You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
KNU ยืนยันยึดเมียวดีไว้หมดแล้ว ด้านทหารเมียนมาจ่อหนีตายเข้าชายแดนไทย
พะโด ซอ ตอ นี โฆษกสหภาพกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นยู (Karen National Union-KNU) ยืนยันกับบีบีซีไทยว่า กองกำลังผสมของฝ่ายต่อต้านสามารถยึดเมืองเมียวดี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ได้ตั้งแต่เวลา 22.00 น. เมื่อคืนวานนี้ (10 เม.ย.) รวมถึงค่ายผาซองที่มั่นสุดท้ายของกองทัพเมียนมาในเมืองเมียวดี
กองกำลังฝ่ายต่อต้านที่เข้ายึดค่ายผาซองประกอบด้วย กองทัพปลดปล่อยชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นแอลเอ (Karen National Liberation Army – KNLA) ซึ่งเป็นปีกทหารของ KNU และองค์การป้องกันชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นดีโอ (Karen National Defense Organization – KNDO) กองกำลังพิทักษ์ประชาชนหรือพีดีเอฟ (People’s Defense Force – PDF) ปีกทหารของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติหรือเอ็นยูจี (National Unity Government - NUG) ซึ่งเป็นรัฐบาลพลัดถิ่น หลังจากถูกรัฐประหารโดยพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย
ค่ายผาซองเป็นฐานที่มั่นที่ใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดของกองทัพเมียนมา และเป็นที่ตั้งของกองพันทหารราบที่ 275 กองพันปืนใหญ่ 310 และกองพลทหารราบเบาที่ 44 โดยค่ายแห่งนี้อยู่ห่างจากสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 ตรงข้ามบ้านริมเมย ต.บ้านท่าสายลวด อ.แม่สอด ประมาณ 2 กิโลเมตร และมีกำลังพลรวมกันประมาณ 500 นาย
นายสมจิต รุ่งจำรัสรัศมี ผู้สื่อข่าวพิเศษของบีบีซีไทย รายงานว่า กองกำลังฝ่ายต่อต้านเข้ากดดันและเปิดฉากโจมตีทหารเมียนมาภายในค่ายผาซองหลังจากการเจรจาไม่ได้ผล โดยใช้ทั้งอาวุธหนักปืน ค.60 และอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 9 เม.ย. เป็นต้นมา
ก่อนหน้านี้ ทางบีบีซีแผนกภาษาพม่า ได้ข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับสภาทหารของเมียนมาว่า ทางกองทัพเมียนมาพยายามปกป้องค่ายผาซองอย่างสุดความสามารถ ด้วยการส่งเครื่องบินรบไปทิ้งระเบิดบริเวณรอบ ๆ ค่าย เพื่อตัดกำลังกองกำลังฝ่ายต่อต้าน รวมถึงพยายามส่งกำลังรบภาคพื้นดินเข้าไปสนับสนุน แต่สุดท้ายแล้วกองกำลังฝ่ายต่อต้านก็สามารถเข้ายึดค่ายผาซองไว้ได้ รวมถึงตัวเมืองเมียวดีทั้งหมด
“ผมขอยืนยันว่ากองกำลังของเราเข้ายึดครองตัวเมืองเมียวดีทั้งหมดแล้ว ตั้งแต่เวลา 4 ทุ่มเมื่อคืนนี้” โฆษกของ KNU บอกกับบีบีซีไทย
เขายังให้ข้อมูลว่า กองพลทหารราบเบาที่ 44 ของกองทัพเมียนมาซึ่งตั้งอยู่ในค่ายผาซองได้ถอนกำลังและถอยร่นไปอยู่แนวชายแดนไทย-เมียนมา บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ของพันเอกชิต ตุ ผู้นำกองทัพแห่งชาติกระเหรี่ยงหรือเคเอ็นเอ (Karen National Army) หรืออดีตกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยงที่เคยเรียกกันในชื่อว่ากะเหรี่ยงบีจีเอฟ (Karen Border Guard Force – Karen BGF) ผู้แปรพักตร์ไม่ขึ้นกับกองทัพเมียนมาเมื่อหลายเดือนก่อน
“ผมไม่รู้ว่าทหารเมียนมาอยู่ในการควบคุม [ของพันเอกชิต ตุ] หรือพยายามข้ามชายแดนไปยังประเทศไทยหรือไม่ แต่ผมทราบเพียงว่าทั้งหมดถอยร่นตั้งแต่เมื่อคืนและย้ายไปยังสะพาน 2” พะโด ซอ ตอ นี บอกกับบีบีซีไทย
เมื่อเวลา 11.47 น. วันนี้ แถลงการณ์ของ KNU ระบุว่า กำลังพลของเมียนมาที่อยู่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 มีแผนข้ามไปยังชายแดนไทย แต่ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากทางการเมียนมาสั่งปิดชายแดนบริเวณสะพานแห่งที่ 2 แล้ว
ขณะที่ทหารไทยตรึงกำลังบริเวณชายแดนริมฝั่งแม่น้ำเมย ใต้สะพานแห่งที่ 2 อยู่ในขณะนี้ จากรายงานล่าสุดของสำนักข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
