สำรวจเงาทุนจีนที่กำลังฮุบเมืองทางใต้ของกัมพูชา

    • Author, โดย ลูลู หลัว และ โจนาธาน เฮด
    • Role, บีบีซี นิวส์
    • Reporting from, โครงการดาราสาคร, กัมพูชา

ทางหลวงที่พาดผ่านผืนป่าในกัมพูชาดูคล้ายกับริบบิ้นสีดำนำทางไปสู่ทะเลและโครงการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวที่อาจถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

แม้ว่าจะมีการก่อสร้างมาแล้ว 15 ปี แต่ก็ดูเหมือนไม่มีความคืบหน้าอะไรมากนักที่ดาราสาครรีสอร์ต ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของกัมพูชา

โครงการมหึมานี้ได้รับการวางแผนโดยบริษัทสัญชาติจีน โดยตั้งเป้าสร้างให้เป็นเมืองท่องเที่ยวแบบครบวงจร บ้างก็เรียกที่นี่ว่าเป็นสถานที่เพื่อ "งานเลี้ยงและความสนุกสนาน" พร้อมด้วยสนามบินนานาชาติ, ท่าเรือน้ำลึก, โรงไฟฟ้า, โรงพยาบาล, กาสิโน และวิลลาหรู

ทว่าความเป็นจริงในขณะนี้คือ สนามบินยังสร้างไม่เสร็จ มีเพียงกาสิโนแห่งเดียวในสถานที่เดียวกันกับโรงแรมระดับห้าดาวและอพาร์ทเมนท์ที่ตั้งตระหง่านริมทะเล โดยด้านหน้ามีถนนที่ยังไม่ทันสร้าง และล้อมรอบไปด้วยไซต์งานก่อสร้าง

แม้ว่าธุรกิจท่องเที่ยวยังไม่เริ่มต้น แต่โครงการนี้ได้สร้างความเสียหายต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของเอเชีย รวมทั้งวิถีชีวิตของผู้คนหลายพันคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนั้นด้วย

การขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจของจีนในกัมพูชาทำให้เม็ดเงินจากประเทศอื่น ๆ ดูเล็กลงไปถนัดตา เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในกัมพูชาครึ่งหนึ่งมาจากจีน รวมทั้งความช่วยเหลือจากต่างประเทศส่วนใหญ่ก็มาจากจีนด้วย

กัมพูชาเองถือเป็นพันธมิตรหนึ่งที่กระตือรือร้นในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative - BRI) ที่เป็นกลยุทธ์ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการขยายโครงสร้างพื้นฐานของจีนด้วยการสร้างและให้เงินสนับสนุนไปทั่วโลก โครงการเหล่านี้จำนวนมากสร้างประโยชน์ขึ้นจริง แต่การลงทุนจากจีนหลายโครงการก็ยังมีความเสี่ยง เร่งรัด และมีการวางแผนที่ไม่ดีนัก

หนึ่งในตัวอย่างนั้นคือ เมืองสีหนุวิลล์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองชายหาดที่สงบเงียบ แต่ถูกเปลี่ยนแปลงในเวลาไม่กี่ปีให้เป็นโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวชาวจีนในการเล่นกาสิโน

การขยายตัวของเมืองกระตุ้นให้ปัญหาอาชญากรรมสูงขึ้น ตามมาด้วยการล่มสลายของเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการพนันในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เมืองแห่งนี้ถูกทิ้งร้างด้วยอาคารที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ และทำให้เกิดความกังวลว่าโครงการดาราสาครจะมีชะตากรรมเดียวกัน

"สถานการณ์ดังกล่าวนี้เทียบได้กับการอบขนมปังโดยไม่ใช้แป้ง"นายโสภัล เอีย นักวิชาการชาวกัมพูชา จากมหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนา พยายามอธิบาย

"เราไม่สามารถพึ่งพาแนวปฏิบัติที่ไม่ยั่งยืนเพื่อสร้างความสำเร็จในการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ จะเกิดอะไรขึ้นหากฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์จากจีนแตก เมื่อจีนจาม กัมพูชาก็จะติดหวัดไปด้วย"

