You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ปฏิบัติการ "ออง เซยะ" ที่ KNU อ้างว่ากองทัพเมียนมาใช้เพื่อยึดคืนเมียวดี คืออะไร
ความสงบของเมียวดีในช่วงกว่า 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ดูเหมือนจะเป็นเพียงการพักรบชั่วคราวเท่านั้น โดยเป็นช่วงที่กองกำลังฝ่ายต่อต้านและกองทัพเมียนมาพยายามเจรจากันอีกรอบหนึ่ง หลังก่อนหน้านี้เปิดฉากโจมตีจนส่งผลให้ผู้คนหลายพันคนต้องอพยพเข้ามายังฝั่งไทย
พลจัตวาโซ มิน แทต ยังมีชีวิตอยู่
การสู้รบระหว่างฝ่ายต่อต้านที่นำโดยสหภาพกะเหรี่ยงแห่งชาติหรือเคเอ็นยู (Karen National Union-KNU) และกองทัพเมียนมาตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 19 เม.ย. ต่อเนื่องจนถึงเช้าของวันที่ 21 เม.ย. 2567 สร้างความเสียหายให้กับค่ายผาซองหรือกองพันทหารราบที่ 275 ในตัวเมืองเมียวดี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง อย่างมาก จากข้อมูลของแหล่งข่าวระดับสูงของไทยในกองทัพบกของไทยซึ่งไม่ประสงค์เปิดเผยนาม บอกกับบีบีซีไทย
ทั้งนี้ การโจมตีทางอากาศของกองทัพเมียนมายังสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนที่อยู่ใกล้กับค่ายทหารแห่งนี้ด้วย
ค่ายผาซองเป็นฐานที่มั่นที่ใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดของกองทัพเมียนมาในตัวเมืองเมียวดี และเป็นที่ตั้งของกองพันทหารราบที่ 275, กองพันปืนใหญ่ 310 และ กองพลทหารราบเบาที่ 44 กำลังพลรวมกันประมาณ 500 นาย ล่าสุดถูกฝ่ายต่อต้านยึดไว้ได้ตั้งแต่ก่อนเทศกาลสงกรานต์ จึงทำให้ฐานที่มั่นแห่งนี้ตกเป็นเป้าการโจมตีทางอากาศของกองทัพเมียนมานับตั้งแต่นั้น
กองกำลังฝ่ายต่อต้านที่เข้ายึดค่ายผาซองประกอบด้วย กองทัพปลดปล่อยชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นแอลเอ (Karen National Liberation Army – KNLA) ซึ่งเป็นปีกทหารของ KNU และองค์การป้องกันชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นดีโอ (Karen National Defense Organization – KNDO) กองกำลังพิทักษ์ประชาชนหรือพีดีเอฟ (People’s Defense Force – PDF) ปีกทหารของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติหรือเอ็นยูจี (National Unity Government - NUG)
ทหารเมียนมาจากค่ายผาซองจำนวนประมาณ 200 คน หนีไปตั้งหลักบริเวณเชิงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 หลังฐานที่มั่นถูกตีแตก ทั้งนี้ พวกเขายังไม่ยอมจำนนและตกเป็นเป้าการโจมตีของกองกำลังฝ่ายต่อต้านด้วยเช่นกัน
มีรายงานว่าการโจมตีของฝ่ายต่อต้านเมื่อวันที่ 21 เม.ย. ส่งผลให้ทหารเมียนมากว่า 50 คนเสียชีวิต ขณะที่แหล่งข่าวจากกองทัพบกรายเดียวกันนี้ได้ยืนยันกับบีบีซีไทยว่า พลจัตวา โซ มิน แทต ผู้บัญชาการกองพลทหารราบเบาที่ 44 ยังมีชีวิตอยู่ และไม่ได้เสียชีวิตจากเหตุโดรนโจมตีบริเวณเชิงสะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 2 อย่างที่สื่อมวลชนของไทยรายงานก่อนหน้านี้
“ข่าวการเสียชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการข่าวสารหรือไอโอ (Information Operation-IO) ของฝ่ายต่อต้าน ที่พยายามบอกว่าฝ่ายของตนได้เปรียบ ซึ่งไอโอลักษณะนี้เกิดขึ้นทั้งจากสองฝ่าย” แหล่งข่าวผู้ไม่ประสงค์เปิดเผยนามจากกองทัพบก บอกกับบีบีซีไทย
