เทียบเส้นทาง พล.อ.อภิรัชต์-พล.อ.ณรงค์พันธ์ จาก ผบ.ทบ. สู่ข้าราชการในพระองค์

ที่มาของภาพ, ROYAL THAI ARMY
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ปรับโอน พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร ในสังกัดหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย. 2566 ซึ่งนับว่าเป็นเส้นทางของ ผบ.ทบ. ที่คล้ายคลึงกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. คนที่ 41
พล.อ. ณรงค์พันธ์ ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. คนที่ 42 ในเดือน ต.ค. 2563 ต่อจาก พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ นอกจากเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องในกองทัพ ทั้งคู่ยังเป็น "ทหารคอแดง" หรือนายทหารที่อยู่ในหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 เช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ดี ข้อแตกต่างของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ คือปรับโอนนายทหารสัญญาบัตรเป็น "ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร" ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการสำนักงาน นายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
ขณะที่ พล.อ.อภิรัชต์ ได้รับโปรดเกล้าฯ รับโอนจากข้าราชการทหารบรรจุเป็น "ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือน" ในตำแหน่งรองเลขาธิการพระราชวัง ระดับ 11 สังกัดสำนักพระราชวัง
เมื่อดูเส้นทางของ พล.อ.อภิรัชต์ อดีตนายทหาร ทบ.รายนี้ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายทหารพิเศษ ประจำกรมมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ตั้งแต่เมื่อครั้งเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2561 ก่อนขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ในเดือน ต.ค. ปีเดียวกัน
ทว่าก่อนสิ้นสุดอายุราชการที่จะเกษียณจาก ผบ.ทบ. ในเดือน ก.ย. 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุมัติปรับโอน พล.อ.อภิรัชต์ บรรจุเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นพิเศษ เป็นรองเลขาธิการพระราชวัง ตามคำสั่งสำนักพระราชวังที่ 182/2563 ลงนามโดย พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ในวันที่ 12 ก.ย. 2563 และให้มีผลในวันที่ 30 ก.ย. 2563
ดังนั้น จึงเห็นว่า พล.อ.อภิรัชต์ อยู่ในตำแหน่ง ผบ.ทบ. จนกระทั่งสิ้นสุดราชการในช่วงสิ้นเดือน ก.ย. แตกต่างจากกรณีของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ซึ่งประกาศในราชกิจจาฯ ระบุว่า ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ยังเหลืออายุราชการในตำแหน่ง ผบ.ทบ.จนถึงสิ้นเดือน ก.ย.
2 อดีต ผบ.ทบ. กับรหัส "คอแดง 60"
ก่อนขึ้นสู่ตำแหน่ง ผบ.ทบ. ช่วงที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ดำรงตำแหน่ง ผบ.พล.1 รอ. เขาได้เข้ารับการฝึกในหลักสูตรทหารรักษาพระองค์ 3 เดือน ที่โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในปี 2560 ปีเดียวกับ พล.อ.อภิรัชต์ และ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์
เมื่อจบหลักสูตร ทหารทุกคนต้องติดเครื่องหมายบอกเลขรุ่นและปีที่จบบนเครื่องแบบที่หน้าอก โดยใช้สีแสดงสัญลักษณ์ของกลุ่มที่ฝึก
จากนั้น พล.อ.ณรงค์พันธ์ ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (รอง ผบ.ฉก.ทม.รอ. 904) หรือที่เรียกว่า "ทหารคอแดง" จากเสื้อยืดชุดฝึกสีขาวขลิบแดงที่คอและแขนเสื้อ ซึ่งทหารเหล่านี้ต้องใส่ไว้ด้านในก่อนสวมทับด้วยเครื่องแบบทหารสีเขียว และติดเครื่องหมายแสดงตนอย่างละเอียด ตามระเบียบของทหาร ฉก.ฯ
หลักสูตร 3 เดือนนอกจากการฝึกภาคสนามแล้ว ยังต้องมีการเรียนในชั้นเรียน เพื่อให้รู้ถึงประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของสถาบันหลักของชาติ โดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อให้รับทราบแนวทางการประพฤติปฏิบัติตนของทหารรักษาพระองค์ การถวายความปลอดภัย ถวายพระเกียรติ การฝึกอบรมให้รู้ในหน้าที่ การวางตัว กริยา มารยาท ท่าทำความเคารพ เครื่องแต่งกาย ต้องมีความถูกต้องทุกกระเบียดนิ้ว
นอกจากนั้นยังต้องท่องบทราชสวัสดิ์ คาถา ธรรมเนียมต่าง ๆ ให้ขึ้นใจ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึก เตือนใจและสติในการทำหน้าที่ของทหารรักษาพระองค์ให้ครบถ้วน สมบูรณ์ เข้ารับการฝึกทางทหาร ความพร้อมทางร่างกาย เมื่อจบหลักสูตรไปแล้วในทุกปีก็จะมี "ระยะปัดฝุ่น" เพื่อให้คนที่จบหลักสูตรไปแล้วกลับมาทบทวนการฝึกให้ถึงพร้อมด้วยความแข็งแรงทางร่างกาย และจิตใจตลอดเวลา
ภายหลัง พล.อ.ณรงค์พันธ์ ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ในเดือน ต.ค. 2563 เขาได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 แทน พล.อ.อภิรัชต์ ที่เกษียณอายุจาก ผบ.ทบ. และไปเป็นรองเลขาธิการพระราชวัง

