาสตราจารย์รัฐศาสตร์" โดยกฎหมายกำหนดให้เลือกผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ซึ่งดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่ง ศ. ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมาแล้วเป็นเวลาไม่น้องกว่า 5 ปี และมีผลงานทางวิชาการเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งมีผู้สมัครทั้งหมด 3 คน
ด้านนายสราวุธ มาใน "แท่งอธิบดี" โดยกฎหมายกำหนดให้เลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิที่รับหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอัยการสูงสุดมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ซึ่งมีผู้สมัครทั้งหมด 4 คน
ในส่วนของ กกต.
- วุฒิสภามีมติ "เห็นชอบ" ให้นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ดำรงตำแหน่ง กกต. ด้วยคะแนนเสียง 165 ต่อ 1 เสียง งดออกเสียง 20 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง
นายณรงค์ วัย 65 ปี เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ซึ่งได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ให้เสนอชื่อเป็น กกต. คนใหม่แทนนายปกรณ์ มหรรณพ ที่พ้นจากตำแหน่งเมื่อ 9 ก.พ. 2568 เนื่องจากอายุครบ 70 ปี
ประวัติย่อว่าที่ตุลาการศาล รธน.-กกต. คนใหม่

ที่มาของภาพ, Handout
เส้นทางก่อนเข้าสู่ตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญของบุคคลทั้งสอง
นายสราวุธ ทรงศิวิไล เป็นข้าราชการบำนาญมา 9 เดือนเศษแล้ว เขาเป็นศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท สั่งสมประสบการณ์การทำงานราชการที่กระทรวงคมนาคม จนได้ขึ้นเป็นระดับนักบริหาร โดยนั่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรได้ 8 เดือน (ต.ค. 2561-มิ.ย. 2562) ก็ขยับชั้นเป็นอธิบดีกรมขนส่งทางรางคนแรกหลังตั้งกรมใหม่นาน 3 เดือน (มิ.ย.-ก.ย. 2562) แล้วโยกไปเป็นอธิบดีกรมทางหลวงนาน 5 ปีจนเกษียณอายุราชการ (ต.ค. 2562-ก.ย. 2567)
ในการสมัครรับเลือกเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นายสราวุธต้องผ่านการลงคะแนนในชั้นคณะกรรมการสรรหาถึง 3 รอบ แม้ในรอบแรก เขาจะได้คะแนนสูงสุด 4 คะแนน แต่ก็ไม่ถึง 2 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ หรือ 6 จากทั้งหมด 8 คะแนน เช่นเดียวกับรอบสอง เขาได้ 5 คะแนน กระทั่งรอบสาม เขาถึงได้ 6 คะแนน เป็นอันผ่านการคัดเลือกมาได้ (ผู้นำฝ่ายค้านในสภางดออกเสียงทุกรอบ)
เขาแสดงวิสัยทัศน์ต่อหน้าคณะกรรมการสรรหาฯ โดยเปรียบเปรยรัฐธรรมนูญเป็นเสมือน "เครื่องจักรขนาดใหญ่" บางครั้งเครื่องจักรชํารุด ประเทศก็เดินหน้าไม่ได้ ศาลรัฐธรรมนูญเป็น "ส่วนหนึ่งของการควบคุมเครื่องจักร" ในการซ่อมแซมส่วนที่ชํารุดเสียหาย ปรับปรุงเพื่อสอดคล้องกับบริบทของประเทศ
ส่วนการเขียนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกพันทุกองค์กร เขาระบุว่า "คำวินิจฉัยที่ดีต้องเป็นคำวินิจฉัยที่ทุกคนยอมรับ เป็นมาตรฐานสากล" ฉะนั้นตุลาการต้องทำ 2 เรื่อง นอกจากต้องมีจริยธรรมที่ดีเป็นแบบอย่าง ไม่มีอคติ ยังต้องมีการให้ความรู้ ให้ความเข้าใจในทุกโอกาสที่ทำได้ และที่สำคัญตุลาการเองควรต้องมีการเรียนรู้เพิ่มในบริบทโลกที่เปลี่ยนไป
ด้านนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง และปริญญาโทด้านรัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า มีประสบการณ์การทำงานในฐานะผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 2 (ต.ค. 2558-ก.ย. 2559), พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ (ต.ค. 2559-ก.ย. 2561), รองประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ (ต.ค. 2561-ก.ย. 2562), อธิบดีผู้พิพากษาศาลล้มละลายกลาง (ต.ค. 2562-ก.ย. 2564), ผู้พิพากษาศาลฎีกา (ต.ค. 2564-ก.ย. 2566), ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา (ต.ค. 256-ปัจจุบัน)
ในการสมัครรับเลือกเป็น กกต. มีผู้ลงสมัครแข่งขัน 2 คน นายณรงค์ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเมื่อ 9 เม.ย. 2568 ด้วยคะแนนเสียง 134 คะแนน จากผู้พิพากษาที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 190 คน (ลาประชุม 2 คน) จึงผ่านมาถึงชั้นวุฒิสภา
วุฒิฯ เดินหน้าโหวตรับรององค์กรอิสระ
