เหตุใดความพลิกผันปั่นป่วนระดับโลกจึงเป็นเรื่องใหญ่ในเวทีประชุมดาวอสครั้งนี้ ?

    • Author, ไฟซาล อิสลาม
    • Role, บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจบีบีซี
    • Reporting from, ดาวอส, สวิตเซอร์แลนด์

หากตัดหิมะและอุณหภูมิออกไป กรีนแลนด์แทบไม่มีอะไรเหมือนกับเทือกเขาแอลป์ในสวิตเซอร์แลนด์เลย ทว่าการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอนาคตของเกาะแห่งนี้กำลังเป็นประเด็นสำคัญในการประชุมสุดยอดผู้นำและเหล่านักธุรกิจจากทั่วโลก ซึ่งมารวมตัวกันในเวทีประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum-WEF) ในสัปดาห์นี้

อันที่จริงแล้ว ช่วงเวลาที่โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาข่มขู่แบบผิดธรรมดาในรอบนี้ ดูเหมือนจะคำนึงถึงการประชุมครั้งนี้แล้ว

ทรัมป์ชื่นชอบเวทีดาวอสเป็นอย่างมาก ซึ่งถือว่าแปลกไม่น้อยเมื่อพิจารณาจากทัศนคติของฐานเสียงผู้สนับสนุนของเขา

เมื่อปีที่แล้ว เขาปรากฏตัวต่อที่ประชุมเวทีเศรษฐกิจโลกจากทำเนียบขาวผ่านการถ่ายทอดทางไกล ต่อหน้าผู้บริหารยุโรปจำนวนมากที่ดูงุนงง และเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงสองวันหลังจากพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของเขา

บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัด ตอนที่ทรัมป์กล่าวถึงความทะเยอทะยานด้านดินแดนของตนเองต่อแคนาดาและกรีนแลนด์ พร้อมยื่น "ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้" ให้กับผู้ที่นำสินค้าเข้าสู่สหรัฐอเมริกา นั่นคือจะสร้างโรงงานในสหรัฐฯ หรือจ่ายภาษีศุลกากรที่อาจสร้างรายได้หลายล้านล้านดอลลาร์ "แล้วแต่คุณจะเลือก"

ทว่าเขาพูดทั้งหมดนั้นด้วยรอยยิ้ม พร้อมขอโทษที่ไม่ได้มาร่วมงานด้วยตนเอง และให้คำมั่นว่าจะมาปรากฏตัวที่ดาวอสในปีนี้

และในวันพุธนี้ (21 ม.ค.) ทรัมป์มีกำหนดการจะมาที่ดาวอสจริง ๆ พร้อมผลักดันสารของ "ทีมสหรัฐฯ" ท่ามกลางบรรยากาศสับสนงุนงงในหลายพื้นที่ของโลก โดยเฉพาะในยุโรป

ทรัมป์มีกำหนดขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมดาวอส ซึ่งจะเป็นการประชุมครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยการปรากฏตัวและนโยบายของเขาได้ก่อให้เกิดสิ่งที่การประชุมเชิงวิชาการของเวทีเศรษฐกิจโลกอาจตั้งชื่อสั้น ๆ ได้ว่า "ความปั่นป่วนครั้งใหญ่ของโลก" (The Great Global Disruption)

ทรัมป์คือ "จอมป่วนอันดับหนึ่ง" (disruptor-in-chief) อย่างไม่ต้องสงสัยในเวลานี้ เขาจะถูกบรรดาผู้นำโลกและผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่รุมซักถามถึงความพยายามของเขาในการบีบบังคับทางเศรษฐกิจต่อยุโรปเพื่อกดดันให้ยอมขายกรีนแลนด์

ทั่วโลกจะจับตาการประชุมในสัปดาห์นี้ และนั่นก็น่าประหลาดอย่างยิ่ง

"จิตวิญญาณแห่งการเจรจา" คือธีมอย่างเป็นทางการของงาน แม้เวทีลักษณะนี้จะเปิดโอกาสให้เกิดการสนทนาที่แทบเป็นไปไม่ได้ในที่อื่น ๆ แต่แนวทางของรัฐบาลสหรัฐฯ ในหลายประเด็นกลับดูจะสวนทางกับคำเรียกร้องให้เกิดความร่วมมือระดับโลก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของสถานที่แห่งนี้

ที่สุดแล้ว ดาวอสก็ไม่ใช่แบรนด์ที่ได้รับความนิยมในโลกของแนวคิดทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง หรือ Make America Great Again (MAGA) แต่อย่างใด

การประชุมในเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์มักตกเป็นเป้าการโจมตีอยู่บ่อยครั้ง เช่น คำวิจารณ์จากรอน เดอแซนทิส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ที่เคยกล่าวว่ารัฐของเขาเป็นสถานที่ที่ "วาระของดาวอสไม่มีทางเกิดขึ้นได้ตั้งแต่แรก" และให้คำมั่นว่าจะต่อต้านทั้ง "ธนาคารที่สนับสนุนแนวคิดก้าวหน้า" และ "เนื้อสัตว์ที่เพาะเลี้ยงในห้องแล็บ"

ในปีนี้ ยังมีข้อเสนอแนะด้วยว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ยืนกรานให้เวทีนี้ลดการให้ความสำคัญกับวาระด้านสิ่งแวดล้อม การพัฒนาโลก และประเด็นที่ถูกมองว่าเป็นประเด็นที่ "ก้าวหน้าหรือตื่นรู้" (woke) ลง และหันมาให้ความสำคัญกับประเด็นธุรกิจแบบแข็งกร้าวและตรงไปตรงมามากขึ้น

