You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ฝีดาษลิง : อังกฤษชวนกลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีนขณะยอดผู้ป่วยเกือบสามพัน
วรรษมน ไตรยศักดา
ผู้สื่อข่าวพิเศษบีบีซีไทย
อังกฤษระดมเชิญกลุ่มเสี่ยงชายรักชายฉีดวัคซีนอิมวาเนกซ์ขณะยอดผู้ป่วยพุ่งรวมเกือบสามพันคน
การระบาดครั้งใหม่ของ์โรคฝีดาษลิง (monkeypox) ที่เริ่มตั้งแต่ พ.ค. ของปีนี้ จนเมื่อ 23 ก.ค. องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การระบาดเป็นภาวะฉุกเฉินโลก
ข้อมูล ณ 28 ก.ค. รอยเตอร์รายงานพบผู้ป่วยยืนยันมากกว่า 20,800 รายทั่วโลก ซึ่งยุโรปเป็นพื้นที่การระบาดหลักของโรคนี้ และประเทศที่มีผู้ป่วยสูง 5 ลำดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 4,907 ราย, สเปน 3,738 ราย เยอรมัน 2,595 ราย สหราชอาณาจักร 2,469 ราย และฝรั่งเศส 1,837 ราย และในส่วนของประเทศไทยนั้นพบแล้ว 2 ราย
สหราชอาณาจักรระดมส่งคำเชิญชวนไปยังกลุ่มเสี่ยงติดโรคฝีดาษลิงให้มาฉีดวัคซีนที่เตรียมไว้กว่าแสนโดส ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อรวมพุ่งไปเกือบสามพันคนแล้ว
ด้านกระทรวงสาธารณสุขไทยขอคนไทยอย่าแตกตื่น หลังพบแล้ว 2 ราย ยังไม่เปิดเผยแผนการแจกจ่ายวัคซีน แต่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เผยแผนสำรอง หลังตรวจสอบคุณภาพวัคซีนฝีดาษที่เก็บรักษาไว้นานกว่า 40 ปีที่พร้อมใช้งานได้หากเกิดกรณีฉุกเฉินไม่สามารถจัดหาวัคซีนได้
สถิติจากระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ของสหราชอาณาจักรระบุว่า แม้ว่าทุกคน ทุกเพศและทุกวัยมีโอกาสติดโรคฝีดาษลิงนี้ แต่ส่วนใหญ่ที่พบในสหราชอาณาจักรและทั่วโลกนั้นเป็นเพศชายในวัยผู้ใหญ่ ทั้งเกย์ ผู้ชายที่เป็นไบเซ็กชวล และผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายทำให้พวกเขาเหล่านี้ถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง
สตีฟ รัสเซล ผู้อำนวยการด้านการฉีดวัคซีน NHS กล่าวว่า “สิ่งสำคัญในตอนนี้คือคนที่มีความเสี่ยงที่มีโอกาสติดโรคสูงต้องได้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันอย่างเร็วที่สุด”
“คนหลายพันคนจะได้รับการติดต่อเพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษลิง และจะมีการเพิ่มจำนวนคลินิกที่จะเป็นจุดฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นอีก” ผู้อำนวยการวัคซีนกล่าวพร้อมเสริมว่า “หลังจากเราประสบความสำเร็จในโครงการกระจายวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มาแล้ว ระบบบริการสุขภาพแห่งชาตินั้นจะไม่ทอดทิ้งใคร ซึ่งทุกคนที่เข้าเกณฑ์จะได้รับการป้องกันด้วยวัคซีน”
จนถึงปลาย ก.ค. มีศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันฝีดาษลิงอิมวาเนกซ์ (Imvanex) มากกว่า 18 แห่งในมหานครลอนดอน ไม่ว่าจะเป็น คลินิกเพื่อสุขภาพทางเพศ ดีน สตรีท ในย่านโซโฮ โรงพยาบาลเชลซีและเวสมินสเตอร์ และ โรงพยาบาลกายส์ (Guy’s Hospital) เป็นต้น
การฉีดวัคซีนในลอนดอน