ทางบีบีซีแผนกภาษาเมียนมาทราบว่า มีกำลังพลประมาณ 200 นายที่ถอยร่นไปอยู่ตรงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 และทางกองทัพเมียนมายังคงส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดบริเวณค่ายผาซองเมื่อเวลาประมาณ 10.00 วันนี้ (11 เม.ย.) ถึงแม้ว่าฐานที่มั่นตกอยู่ในมือของกองกำลังฝ่ายต่อต้านแล้วก็ตาม
เนื่องจากค่ายผาซองอยู่นอกเมืองตัวเมียวดี ทำให้สถานการณ์ภายในตัวเมืองเมียวดียังปกติ ถึงแม้ได้ยินเสียงปืนและระเบิดดังเป็นระยะ ๆ
ทาง KNU ยอมรับว่ากังวลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างมาก และพยายามเตือนไม่ให้ประชาชนออกนอกตัวเมืองเมียวดี เพราะเสี่ยงได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะระหว่างกองกำลังฝ่ายต่อต้านและกองทัพเมียนมาได้ โดยเฉพาะการโจมตีทางอากาศซึ่งเป็นยุทธวิธีหลักของกองทัพเมียนมาในขณะนี้
“มันเป็นธรรมชาติของ SAC (สภาบริหารแห่งรัฐเมียนมา) ที่มักจะทิ้งระเบิดทางอากาศเพื่อโต้กลับเมื่อกองทัพสูญเสียพื้นที่หรือฐานที่มั่น เราตระหนักในเรื่องนั้น” พะโด ซอ ตอ นี ระบุ
เมื่อบีบีซีไทยถามว่าทาง KNU มีทิศทางการบริหารเมืองเมียวดี ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนขนาดใหญ่ของเมียนมาอย่างไร ทางโฆษก KNU ตอบว่า “เรามีแผนว่าจะนำเจ้าหน้าที่ของ KNU เข้ามาบริหารราชการแทนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลทหาร” แต่ปฏิเสธให้รายละเอียดมากไปกว่านี้
เช่นเดียวกัน พะโด ซอ ตอ นี ยังปฏิเสธให้ความเห็นกับบีบีซีไทยว่าพื้นที่ใดคือเป้าหมายต่อไปของกองกำลังฝ่ายต่อต้านในรัฐกะเหรี่ยง หลังจากยึดพื้นที่เมืองเมียวดีได้แล้ว โดยเขาตอบเพียงสั้น ๆ ว่า “ให้เป็นเรื่องยุทธวิธีของฝ่ายทหาร”
ก่อนหน้านี้ รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช ผู้เชี่ยวชาญด้านกองทัพเมียนมา จากคณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยว่า ยังเร็วไปที่จะบอกว่า รัฐบาลทหารสูญเสียพื้นที่รัฐกะเหรี่ยงอย่างสมบูรณ์ และจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ต่อว่ากองพันของกองทัพเมียนมาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยงฝั่งตรงข้าม อ.อุ้มผาง และ อ.พบพระ จ.ตาก ลงไปนั้น จะยอมจำนนให้กับกองกำลังของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงจนหมดหรือไม่
“ยอมรับว่ากองทัพเมียนมาสูญเสียพื้นที่ควบคุมที่อยู่ทางตอนบนของรัฐกะเหรี่ยงไปมากแล้ว และกำลังส่งผลต่อศักยภาพปฏิบัติการทางทหารของกองทัพภาคตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีศูนย์บัญชาการอยู่ที่เมืองมะละแหม่ง รัฐมอญ ประกอบด้วยแม่ทัพภาคและศูนย์บัญชาการพิเศษ แต่ยังไม่ได้ส่งผลต่ออำนาจควบคุมหรือยุทธการรบของกองทัพพม่าในภาพรวม ต้องดูว่าแม่ทัพภาคที่ประจำอยู่มะละแหม่งจะแก้เกมอย่างไร หรือส่วนกลางจากกรุงเนปิดอว์จะส่งความสนับสนุนเช่นไร” ผู้เชี่ยวชาญด้านกองทัพเมียนมาจาก ม.ธรรมศาสตร์ กล่าว
เมื่อวันที่ 9 เม.ย.สื่อของเมียนมาหลายสำนักรายงานตรงกันว่า พลโทโซ วิน ผู้นำอันดับ 2 ของกองทัพเมียนมา เดินทางมาประชุมที่ศูนย์บัญชาการในเมืองมะละแหม่ง เพื่อติดตามสถานการณ์การต่อสู้ในเมืองเมียวดี และถูกโจมตีด้วยโดรนติดอาวุธของหน่วย Alpha Bats ของฝ่ายต่อต้าน
ด้านสภาทหารปฏิเสธคำถามของบีบีซีแผนกภาษาพม่าเกี่ยวกับข่าวที่ระบุว่า มีผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากถูกโดรนโจมตี ขณะที่พลโทโซ วิน อยู่ที่กองบัญชาการทหารภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ในเมืองมะละแหม่ง พร้อมกับยืนยันว่าเป็นการโจมตีด้วยระเบิดเสียงใกล้กองบัญชาการทหาร ถึงแม้ว่าทางกองกำลังฝ่ายต่อต้านยืนยันว่าเป็นการโจมตีด้วยโดรนก็ตาม
รายงานเพิ่มเติมโดยผู้สื่อข่าวแผนกภาษาพม่า