You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ไทเปชี้จีนเฝ้าดูสงครามยูเครนเพื่อพัฒนา “กลยุทธ์ลูกผสม” ต่อไต้หวัน
เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงของไต้หวันระบุว่า จีนกำลังเฝ้าดูสิ่งที่เกิดขึ้นในสงครามยูเครน เพื่อใช้พัฒนา ยุทธศาสตร์ “สงครามผสมผสาน” (hybrid warfare) ต่อไต้หวัน ซึ่งรวมถึงการใช้โดรน และแรงกดดันทางจิตวิทยา
ที่ผ่านมา ไต้หวันพยายามศึกษาบทเรียนที่เกิดขึ้นในสงครามยูเครนอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีที่จีน ซึ่งมองว่าไต้หวันเป็นมลฑลหนึ่งของตนจะใช้กำลังเข้ายึดครองไต้หวัน
ความขัดแย้งระหว่างสองชาติดำเนินมายาวนาน โดยเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา จีนได้จัดการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันเพื่อแสดงความไม่พอใจต่อกรณีที่นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เดินทางเยือนไต้หวัน และยังคงดำเนินกิจกรรมทางการทหารบริเวณดังกล่าวเรื่อยมาแม้ว่าสถานการณ์ความตึงเครียดจะคลี่คลายลงแล้วก็ตาม
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายเฉิน หมิง-ตง อธิบดีสำนักความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันกล่าวเรื่องนี้ต่อรัฐสภาว่า จีนกำลังจับตามองสิ่งที่เกิดขึ้นในยูเครน
“ในปีนี้ กองทัพคอมมิวนิสต์ได้นำสิ่งที่เกิดขึ้นในสงครามรัสเซีย-ยูเครน มาพัฒนา “สงครามผสมผสาน” ต่อไต้หวัน และยกระดับฝึกซ้อมการสู้รบ ตลอดจนการเตรียมรับมือกับศัตรูที่แข็งแกร่ง” เขากล่าวต่อสมาชิกรัฐสภา
นายเฉินระบุว่า หลังการซ้อมรบเมื่อเดือน ส.ค. จีนได้ขยาย “เขตสีเทา” (grey zone) ซึ่งเป็นกลยุทธ์สร้างความตึงเครียดให้ศัตรูแต่ยังไม่รุนแรงถึงขั้นเผชิญหน้าทางการทหาร อีกทั้งดำเนินกิจกรรมทางทหารแบบผสมผสานต่อไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบินโดรนเข้าใกล้หมู่เกาะในการควบคุมของไต้หวัน ซึ่งอยู่นอกชายฝั่งจีน และบินรุกล้ำเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศ (air defence identification zone) ของไต้หวัน
ไต้หวันระบุว่ากลยุทธ์ “เขตสีเทา” ของจีนนั้นคือการใช้ยุทธวิธีต่าง ๆ เพื่อทำให้ข้าศึกอ่อนกำลังโดยไม่ต้องใช้การสู้รบแบบเผชิญหน้า เช่น การบินล่วงล้ำเขตป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวันเป็รประจำ เพื่อยั่วยุให้กองทัพอากาศไต้หวันต้องส่งเครื่องบินเข้าสกัด
นอกจากนี้ นายเฉินระบุว่า จีนเผยแพร่ภาพของทหารไต้หวันทางออนไลน์ เพื่อทำลายชื่อเสียงและโจมตีรัฐบาลไต้หวัน เขายกตัวอย่างวิดีโอที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียจีนเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเป็นคลิปคลิปที่ถ่ายได้จากโดรน เผยให้เห็นทหารไต้หวันตามหมู่เกาะต่าง ๆ นอกชายฝั่ง
นายเฉินชี้ว่า การกระทำเหล่านี้ “แสดงให้เห็นชัดเจนว่าพวกคอมมิวนิสต์จีนได้ยกระดับสงครามจิตวิทยา และกิจกรรมลูกผสมแบบต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามความมั่นคงรูปแบบใหม่”
ที่ผ่านมา จีนกล่าวโทษไต้หวันว่าเป็นฝ่ายที่ทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดรุนแรงขึ้น โดยระบุว่า ไต้หวัน “สมคบ” กับกองกำลังต่างชาติเป็นปรปักษ์ต่อรัฐบาลจีนเพื่อส่งเสริมเอกราชอย่างเป็นทางการของไต้หวัน
ภัยคุกคามทางทหารที่เพิ่มขึ้นจากจีน ทำให้ไต้หวันเร่งเสริมเขี้ยวเล็บให้กองทัพของตน ซึ่งผู้บัญชาการทหารเรือระบุว่า มาตรการนี้รวมถึงการเพิ่มเรือพิฆาตรุ่นใหม่ เนื่องจากเรือรบหลักในปัจจุบันของไต้หวันจำนวน 26 ลำนั้นมีอายุเฉลี่ย 20-30 ปี
นายเฉินกล่าวว่า ภัยคุกคามจากจีนทำให้สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรเพิ่มความสนับสนุนต่อไต้หวัน เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับยูเครนจะไม่เกิดซ้ำในช่องแคบไต้หวัน ซึ่งการสนับสนุนนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของไต้หวันในการรับมือกับจีน และยับยั้ง “แผนการของจีนที่จะโจมตีไต้หวัน”