การพัฒนาในแบบ ฮุน เซน

โครงการดาราสาคร นับได้ว่าเป็นรูปแบบการพัฒนาที่อดีตนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ชื่นชอบ ซึ่งมักเป็นโครงการขนาดใหญ่ แต่รายละเอียดแทบจะเป็นความลับ ผู้สื่อข่าวบีบีซีพบว่า ที่ผ่านมามีกระบวนการปรึกษาหารือ หรือการประเมินผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ในส่วนบริษัทจีนที่เกี่ยวข้องในโครงการนี้ก็เผยแพร่ข้อมูลของบริษัทเพียงน้อยนิด บางส่วนยังมีประวัติที่น่าสงสัย ขณะที่นานาชาติก็กังขาต่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ของจีนในการมีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการนี้ที่กัมพูชา

การให้ความช่วยเหลือและเงินลงทุนของจีนในลักษณะให้แบบไม่มีคำถามจุกจิก (ask-no-questions) เป็นแนวทางที่ดึงดูดนายฮุน เซน โดยตัวเขาเองถือเป็นผู้นำสไตล์กำปั้นเหล็ก ที่หลังจากสามารถยุติสงครามอันทำลายล้างและการปฏิวัติที่ดำเนินมากว่าสามทศวรรษให้ยุติลงได้ในทศวรรษ 1990 ก็ได้พยายามกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของกัมพูชาอย่างรวดเร็วเพื่อพยายามตามประเทศเพื่อนบ้านให้ทัน

อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงนี้ต้องแลกมาด้วยการมอบสัญญาสัมปทานที่ผู้รับได้ประโยชน์อย่างมาก ให้กับพวกพ้องและบริษัทต่างชาติ โดยเฉพาะการแบ่งที่ดิน

"ไม่มีกฎตายตัวใด ๆ ระบบขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้มีอำนาจ" นายเซบาสเตียน สแตนจิโอ ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Hun Sen's Cambodia (แปลเป็นไทยว่า ประเทศกัมพูชาของฮุน เซน) อธิบาย

สำหรับโครงการดาราสาคร เริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นปี 2008 เมื่อบริษัท ยูเนี่ยนเดเวลล็อปเมนท์ กรุ๊ป หรือ UDG บริษัทด้านการก่อสร้างซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองเทียนจิน ของจีน ได้รับสัมปทานเช่าที่ดินเป็นระยะเวลา 99 ปี สูงที่สุดที่กฎหมายกัมพูชาอนุญาต ด้วยมูลค่าเงินมัดจำเพียง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแลกกับสิทธิในการพัฒนาพื้นที่ขนาด 3.6 หมื่นเฮกตาร์หรือ 360 ตารางกิโลเมตร ในช่วงเริ่มต้น ก่อนที่จะได้รับการขยายพื้นที่เพิ่มเติมอีก 9,000 เฮกตาร์ (90 ตารางกิโลเมตร) ในเวลาต่อมา

ภายใต้สัญญานี้ บริษัท UDG ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เลยเป็นเวลา 10 ปี และหลังจากนั้นก็จ่ายค่ารายปีเพียง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ถือเป็นราคาที่ถูกมากเมื่อเทียบกับการได้ควบคุมพื้นที่ราว 1 ใน 5 ของชายฝั่งทั้งหมดของกัมพูชา

นอกจากนี้ พื้นที่การสัมปทานยังอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติโพทุมสาคร อีกทั้งโครงการยังมีพื้นที่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดซึ่งระบุไว้ว่าต้องไม่เกิน 1 หมื่นเฮกตาร์ เรื่องนี้จะกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันในสังคมแน่นอนหากรับรู้กันในวงกว้าง

แต่เพราะไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดข้อตกลงดังกล่าวในช่วงที่มีการเซ็นสัญญากัน จึงไม่ปรากฏการถกเถียงเรื่องนี้ในหน้าสื่อกัมพูชาไปด้วย