ขณะเดียวกัน เหล่าบริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของอเมริกาก็ถูกกดดันให้ร่วมกันจัดตั้ง "USA House" ภายในโบสถ์แห่งหนึ่ง เพื่อให้คณะผู้แทนได้ร่วมเฉลิมฉลองการแข่งขันฟุตบอลโลก และวาระครบรอบ 250 ปีของการประกาศเอกราชสหรัฐฯ

เมื่อพิจารณาถึงข้อถกเถียงระดับโลกเรื่องพรมแดนและอำนาจอธิปไตย ตั้งแต่กรีนแลนด์ ไปจนถึงการากัส และดอนบาส ประกอบกับการที่ผู้นำโลกจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ จึงไม่ใช่เรื่องเกินจินตนาการนัก หากจะเกิดการประชุมลักษณะเดียวกับการประชุมยัลตา (Yalta) หรือคือการพบปะกันในปี 1945 ของผู้นำสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และรัสเซีย เพื่อวางแผนเอาชนะเยอรมนี ในฉากหลังของการประชุมดาวอสครั้งนี้

เหล่าผู้นำของประเทศในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก หรือ G7 จะเดินทางมาร่วมงานนี้ เช่นเดียวกับประธานาธิบดียูเครน โวโลดิมีร์ เซเลนสกี รวมไปถึงประมุขแห่งรัฐและผู้นำรัฐบาลอีก 65 ราย เหล่าผู้บริหารแนวหน้าทั่วโลกอีกกว่า 850 ราย รวมไปถึงบรรดาผู้นำด้านเทคโนโลยี

ทรัมป์เองจะเดินทางมายังเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วยรัฐมนตรีในคณะรัฐบาล 5 คน คณะผู้ติดตามขนาดใหญ่จากฝ่ายบริหาร และบรรดาผู้นำภาคธุรกิจระดับแถวหน้าของสหรัฐฯ ตั้งแต่ เจนเซน หวง แห่งเอ็นวิเดีย ไปจนถึง สัตยา นาเดลลา แห่งไมโครซอฟต์

อย่างไรก็ตาม สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่พื้นที่ที่เป็นมิตรสำหรับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ความมุ่งมั่นของเขาที่จะครอบครองหรือแม้กระทั่งรุกรานกรีนแลนด์ ย่อมไม่เป็นที่ยอมรับในหมู่ผู้ฟังชาวยุโรปอย่างแน่นอน

ในทางกลับกัน นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดาต่างหาก ที่จะเป็นตัวแทนภาพฝันของอเมริกาเหนือในแบบที่ยุโรปอยากให้เกิดขึ้นจริง

คาร์นีย์ประคองประเทศฝ่าความปั่นป่วนทางการค้าจากสหรัฐฯ มานานเกือบหนึ่งปี พร้อมกับเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้น โดยหันไปพึ่งพาคู่ค้ารายอื่นแทนสหรัฐฯ และเมื่อไม่นานมานี้ยังปรากฏว่าเขาออกมาแสดงจุดยืนถึง "ระเบียบโลกใหม่" ที่ปกป้องพหุภาคีนิยม ร่วมกับสี จิ้นผิง ในจีน

ฝ่ายจีนเองก็จะเข้าร่วมการประชุมในระดับรัฐมนตรีคลัง โดยนำเสนอภาพลักษณ์ของประเทศที่เป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับสองของโลก และขณะนี้เป็นผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่ที่สุด ในฐานะ "ผู้หลักผู้ใหญ่ของโลก"

นี่คือเวทีที่ในทุก ๆ ปี พวกเขาดูราวกับกำลังมองนาฬิกาและรอคอยการผงาดขึ้นอย่างช้า ๆ แต่ต่อเนื่อง ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์

ท้ายที่สุดแล้ว เราทุกคนต้องไม่ลืมบทเรียนจากการประชุมดาวอสเมื่อปีที่แล้ว เมื่อบรรยากาศแห่งชัยชนะของสหรัฐฯ ที่ปรากฏให้เห็นในช่วงต้นสัปดาห์ ถูกกลบมิดไปอย่างสิ้นเชิงในช่วงท้าย ด้วยข่าวของแชตบอทปัญญาประดิษฐ์จากจีนที่ฟังดูแปลกประหลาดชื่อว่า ดีพซีก (DeepSeek)

เมื่อสิบปีก่อนที่ดาวอสแห่งนี้ ผู้เขียนได้ยินเรื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมเป็นครั้งแรก และเมื่อปีที่แล้ว หลังจากเข้าฟังวงเสวนาเรื่องแบตเตอรีรถยนต์ ผมเดินออกมาด้วยความเชื่อมั่นว่า ผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐฯ และยุโรปแทบไม่มีโอกาสไล่ตามเทคโนโลยีของจีนให้ทันได้ภายในทศวรรษนี้

หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ดาวอสอย่างหนัก แต่การประชุมนี้ยังคงคุ้มค่าที่จะติดตาม เพราะอนาคตมักซ่อนอยู่ในบางมุมของเวทีที่ถูกประดับประดาด้วยแบรนด์อันโดดเด่นที่สุดเหล่านี้