การเดินหน้าโหวตรับรองกรรมการองค์กรอิสระเกิดขึ้นในจังหวะที่ สว. อย่างน้อย 138 คน ซึ่งคิดเป็น 2 ใน 3 ของวุฒิสภา ถูกกล่าวหาว่ากระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ทำให้การเลือก สว. ปี 2567 มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือที่ถูกเรียกว่า "คดีโกงเลือก สว." หรือ "คดีฮั้วเลือก สว." พวกเขาอยู่ระหว่างถูกตรวจสอบโดย กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำให้ สว. นอกกลุ่มใหญ่ คัดค้านการเดินหน้ากระบวนการนี้
วานนี้ (21 ก.ค.) นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. เสนอญัตติด้วยวาจา ขอให้วุฒิสภาชะลอวาระให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ กกต. จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยในคดีที่ สว. อย่างน้อย 2 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมดตกเป็นคู่กรณี ไม่ว่าจะเป็นผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องในองค์กรเหล่านี้ เพื่อป้องกันหลักขัดกันแห่งผลประโยชน์ ขณะที่ สว. "สีน้ำเงิน" เสนอให้ปิดห้องประชุมลับนาน 2 ชม. ก่อนมีมติคว่ำญัตติดังกล่าวด้วยคะแนนเสียง "ไม่เห็นด้วย" 130 ต่อ 7 เสียง งดออกเสียง 13
แหล่งข่าวจากวุฒิสภาเปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า มี สว. นอกกลุ่มใหญ่เพียง 3 คนอภิปรายสนับสนุนให้เลื่อนการโหวตรับรองกรรมการองค์กรอิสระ เนื่องจากบางส่วนได้เดินออกจากห้องประชุม (วอล์กเอาต์) ไปก่อนหน้านี้ ขณะที่ สว. สีน้ำเงินนับ 10 คนได้อภิปรายยืนยันว่า สว. ต้องทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้พิจารณาและให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งในศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ไม่เช่นนั้นอาจถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อีกทั้งถ้าชะลอวาระนี้ออกไปอาจก่อให้เกิดปัญหาต่อการทำงานขององค์กรอิสระต่าง ๆ ได้

ที่มาของภาพ, PR SENATE
ทันทีที่เปิดประชุมในวันนี้ (22 ก.ค.) วุฒิสภาจึงเดินหน้าพิจารณาตามระเบียบวาระที่ประธานบรรจุไว้ อย่างไรก็ตามได้เกิดความวุ่นวายขึ้นภายในห้องประชุม ในระหว่างที่เปิดให้สมาชิกได้อภิปราย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. เสียงข้างน้อย ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการลงมติเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ กกต. ที่จะเข้าไปตัดสินคดีที่ สว. 138 คนมีส่วนได้เสีย ทั้งในฐานะผู้ถูกกล่าวหาและผู้กล่าวหา หากเดินหน้าไปคู่กรณีและประชาชนจะคิดอย่างไร เป็นการจงใจทำให้กระบวนการยุติธรรมบิดเบี้ยวหรือไม่
"เพื่อป้องกันการขัดกันผลประโยชน์ และความสง่างามแห่งวุฒิสภา สว. ทั้งหลายควรยุติการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. แม้ดิฉันและ สว. อิสระ 62 คนจะไม่ได้เป็นผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา แต่เพื่อความสง่างามแห่งวุฒิสภา สว. อิสระทั้งหมดยินดีจะสละสิทธิการลงมติ" น.ส.นันทนากล่าว
ในระหว่างนี้บรรดา สว. ที่มีชื่อปรากฏเป็นผู้ถูกคณะอนุกรรมการ กกต. แจ้งข้อกล่าวหา ได้ลุกขึ้นประท้วงว่า น.ส.นันทนาอภิปรายซ้ำซาก เพราะวุฒิสภามีมติไม่ชะลอโหวตไปแล้ว ทั้งนี้ น.ส.อมร ศรีบุญนาค ได้ประท้วงประธานในการควบคุมการประชุม โดยกล่าวว่า "วันนี้ท่านประธานแข็งน้อย อยากให้ท่านประธานแข็งกว่านี้... ในส่วนนี้เราฟังทุกวัน คิดว่าดิฉันจะเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว สว. หลายคนเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ดิฉันแนะนำให้คนที่ฟังซ้ำ ๆ พูดซ้ำๆ ดิฉันแนะนำว่าควรไปปรึกษา"
ขณะที่ พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ กล่าวหากลับว่า น.ส.นันทนาทำให้เกิดความเสียหายต่อ สว. 138 คน ซึ่งถือเป็นการประพฤติผิดมาตรฐานจริยธรรมเกี่ยวกบการปฏิบัติหน้าที่ของ สว. ข้อ 28 และ 29 เมื่อที่ประชุมลงมติไปแล้ว แต่ยังพยายามพูดเรื่องนี้อีก จึงขอให้บันทึกเอาไว้และจะดำเนินการหลังจากนี้ แต่ น.ส.นันทนาไม่ยอมรับข้อกล่าวหาที่รุนแรงนี้ และประกาศว่าจะดำเนินการกลับเช่นกัน จากนั้นก็มีการประท้วงกันไปมาระหว่างผู้อภิปรายกับผู้ประท้วง ทำให้ประธานต้องปิดไมโครโฟนทั้ง 2 ฝ่าย สถานการณ์ถึงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และเดินหน้าพิจารณาตามวาระไปได้
ด้าน น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. นอกกลุ่มใหญ่ อภิปรายว่า วันนี้ได้ข่าวว่ามีคำสั่งให้เลือก 1 ไม่เลือก 1 มันก็แปลก ๆ แต่คิดว่าคงไม่จริง ซึ่งแคนดิเดตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 2 คนเป็นคนดี ผ่านกระบวนการสรรหามาแล้ว พร้อมเรียกร้องให้เพื่อน สว. "หาความจริงด้วยตนเอง ไม่ต้องไปฟังเสียงหรือว่าฟังตามคำสั่งใครที่จะบงการ" เพราะการเลือกคนจะกลายเป็นลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ไปอีกนาน
คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง ชุดที่ 26 ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่มี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธาน ได้สรุปสำนวนการสอบสวนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการ "ฮั้วเลือก สว." เมื่อ 17 ก.ค. โดยสื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่า คณะกรรมการชุดนี้เสนอให้ กกต. ดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 ราย แบ่งเป็น สว. 138 คน กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และเครือข่าย 91 คน ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 70 ประกอบ มาตรา 36 มาตรา 62 มาตรา 76 และ มาตรา 77 (1)
นอกจาก สว. 138 คนจะตกเป็น "ผู้ถูกกล่าวหา" ใน "คดีฮั้วเลือก สว." สว. สีน้ำเงินจำนวน 92 คน นำโดย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ประธาน กมธ.กิจการองค์กรอิสระ วุฒิสภา ยังเป็น "ผู้ร้อง" โดยได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม (ตำแหน่งขณะถูกร้อง) และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ จากกรณีใช้ดีเอสไอเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือก สว. ขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจ และฝ่าฝืนหลักนิติธรรม โดยศาลรับคำร้องไว้พิจารณาเมื่อ 14 พ.ค. และสั่งให้ พ.ต.อ.ทวี หยุดปฏิบัติหน้าที่ รมว.ยุติธรรม "เฉพาะในฐานะผู้กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ และรองประธานกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.)" ในระหว่างรอวินิจฉัยคดีนี้ และคณะ สว. ยังใช้เหตุเดียวกันนี้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบว่านายภูมิธรรม พ.ต.อ.ทวี และคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่
นอกจากนี้ยังมี สว. อีก 36 คน นำโดย พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา ประธาน กมธ.การทหารและความมั่นคง วุฒิสภา ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ จากกรณี "คลิปเสียง" สนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โดยศาลสั่งให้นายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวนับจากรับคำร้องไว้พิจารณาเมื่อ 1 ก.ค.

ที่มาของภาพ, PR SENATE
เมื่อบีบีซีไทยตรวจสอบรายชื่อของ กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ กกต. พบว่า มี สว. ที่ถูกกล่าวหาใน "คดีฮั้วเลือก สว." 11 คน (ตามข้อมูลรายชื่อที่ปรากฏทางสื่อมวลชน) ร่วมเป็น กมธ. แต่ละชุด โดยชุด 2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มี พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา เป็นประธาน กมธ. และชุด กกต. มีนายกมล รอดคล้าย เป็นประธาน
ในระหว่างการทำงาน นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี หรือ "ผู้ว่าฯ ปู" ได้ขอลาออกจากชุดตรวจสอบประวัติฯ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ 6 มิ.ย. เช่นเดียวกับ ผศ.วราวุธ ตีระนันทน์ ได้ขอลาออกจากชุดตรวจสอบประวัติฯ กกต. เมื่อ 18 มิ.ย. จึงต้องแต่งตั้ง สว. คนอื่นเข้าไปทำหน้าที่แทน
นอกจากเสียง สว. ส่วนน้อยในสภา กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "เครือข่ายประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ" เคยออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการเดินหน้ากระบวนการเลือกกรรมการองค์กรอิสระ โดยมองว่า ในระหว่างที่กระบวนการสอบสวนคดีเลือก สว. ยังไม่แล้วเสร็จ สว. กลับใช้อำนาจสำคัญในการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งล้วนมีบทบาทในการตรวจสอบ สว. โดยตรง
กกต. มีอำนาจตรวจสอบคุณสมบัติ สว. และเป็นองค์กรสำคัญที่รับผิดชอบคดีโกงเลือก สว.
ศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจชี้ขาดว่า สว. จะพ้นตำแหน่งหรือไม่ หากมีความผิดคดีโกงเลือก สว.
แต่ที่สุดแล้ว สว. ชุดที่ 13 ก็เดินหน้าโหวตเห็นชอบกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 1 คน และตีตก 2 คน เมื่อ 30 พ.ค. ก่อนมาโหวตรับรอง กกต. 1 คน โหวตรับรองตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 1 คน และตีตก 1 คน