เมียวดีพักรบชั่วคราว แต่กอกะเระยังเดือด
เป็นเวลากว่า 24 ชั่วโมงที่การสู้รบระหว่างกองกำลังฝ่ายต่อต้านและทหารเมียนมาภายในเมียวดีหยุดลงชั่วคราว ทางบีบีซีแผนกภาษาพม่าได้ข้อมูลมาว่า พ.อ.ชิต ตุ ผู้นำกองกำลังกะเหรี่ยงแห่งชาติหรือเคเอ็นเอ (Karen National Army-KNA) ซึ่งเคยทำงานให้กับกองทัพเมียนมาในฐานะกองกำลังพิทักษ์ชายแดนหรือกะเหรี่ยงบีจีเอฟ (Karen Border Guard Force-Karen BGF) เป็นตัวแทนของฝ่ายต่อต้านเพื่อเจรจากับกองทัพเมียนมา
ก่อนหน้านี้ ทางกองทัพเมียนมาเคยยื่นคำขาดให้ พ.อ.ชิต ตุ ส่งอาวุธที่ฝ่ายต่อต้านยึดได้จากค่ายผาซอง คืนกลับมาให้กองทัพเมียนมา มิฉะนั้นจะเปิดฉากโจมตีเมืองชเวโก๊กโก่ เมืองสแกมเมอร์ทุนจีนสีเทาที่ตั้งอยู่ในเขตอิทธิพลของ พ.อ.ชิต ตุ แต่ทางผู้นำ KNA ยังไม่ได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าจะทำตามประสงค์ของกองทัพเมียนมาหรือไม่ เนื่องจากได้ตัดความสัมพันธ์กับกองทัพเมียนมาตั้งแต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา
วันนี้ (22 เม.ย.) พ.อ.ณัฐกร เรือนติ๊บ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู บอกกับบีบีซีไทยว่า การสู้รบในเมียวดีหยุดลงชั่วคราว เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายกำลังพยายามเจรจาเพื่อหาทางออกกันอยู่ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าผู้เจรจาคือ พ.อ.ชิต ตุ ตามที่ทางบีบีซีแผนกภาษาพม่าได้ข้อมูลมาหรือไม่
“เราก็คาดหวังว่าเมียวดีจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยตามที่หลายฝ่ายมีความประสงค์กัน ถามว่าเป็นไปได้ไหม มันก็ยังมีความเป็นไปได้อยู่ แต่ก็ขึ้นอยู่กับการพูดคุยของทั้ง 2 ฝ่าย” พ.อ.ณัฐกร บอกกับบีบีซีไทย พร้อมกับยืนยันว่าทางหน่วยเฉพาะกิจยังคงตรึงกำลังตามแนวชายแดน ถึงแม้ว่าวันนี้สถานการณ์ดูเงียบสงบ และมีชาวเมียนมามากกว่าครึ่งได้เดินทางกลับไปยังเมียวดีแล้ว หลังหนีภัยสู้รบเข้ามายังฝั่งไทยประมาณ 3,000 คน ตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา
ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ด้วยเช่นกัน เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และสาธารณสุขกับผู้หนีภัยความไม่สงบจากเมียนมา โดยเฉพาะโรงพยาบาลแม่สอดซึ่งประกาศใช้แผนฉุกเฉินเพื่อรองรับผู้บาดเจ็บที่ส่งเข้ามาจากฝั่งเมียวดีตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา
ข้อมูลล่าสุดพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลแม่สอดทั้งหมด 82 คน ส่วนมากเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บจากระเบิด โดยได้รับการผ่าตัดไปแล้ว 29 คน และรอรับการผ่าตัดอีก 3 คน
“ในมิติด้านสาธารณสุข เราให้การดูแลผู้ป่วยทุกราย ไม่แยกว่าเป็นฝ่ายใด และเมื่อผู้ป่วยดีขึ้นสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ จะเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงรับไปดำเนินการดูแลต่อ” นพ.ชลน่าน กล่าว
แม้การสู้รบในเมียวดีหยุดชะงักลง แต่สมรภูมิบริเวณถนนสายเอเชียที่มุ่งหน้ามายังเมืองเมียวดียังคงสู้รบกันดุเดือด โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองกอกะเระ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก ไปประมาณ 80 กิโลเมตร