เว็บไซต์ของโรงพยาบาลกายส์ให้ข้อมูลว่า เปิดให้บริการวัคซีนสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้าและมาโดยไม่นัด โดยเน้นย้ำว่าบริการวัคซีนนี้สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงหรือได้รับข้อความเชิญจากทางโรงพยาบาล และมีการแนะนำให้ลงทะเบียนล่วงหน้า เนื่องจากมีประชาชนให้ความสนใจในการเข้ารับวัคซีนจำนวนมากซึ่งอาจทำให้ต้องต่อคิวเป็นเวลานาน
โรงพยาบาลระบุว่าโรคฝีดาษลิงนั้นเกิดจากเชื้อไวรัส มีอาการเจ็บป่วยไม่หนัก ซึ่งโรคนี้มีแพร่กระจายผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ และผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถหายจากโรคได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ และระบุว่าคนที่มีสิทธิ์ในการเข้ารับวัคซีนนั้น ควรเป็นผู้มีความเสี่ยง หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำหรืออ่อนแอ ทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคและอาการที่อาจรุนแรง
บีบีซีไทยได้พูดคุยกับคนที่ได้เข้ารับวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษลิงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายผ่าน NHS หนึ่งในนั้นคือนักศึกษาต่างชาติจากทวีปละตินอเมริกา วัย 24 ปีอาศัยอยู่ในลอนดอน ที่เปิดเผยตนว่าเป็นเพศชายที่เป็นเกย์ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีความเสี่ยงตามเกณฑ์ของทาง NHS
“ก่อนหน้านี้ติดตามข่าวจากทาง NHS ก็มีความกังวลเรื่องโรคฝีดาษลิง ทำให้มีความสนใจอยากเข้ารับวัคซีนอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นคนที่ไปปาร์ตี้บ่อย รวมทั้งไปสถานที่ที่ผู้คนใกล้ชิดกัน และเมื่อวันที่ 13 ก.ค. ก็ได้รับข้อความ SMS จากทาง NHS ให้ไปรับการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลกายส์” นักศึกษารายนี้กล่าว
เขาเสริมว่าวันที่เข้ารับวัคซีนนั้นใช้เวลารอคิวประมาณครึ่งชั่วโมง บรรยากาศที่จุดฉีดวัคซีนถือว่าต้อนรับเป็นอย่างดี สังเกตว่าคนที่มารอคิวส่วนใหญ่ก็เป็นเกย์เหมือนกัน และทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะมีการติดต่อไปอีกครั้งหากถึงคิวเข้ารับวัคซีนเข็มที่สอง หลังจากนั้นก็ไม่มีอาการข้างเคียง และตอนนี้เขาก็รู้สึกแข็งแรงดี
นักศึกษาต่างชาติในลอนดอนอีกรายมาจากอินโดนีเซีย นิยามตนเองว่าเป็นเกย์ วัย 30 ปี ไม่ได้รับข้อความเชิญให้ไปฉีดวัคซีนจากทาง NHS แต่ก็ได้รับวัคซีนแล้ว บอกกับทางบีบีซีไทยว่า
“ตอนแรกไม่มีความกังวลในโรคฝีดาษลิง จนกระทั่งเห็นความน่ากลัวของแผลที่เป็นอาการของโรคนี้ รวมทั้งเห็นว่าเพื่อนเกย์ในอเมริกาได้รับวัคซีนเดือนที่แล้วเลยทำให้เริ่มกังวลถึงความซีเรียสของโรคนี้ และได้รับข่าวว่าลอนดอนมีการฉีดวัคซีนผ่านทางอินสตราแกรม ซึ่งตอนแรกติดต่อคลินิกสุขภาพทางเพศไปซึ่งแจ้งว่าต้องรอได้รับข้อความก่อน จนเห็นข่าวว่าทางโรงพยาบาลกายส์เปิดรับวอล์กอินแต่ต้องจองคิวไปล่วงหน้า”