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
ย้อนดูพระบรมราชโองการ โอนนายทหารสัญญาบัตรไปสังกัดหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
การปรับโอน พล.อ.ณรงค์พันธ์ นับเป็นการปรับโอนนายทหารสัญญาบัตรไปเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร ครั้งล่าสุด ภายหลัง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 บังคับใช้
จากการสืบค้นในราชกิจจานุเบกษา พบว่ามีพระบรมราชโองการ ให้รับโอนนายทหารสัญญาบัตรเป็น"ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร" ทั้งสิ้น 6 นาย ในช่วงปี 2564-2566 ที่ผ่านมา ได้แก่
- 5 ก.พ. 2564 โปรดเกล้าฯ ให้ พลตรี สมบัติ ธัญญะวัน ผอ.สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา พลตรี) ปรับย้ายมาสังกัดหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
ดำรงตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลโท) และพระราชทานยศ พลโท
- 13 ก.ย. 2564 โปรดเกล้าฯ ให้ นาวาเอก สกาย เภกะนันทน์ รอง ผอ.สำนักส่งกำลังบำรุงร่วม กรมส่งกำลังบำรุงทหาร (อัตรา นาวาเอกพิเศษ) ปรับย้ายมาสังกัด หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
ดำรงตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเรือตรี) และพระราชทานยศ พลเรือตรี
- 29 ก.ค.2565 โปรดเกล้าฯ ให้ พลตรี รวิศ รัชตะวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา พลตรี) ปรับย้ายมาสังกัด หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
ดำรงตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตรี)
- 25 ต.ค.2565 โปรดเกล้าฯ ให้ พลเรือตรี สรวุท ชวนะ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือ (อัตรา พลเรือตรี) ปรับย้ายมาสังกัด หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
ดำรงตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตรี)
- 10 ธ.ค.2565 โปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก ธนณัฐ ยังเฟื่องมนต์ จเรสำนักงานปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงภายในกองทัพบก (อัตรา พลเอก) ปรับย้ายมาสังกัดหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
ดำรงตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอก)
- 12 ก.ย.2566 โปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (อัตรา พลเอกพิเศษ) ปรับโอนมาสังกัดหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการสำนักงาน นายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอกพิเศษ)

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
เส้นทางของ ผบ.ทบ. คนที่ 41 และ 42 สู่ข้าราชการในพระองค์
- 19 ก.ค. 2560 พล.ท.อภิรัชต์ และ พล.ต.ณรงค์พันธ์ (ยศในขณะนั้น) เป็นราชองครักษ์เวร จาก 492 คน
- 1 ต.ค. 2560 พล.ท.อภิรัชต์ (ยศในขณะนั้น) ขยับตำแหน่งขึ้นเป็น พล.อ. และดำรงตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ทบ.
- 11 ก.ค. 2561 พล.อ.อภิรัชต์ ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายทหารพิเศษ ประจำกรมมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
- 1 ต.ค. 2561 พล.อ.อภิรัชต์ ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) / พล.ต.ณรงค์พันธ์ (ยศในขณะนั้น) ขยับเป็น พล.ท. และขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1
- 2 พ.ย. 2561 พล.ท.ณรงค์พันธ์ (ยศในขณะนั้น) ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายทหารพิเศษ ประจำกรมมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์
- 5 ม.ค. 2562 พล.อ.อภิรัชต์ ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกรรมการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
- 11 พ.ค. 2562 พล.อ.อภิรัชต์ ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยตำแหน่ง ตามมาตรา 269 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2560
- 5 ก.ย. 2562 พล.ท.ณรงค์พันธ์ (ยศในขณะนั้น) ขยับเป็น พล.อ. และขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ.
- 27 มิ.ย. 2563 พล.อ.อภิรัชต์ และ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นนายทหารราชองครักษ์ พร้อมกับนายทหารและตำรวจชั้นสัญญาบัตร รวม 364 นาย
- 19 ส.ค. 2563 พล.อ.อภิรัชต์ ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายทหารราชองครักษ์พิเศษ พร้อมกับนายทหารและตำรวจชั้นสัญญาบัตร รวม 68 นาย
- 30 ก.ย. 2563 พล.อ.อภิรัชต์ ได้รับโปรดเกล้าฯ ปรับโอนจากข้าราชการทหารเป็นข้าราชการในพระองค์ในตำแหน่งรองเลขาธิการพระราชวัง ระดับ 11 (ช่วงรอยต่อเกษียณอายุราชการจาก ผบ.ทบ.)
- 1 ต.ค. 2563 พล.อ.ณรงค์พันธ์ ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น ผบ.ทบ.
- 18 พ.ย. 2563 พล.อ.อภิรัชต์ ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรองผู้อำนวยการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
- 6 ธ.ค. 2563 พล.อ.ณรงค์พันธ์ ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยตำแหน่ง ตามมาตรา 269 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2560
- 27 มิ.ย. 2566 พล.อ.ณรงค์พันธ์ ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายทหารราชองครักษ์ในพระองค์
- 12 ก.ย. 2566 พล.อ.ณรงค์พันธ์ ได้รับโปรดเกล้าฯ โอนย้ายมาเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร ในตำแหน่งบัญชาการสำนักงาน นายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์