สม ที ชาวประมงในพื้นที่ พาทีมงานบีบีซีขับรถมอเตอร์ไซค์ไปตามร่องทรายในป่า เพื่อไปชมสถานที่ที่เขาเคยอาศัยอยู่ ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ของบริษัท UDG ตอนนี้ต้นไม้ที่เคยปกคลุมเลี่ยนเตียนเสียเป็นส่วนใหญ่ บางจุดเหลือไม้ใหญ่ยืนต้นเพียงลำพังท่ามกลางพื้นที่โล่ง

จากข้อมูลขององค์กรไม่แสวงหากำไร โกลบอล ฟอเรสต์ วอทช์ ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2008 พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติในกัมพูชาสูญหายไปเกือบ 20% จากพื้นที่ป่าดั้งเดิม และมีชาวบ้านกว่า 1,000 ครอบครัวจำต้องย้ายออกจากหมู่บ้านที่อาศัย ในจำนวนนั้นรวมถึงครอบครัวของ สม ที ด้วย

"สภาพทุ่งนาป่ารกที่เห็นทำให้ผมมีน้ำตาเลย" เขาพูดขณะที่กวาดตามองพื้นที่ที่เคยเป็นบ้านและทุ่งนาของเขา นอกจากนี้ยังมีต้นมะม่วงหิมพานต์ที่หลงเหลือจากสวนที่เขาเคยเก็บเกี่ยวไปขายหารายได้ นอกเหนือไปจากการทำสวนและประมง

ชีวิตของ สม ที ก็ไม่แตกต่างจากชาวบ้านคนอื่นในอีก 12 หมู่บ้านที่ต้องย้ายออกไปเพราะโครงการดาราสาคร โดยตัวเขาย้ายออกในปี 2009 ไปอาศัยอยู่ในบ้านไม้เล็ก ๆ ที่บริษัทสร้างให้ ซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตรจากชายหาด

ในช่วงปีแรก ๆ มีการประท้วงอยู่หลายครั้ง แต่ปัจจุบัน สม ที กลายเป็นส่วนหนึ่งของชาวบ้านกลุ่มเล็ก ๆ ที่ยังคงปฏิเสธไม่รับเงินชดเชยจากบริษัท เขาอธิบายว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะทำมาหาเลี้ยงชีพบนที่ดินผืนเล็ก ๆ ที่บริษัทให้ รวมทั้งเงินชดเชยที่พวกเขามอบให้ก็เป็นเพียงเสี้ยวเดียวของมูลค่าจริงของที่ดินดั้งเดิม

บางครั้งเขาก็แอบเข้าไปในพื้นที่โครงการดาราสาครเพื่อนำเรือออกไปตกปลา และบางครั้งเขาก็เดินทางไปประเทศไทยเพื่อหางานทำ ด้วยจุดยืนของเขาที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับโครงการ จึงทำให้เขาไม่สามารถหางานได้ ไม่เหมือนกับน้องชายของเขาที่ตอนนี้ทำงานอยู่ในไซต์ก่อสร้างรอบ ๆ กาสิโน

อีกด้านหนึ่ง บริษัท UDG ได้ผลิตแผ่นพับเพื่อประชาสัมพันธ์เหล่านักลงทุนกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้ภาพถ่ายสวยงาม เช่น สนามกอล์ฟ วิลลาหรูเรียงราย พร้อมกับภาพครอบครัวที่มีความสุขด้วยการพักผ่อนริมชายทะเล นอกจากนี้ยังมีภาพแผนที่และผังเมืองพักตากอากาศในโซนต่าง ๆ เช่น โซนเมืองใหม่ด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษา ศูนย์การค้าระดับโลก โซนพื้นที่สีเขียวและย่านหรูหรา

อย่างไรก็ตาม ภาพที่วาดไว้ยังคงห่างไกลจากความเป็นจริง ทั้งป่าที่ถูกถางโค่น ผู้คนที่โดนไล่ที่ และถนนและสิ่งปลูกสร้างที่ก่อสร้างเสร็จเพียงครึ่งเดียว ที่ยังคงพบเห็นได้ในวันนี้

องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมของจีน GEI เผยแพร่รายงานการศึกษาเกี่ยวกับโครงการดาราสาครในปี 2016 ที่ระบุว่า ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าบริษัทได้ดำเนินการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตามที่กฎหมายกัมพูชากำหนด

GEI ยังระบุด้วยว่าไม่สามารถค้นหาข้อมูลว่าพื้นที่ป่า ซึ่งที่จริงแล้วควรต้องถูกอนุรักษ์ไว้ ถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับโครงการพัฒนาดังกล่าวอย่างไร

หลิง จี ผู้อำนวยการขององค์กรแห่งนี้บอกบีบีซีว่า "พวกเขา (บริษัท) ยังไม่ได้ตอบประเด็นเหล่านี้ พวกเขาเพียงยืนยันว่าได้ดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมองว่าไม่ใช่ปัญหา ซึ่งถือว่าส่งผลกระทบทางลบต่อภาพลักษณ์ของประเทศจีน เพราะหลายประเทศคงคิดว่าบริษัทของจีนทำธุรกิจที่นี่เพียงเพื่อปล้นทรัพยากรเท่านั้น นอกจากนี้บริษัทของจีนยังไม่มีความตระหนักรู้ หรือความสามารถในการบริหารจัดการความไม่พอใจของคนพื้นถิ่นนอกประเทศจีน เนื่องจากในประเทศจีนเอง สิ่งเหล่านี้มักถูกจัดการโดยรัฐบาลท้องถิ่น สถานการณ์แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงนอกจีน นี่จึงเป็นสิ่งที่พวกบริษัทจีนกำลังเรียนรู้"

ไล่ล่าอิทธิพลจีน

ด้วยขนาดที่มหึมาของโครงการ ทำให้โครงนี้เป็นที่จับตาของรัฐบาลสหรัฐฯ ด้วย โดยในปี 2020 กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการลงโทษต่อบริษัท UDG โดยอ้างว่าพบการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อกลุ่มคนที่ถูกขับออกจากหมู่บ้าน รวมถึงต่อความเป็นไปได้ที่กองทัพจีนจะใช้สนามบินแห่งใหม่เพื่อปฏิบัติการทางทหาร โดยอธิบายว่า รันเวย์ในสนามบินแห่งใหม่นี้มีความยาวเกินจำเป็นสำหรับเครื่องบินขนาดเล็กที่จะนำนักท่องเที่ยวมายังสถานที่ท่องเที่ยวที่ห่างไกลแห่งนี้

ทางการสหรัฐฯ ยังได้เคยแสดงความกังวลต่อโครงการปรับปรุงฐานทัพเรือของกัมพูชาใกล้กับเมืองสีหนุวิลล์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐบาลจีน โดยรัฐบาลสหรัฐฯ เชื่อว่าในอนาคต กองทัพเรือของจีนอาจจะเข้ามาใช้ประโยชน์ฐานทัพเรือแห่งนี้ได้

ที่ผ่านมา ทางการสหรัฐฯ ไม่สบายใจต่อโครงสร้างพื้นฐานในต่างประเทศที่สร้างโดยจีน เนื่องจากประธานาธิบดีสีย้ำถึงการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ในทางการทหารและพลเรือนควบคู่กันไป หรือที่ทางการจีนเรียกว่า "การบูรณาการระหว่างกองทัพและภาคพลเรือน" (Military-Civil Fusion : MCF) ทางการสหรัฐฯ ยังกังวลถึงการที่รัฐบาลจีนกำหนดให้โครงการของจีนในต่างประเทศจำเป็นต้องผ่านมาตรฐานต่าง ๆ ของกองทัพด้วย

"ทางการจีนใช้โครงการของบริษัท UDG ในกัมพูชาเพื่อบรรลุความทะเยอทะยานของตัวเองและแสดงแสนยานุภาพในเวทีโลก" แถลงการณ์ของทางการสหรัฐฯ ที่ออกมาพร้อมมาตรการลงโทษบริษัท UDG ระบุ