นักศึกษาชาวอินโดนนีเซียบอกว่า “แต่เมื่อวานก่อนไปตรวจสุขภาพโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่คลินิกสุขภาพทางเพศ จอห์น ฮันเตอร์ และหลังจากตรวจสุขภาพแล้วคุณหมอก็ฉีดวัคซีนฝีดาษลิงให้เลย”
“เมื่อเทียบประสบการณ์การหาหมอในประเทศบ้านเกิดในอินโดนีเซีย ถือว่าการพบหมอที่ลอนดอนดีกว่ามาก ไม่รู้สึกว่าถูกตัดสินเลยที่เป็นเกย์ การที่ระบบสาธารณสุขเปิดรับความหลากหลายโดยไม่ตัดสิน ทำให้ตัวเองกล้าไปหาหมอเพื่อตรวจสุขภาพและลดความกังวล” เขากล่าวเสริม
สถานการณ์ของโรคฝีดาษลิงในไทย
ส่วนในประเทศไทยนั้น มีข่าวเมื่อ 28 ก.ค. ว่า พบผู้ป่วยฝีดาษาลิงชาวไทยเป็นคนแรกในกรุงเทพมหานคร และถือเป็นรายที่ 2 ที่ตรวจพบในประเทศไทย หลังจากก่อนหน้านี้มีการพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงรายแรกในไทยเป็นนักที่ท่องชาวไนจีเรียที่ จ.ภูเก็ต
นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เน้นย้ำว่า โรคฝีดาษวานรนั้นไม่ได้ติดต่อกันได้ง่าย การติดต่อของโรคเกิดจากการสัมผัสใกล้ชิดมาก จึงขอให้ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเพิ่มความระมัดระวังและลดการสัมผัสใกล้ชิดกับคนแปลกหน้า เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อฝีดาษลิงและป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นอีกด้วย
ทำความรู้จักวัดซีนป้องกันฝีดาษลิง
อิมวาเนกซ์ หรือ อิมวามูน Imvamune ในแคนดา เป็นวัคซีนสำหรับป้องกันโรคไข้ทรพิษ ฝีดาษ (smallpox) รวมทั้งฝีดาษลิง ซึ่งวัคซีนที่ใช้ในสหราชอาณาจักรปัจจุบันผลิตในยุโรปโดยบริษัทบาวาเรียน นอรดิก (Bavarian Nordic) ของประเทศเดนมาร์ก ซึ่งได้รับการอนุมัติให้ใช้ป้องกันรักษาฝีดาษกับประชาชนในวัยผู้ใหญ่ ในยุโรป สหรัฐอเมริกา และแคนาดา ถือเป็นวัคซีนเจนเนอเรชันที่ 3 ของวัคซันป้องกันไข้ทรพิษหรือฝีดาษ ผลิตจากเชื้ออ่อนฤทธิ์ พบอาการข้างเคียงน้อย
ในปัจจุบันทางสำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UK Health Security Agency หรือ UKHSA) ระบุว่า แนะนำให้กลุ่มคนเหล่านี้เข้ารับวัคซีนนี้ ได้แก่
- บุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลหรือกำลังจะดูแลผู้ป่วยโรคฝีดาษลิง
- เกย์ ไบเซ็กชวล และชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย
- กลุ่มคนที่ใกล้ชิดผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงที่ได้รับการยืนยันแล้ว
ปัจจุบันผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนจะได้รับวัคซีนสองเข็ม เกือบทุกคนที่ได้รับวัคซีนครบแล้วร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันแอนติบอดี ที่สามารถป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนถึงระดับความคุ้มครองหลังจากรับวัคซีนเข็มแรก แต่ในการรับวัคซีนเข็มแรกนั้นสามารถลดอาการของโรค และจะไปกระตุ้นภูมิคุ้นกันเพื่อการป้องกัน ร่างกายจะเริ่มตอบสนองกับวัคซีนหลังจากที่ได้รับวัคซีนไป 2-3 วัน ภูมิคุ้มกันจะมีเต็มที่ เมื่อผ่านไปประมาณ 4 สัปดาห์