มีรายงานข่าวว่ากองทัพเมียนมาพยายามส่งกองหนุนเข้ามายังเมียวดี เพื่อชิงคืนพื้นที่นี้ให้กลับมาเป็นของรัฐบาลทหารให้ได้ แต่การเคลื่อนย้ายกองหนุนยังต้องปะทะกับกองกำลังของฝ่ายต่อต้านที่พยายามไม่ให้กองทัพเมียนมาเคลื่อนย้ายกำลังพลเข้ามายังเมืองเมียวดีได้
ขณะที่นายสมจิต รุ่งจำรัสรัศมี ผู้สื่อข่าวพิเศษประจำ อ.แม่สอด ได้รับข่าวจากฝ่ายต่อต้านที่อ้างว่า วานนี้ (21 เม.ย.) ทางกองทัพเมียนมาได้สั่งให้กองกำลังจากรัฐคะฉิ่นส่งกำลังเสริมเข้าไปช่วยเหลือทหารเมียนมาที่ติดอยู่ในเมืองเมียวดีหลังค่ายผาซองแตก
ระหว่างเคลื่อนพลมายังเมียวดี พบว่าฝ่ายต่อต้านดักโจมตีบนถนนสายเอเชียเส้นทางเมียวดี-กอกะเระ ห่างจากชายแดนไทยเมียนมาประมาณ 30 กิโลเมตร ทำให้ทหารเมียนมาได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และฝ่ายต่อต้านสามารถยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้จำนวนหนึ่ง
ขณะที่บีบีซีแผนกภาษาพม่าได้ข้อมูลมาว่า การปะทะกันที่กอกะเระ สร้างความสูญเสียให้กับทั้ง 2 ฝ่าย แต่ไม่สามารถสรุปสถานการณ์ได้ในขณะนี้ว่าฝ่ายใดกำลังได้เปรียบ โดยทั้งบีบีซีแผนกภาษาพม่าและแผนกภาษาไทยไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลความสูญเสียของทั้ง 2 ฝ่ายได้อย่างอิสระ
“ปฏิบัติการออง เซยะ” ?
เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา ทาง KNU โพสต์บนเพจเฟซบุ๊กว่า ทางกองทัพเมียนมาได้เปิดปฏิบัติการ “ออง เซยะ” (Operation Aung Zeya) เพื่อทวงคืนเมืองเมียวดีจากฝ่ายต่อต้าน อย่างไรก็ตาม ชื่อปฏิบัติการดังกล่าวไม่เคยถูกประกาศจากกองทัพเมียนมาอย่างเป็นทางการ มีเพียงข่าวจากกองกำลังฝ่ายต่อต้านเท่านั้นที่อ้างชื่อปฏิบัติการนี้
อย่างไรก็ดี พบว่า “ออง เซยะ” เป็นชื่อสามัญชนของพระเจ้าอลองพญา ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์คอนบองซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายของพม่า
แม้ไม่สามารถยืนยันได้ว่าปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่เมียวดีมีชื่อที่แท้จริงว่าอะไร แต่จากการปะทะกันอย่างต่อเนื่องทั้งในและนอกตัวเมืองเมียวดีก็เป็นข้อพิสูจน์หนึ่งว่า ทางการเมียนมาไม่สามารถปล่อยให้เมียวดีซึ่งเป็นด่านการค้าแนวชายแดนที่สำคัญของประเทศไปตกอยู่ในมือของฝ่ายต่อต้านได้ เนื่องจากปี ๆ หนึ่ง การค้าชายแดนบริเวณชายแดนแม่สอด-เมียวดี มีมูลค่าถึงหลักแสนล้านบาทขึ้นไป ท่ามกลางสถานการณ์ที่รัฐบาลทหารเมียนมาถูกคว่ำบาตรโดยสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหภาพยุโรป ซึ่งส่งผลต่อการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศนับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารขึ้นเมื่อปี 2564
ที่ผ่านมา องค์การสหประชาชาติเคยออกมาเตือนว่าการโจมตีทางอากาศด้วยอาวุธหนักของกองทัพเมียนมานั้นเข้าข่ายเป็นกลยุทธ์ผลาญภพ (Scorched Earth tactics) ซึ่งคร่าชีวิตพลเรือนและทำให้เกิดการพลัดถิ่นภายในประเทศ แต่คำเตือนดังกล่าวไม่ได้ส่งผลให้รัฐบาลทหารเลิกใช้กลยุทธ์ดังกล่าวแต่อย่างใด
กลยุทธ์ผลาญภพคือการมุ่งเป้าไปที่การตัดกำลังของอีกฝ่ายหนึ่งโดยทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน เสบียงอาหาร พืชผลเกษตรกรรม การสื่อสาร รวมไปถึงที่อยู่อาศัยของพลเรือน ซึ่งขัดต่ออนุสัญญาเจนีวาด้วย