ด้านบริษัท UDG มองว่ามาตรการดังกล่าวของทางการสหรัฐฯ ไม่ยุติธรรม และเป็นการกระทำที่มาจาก "ข้อมูลที่ถูกแต่งขึ้นและข่าวลือ" และที่ผ่านมาบริษัทได้ "ดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด" พร้อมระบุด้วยว่ากลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สัมปทานล้วนละเมิดกฎหมาย

ส่วนประเด็นการพัฒนาสนามบินให้มีขนาดใหญ่เช่นนั้น บริษัทอธิบายว่า เป็นเพราะต้องการยกระดับดาราสาครให้เป็นหนึ่งใน "ศูนย์การคมนาคมทางอากาศระดับโลก" ด้วยการยกเป้าหมายที่ทะเยอทะยานมาสนับสนุน ซึ่งปรากฏบนเว็บไซต์ของบริษัทว่า ภายในปี 2030 คาดว่าจะมีจำนวนผู้พำนักระยะยาวในโครงการราว 1.3 ล้านคน และมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาเยี่ยมเยือนเกือบ 7 ล้านคนต่อปี รวมทั้งสร้างงานได้อีก 1 ล้านอัตรา

นี่ถือเป็นตัวเลขที่สูงมากเมื่อพิจารณาว่าขณะนี้จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาถึงกัมพูชายังน้อยกว่าจุดสูงสุดที่ 6 ล้านคนในปี 2019 มาก นอกจากนี้บริษัท UDG ยังชี้แจงประเด็นที่ทางการสหรัฐฯ อธิบายว่าพวกเขาเป็นองค์กรที่รัฐจีนเป็นเจ้าของ โดยยืนยันว่าพวกเขาเป็นบริษัทเอกชน

คำยืนยันดังกล่าวอาจจะเป็นจริง แต่ต้องไม่ลืมว่าในช่วงแรกเริ่มของโครงการ บริษัทได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันโดยหน่วยงานของรัฐบาลจีนหลายแห่ง

ด้านคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีนก็ไฟเขียวโครงการดังกล่าวก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญาเสียอีก พร้อมกับติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการดังกล่าวอยู่ตลอด ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองเทียนจิน นายจาง เกาลี่ ยังเป็นบุคคลสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นด้วย โดยเขาเดินทางไปกัมพูชาในช่วงปลายปี 2008 เพื่อเข้าร่วมพิธีลงนามสัญญาสัมปทาน

ต่อมานายจางได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นผู้นำอาวุโสสูงสุดคนหนึ่งของจีน และนับตั้งแต่ปี 2015 เขาเป็นผู้ดูแลโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน แม้ว่าโครงการดาราสาครจะเกิดขึ้นก่อนที่จะมีโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางกว่า 5 ปี แต่ตอนนี้โครงการดาราสาครได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในโครงการตัวอย่างที่โดดเด่นภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าว

ด้านบริษัท UDG ก็สานสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับบุคคลสำคัญระดับสูงในพรรครัฐบาลของกัมพูชา และยังบริจาคเงินจำนวนมากหลายครั้งให้กับสภากาชาดกัมพูชา ที่นางบุน รานี ภรรยาของนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน เป็นผู้ดูแลจัดการ นอกจากนี้บริษัทยังสนับสนุนงบประมาณหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐในการก่อสร้างอนุสาวรีย์ยกย่องความสำเร็จของฮุน เซน อีกด้วย

บริษัท UDG ยังมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดยิ่งกับ พล.อ.เตียบันห์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองของกัมพูชา

เมื่อพิจารณาข้อมูลทางการเงินของบริษัท กลับพบว่ามีการเปิดเผยข้อมูลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งทำให้ยากในการประเมินขีดความสามารถของบริษัทในการดำเนินโครงการที่ใหญ่ขนาดนี้