การฉีดเข็มสองอาจเกิดขึ้นหลังกระจายการฉีดวัคซีนให้กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงได้ทั่วถึง หรืออาจรอประมาณ 2-3 เดือนเพื่อเข้ารับวัคซีนเข็มที่สองต่อไป
วัคซีนใช้ในปัจจุบันนั้นไม่สร้างรอยแผลเหมือนกับวัคซีนรุ่นเก่าที่เคยใช้เมื่อหลายสิบปีก่อน แม้โอกาสเกิดผลข้างเคียงวัคซีนนี้เป็นไปได้ แต่ก็มีเหมือนการฉีดวัคซีนอื่น ๆ ที่ผู้เข้ารับวัคซีนมีโอกาสที่จะมีอาการข้างเคียงบ้าง แต่น้อยมาก เช่น อาการปวดหรือคันในบริเวณที่ฉีดวัดซีน อาการปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ป่วยและเหนื่อยล้า และอาจหายได้เองในระยะเวลาอันสั้น
ส่วนในประเทศไทยนั้น เมื่อ 22 ก.ค. 2565 ที่ผ่านมา นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วย ดร.สุภาพร ภูมิอมร ผู้อำนวยการสถาบันชีววัตถุ จัดแถลงข่าวผลการตรวจสอบคุณภาพวัคซีนฝีดาษคน (smallpox) ที่องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เก็บรักษาไว้นานกว่า 40 ปี ว่ายังคงมีคุณภาพตามมาตรฐานอยู่
หลังความสำเร็จในการกวาดล้างโรคฝีดาษไปจากโลกตั้งแต่ปี 2523 ทำให้การให้วัดซีนเพื่อป้องกันโรคฝีดาษในคนได้หยุดไป แต่เนื่องจากการระบาดอีกครั้งของโรคฝีดาษวานรในต่างประเทศ ทำให้ประเทศไทยเฝ้าระวังโรคนี้อย่าใกล้ชิดและมีการเตรียมแผนรองรับ พบว่ามีวัคซีนฝีดาษคนที่องค์การเภสัชกรรมเก็บรักษาไว้นานกว่า 40 ปี และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้นำมาตรวจสอบคุณภาพวัคซีน โดยเป็นวัคซีนเชื้อเป็นเก็บในรูปผงแห้งที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส ผลิตตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 และ 2523 จำนวน 13 รุ่นการผลิต รวม 10,000 หลอด บรรจุหลอดละ 50 โดส รวมทั้งหมด 500,000 โดส ทั้งนี้วัคซีนดังกล่าวเป็นวัคซีนรุ่นแรกที่ผลิตจากน้ำเหลืองของสัตว์ รูปแบบการนำมาใช้โดยการหยดลงผิวหนังและใช้เข็มสะกิดผิวให้ถลอกเพื่อให้วัคซีนซึมผ่าน หรือที่เรียกกันว่าการปลูกฝี
จากการตรวจสอบพบว่า วัคซีนฝีดาษ จำนวน 13 รุ่นการผลิต ยังคงมีลักษณะทางกายภาพที่ดี ไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ และผลตรวจสอบความเป็นเอกลักษณ์ พบว่า เป็นไวรัสในกลุ่มไวรัสฝีดาษ Orthopoxvirus และวัคซีนมีค่าความแรงมากกว่าที่มาตรฐานองค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ เพียงพอต่อการกระตุ้นภูมิต้านทานเพื่อป้องกันโรคได้
นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวว่า “โดยสรุปแล้ววัคซีนฝีดาษจากองค์การเภสัชกรรม จำนวน 13 รุ่น ยังคงมีคุณภาพตามมาตรฐานวัคซีนไวรัสทั่วไป และยังคงมีคุณค่า หากเกิดการระบาดขึ้นในประเทศและไม่สามารถจัดหาวัคซีนฝีดาษมาใช้ได้ในสถานการณ์ที่มีการระบาดไปทั่วโลก วัคซีนฝีดาษที่มีอยู่นี้ สามารถนำมาใช้ในการป้องกันโรคฝีดาษวานรได้ อย่างไรก็ตามการที่จะนำมาใช้ได้ในสภาวะฉุกเฉินนั้นจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาถึงประโยชน์และความเสี่ยงที่จะได้รับรวมถึงวัคซีนทางเลือกที่มี ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้ได้รับวัคซีน”