หนึ่งในไม่กี่การลงทุนที่เป็นที่รู้จักในโครงการดาราสาคร คือการออกพันธบัตรในปี 2017 โดยมีธนาคารเพื่อการพัฒนาประเทศจีน หรือ China Development Bank (CDB) เป็นผู้ออกพันธบัตร แต่พันธบัตรดังกล่าวก็มีมูลค่าเพียง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเสี้ยวเดียวของมูลค่าที่บริษัท UDG สัญญาว่าจะลงทุนทั้งหมดราว 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่บทบาทนำของบริษัท UDG กลับดูจะถูกแย่งชิงไปโดยบริษัท ไชน่า ซิตี้ คอนสตรัคชั่น หรือ CCCC บริษัทนี้แทบจะไม่เป็นที่รู้จักนอกประเทศจีนเลย จนในปี 2014 ที่บริษัทนี้เข้ามาร่วมบริหารโครงการดาราสาครด้วยเหตุผลที่ไม่ชัดเจนนัก

ตอนนี้ผู้บริหารของ CCCC รับบทเป็นผู้บริหารหลักในบริษัท UDG ด้วย โดยบริษัท CCCC ระบุว่า บริษัทมีหน้าที่รับผิดชอบทั่วไป "เกี่ยวกับการออกแบบ วางแผน และการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวแห่งนี้"

ฟองสบู่แตก

แม้ว่าบริษัท CCCC จะมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน แต่ในด้านการดำเนินการกลับไม่สู้ดีนัก ในปี 2016 บริษัทได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดการเงินฮ่องกง หลังจากบริษัทประกาศว่ากำลังจะถูกแปรรูปให้เป็นบริษัทเอกชนตามคำสั่งของรัฐบาลจีน ด้วยการเข้าซื้อกิจการโดยกองทุนรวมตราสารทุน “ฮุ่ยหนง” (Huinong) ซึ่งไม่เป็นที่รู้จักมากนัก

เหตุการณ์นี้ได้สร้างความตื่นตระหนกแก่บรรดานักลงทุนที่ถือพันธบัตรมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐในบริษัท CCCC หรือที่รู้จักในชื่อ “พันธบัตรติ่มซัม” (dim sum bonds) ที่ออกในฮ่องกงเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้านการระดมทุนในจีนแผ่นดินใหญ่ นักลงทุนพยายามที่จะไถ่ถอนพันธบัตร แต่ว่าบริษัท CCCC กลับไม่สามารถหากระแสเงินสดได้เพียงพอที่จะชำระค่าไถ่ถอนดังกล่าว

จนถึงขณะนี้บริษัท CCCC ยังคงประสบปัญหาทางด้านการเงินอย่างต่อเนื่อง จนทำให้อันดับความน่าเชื่อถือมีปัญหา และถูกบังคับให้ต้องขายกิจการบางส่วนที่คาดว่าจะสามารถทำกำไรได้อย่างดีออกไป

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ากองทุนรวม ฮุ่ยหนง มีกระทรวงการคลังของจีนเป็นเจ้าของโดยอ้อม นั่นจึงทำให้ในทางเทคนิคแล้วบริษัท CCCC กลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจอีกครั้ง ความไม่โปร่งใสเช่นนี้ทำให้ยากต่อการประเมินสุขภาพทางการเงินที่แท้จริงของบริษัทว่าเป็นอย่างไร ซึ่งสถานการณ์ทางการเงินของบริษัทมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะการล่มสลายของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจีนเมื่อไม่นานมานี้ด้วย

“ในช่วงเริ่มแรกของโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางในช่วงปี 2014-2016 มีการลงทุนนอกประเทศจีนอย่างมาก” วิคเตอร์ ฉือ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาจีนในศตวรรษที่ 21 แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซาน ดิเอโก กล่าว “แต่ตั้งแต่ปี 2016 รัฐบาลจีนเพิ่มความระมัดระวังในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น ด้วยการยุติการใช้เงินแบบทิ้งขว้างและการอนุมัติโครงการต่าง ๆ ไปทั่ว”

ฉือ จื้อเหลียง เป็นชาวจีนอีกรายที่ลงทุนในโครงการดาราสาคร เขาสร้างเรื่องราวอื้อฉาวจากการดำเนินธุรกิจกาสิโนตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งถูกเปิดเผยว่าพัวพันกับขบวนการค้ามนุษย์และกลุ่มมิจฉาชีพสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ ในขณะนี้เขาถูกควบคุมตัวอยู่ในไทยเพื่อรอการส่งตัวข้ามแดนไปยังจีน

ทั้งนี้ เหยื่อหลายรายจากไทย, ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ ที่ถูกช่วยเหลือออกมาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขาถูกกักขังและบังคับให้ทำงานหลอกลวงต้มตุ๋นอยู่ภายในพื้นที่โครงการดาราสาคร

รายงานข่าวเกี่ยวกับการมีศูนย์หลอกหลวงต้มตุ๋นในเขตการลงทุนของจีนในกัมพูชา กลายเป็นปัจจัยที่ขัดขวางการเดินทางมาท่องเที่ยวของชาวจีน และส่งผลให้การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญอันหนึ่งของกัมพูชา เป็นไปได้ช้ากว่าที่คาดหมาย

นายเซบาสเตียน สแตนจิโอ มองว่า นายกรัฐมนตรีคนใหม่ นายฮุน มาเนต ลูกชายของ ฮุน เซน ซึ่งแม้ว่าได้รับการศึกษาตามแบบแผนตะวันตก แต่ก็ไม่มีแนวโน้มจะเปลี่ยนแปลงวิถีการจัดการเรื่องนี้แต่อย่างใด

“เขาจะยังคงติดอยู่กับระบบเดิม ๆ เขาจะมีอำนาจอย่างจำกัดในการจัดการ ต่อให้เขามีเจตจำนงที่จะจัดการปัญหาเหล่านี้ก็ตาม” นายสแตนจิโอ กล่าว

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือแค่หนึ่งเดือนหลังจากที่เขาเข้ารับตำแหน่งต่อจากบิดา นายฮุน มาเนตก็ได้เดินทางเยือนกรุงปักกิ่งเพื่อเข้าพบหารือประธานาธิบดีสี เพื่อตอกย้ำความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างจีนและกัมพูชา

ในความเป็นจริงแล้วโครงการดาราสาครเป็นเพียงส่วนหนึ่งในหลายพื้นที่ขนาดใหญ่ที่รัฐบาลกัมพูชาให้สัมปทานแก่ผู้ประกอบการเอกชน ส่วนใหญ่ผู้ได้รับสัมปทานคือกลุ่มธุรกิจท้องถิ่น ที่เป็นพันธมิตรกับพรรครัฐบาลกัมพูชา

ภายใต้ระบบอุปถัมป์เพื่อเอื้อประโยชน์ให้บรรดาพวกพ้องที่เป็นมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน ยิ่งทำให้เป็นเรื่องยากลำบากในการสร้างความเปลี่ยนแปลง

ปัจจุบัน พื้นที่ราว 80% ของเขตอุทยานแห่งชาติถูกนำไปใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ ขณะที่เสียงเตือนซ้ำ ๆ จากกลุ่มนักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่พยายามบอกว่าประเทศกำลังสูญเสียถิ่นอาศัยตามธรรมชาติที่สำคัญที่สุดไป กลับได้รับความสนใจเพียงเล็กน้อย

หนึ่งในนักกิจกรรมเหล่านั้น คือหญิงสาวอายุ 20 กว่าปี ที่เดินทางไปเยี่ยมชมโครงการดาราสาครกับทีมงานบีบีซี ปัจจุบันเธอได้รับการประกันตัวออกมาจากคดีที่ถูกตัดสินจำคุก 18 เดือนในปี 2021 ในฐานความผิดที่เธอพยายามจัดการประท้วงต่อต้านการรุกที่ดินอีกแห่ง

การตัดสินใจเดินทางของเธอมายังพื้นที่สัมปทานของบริษัท UDG กับทีมงานบีบีซี ถือว่ามีความเสี่ยง แต่เธอให้เหตุผลว่า

“พวกเราไม่มีทางเลือก เราต้องเสี่ยง ไม่ว่าผลที่ตามมาจะลงเอยด้วยการเข้าคุก หรือต้องเจอกับอะไรที่เลวร้ายกว่านั้น เพื่อปกป้องสิ่งที่เหลืออยู่เอาไว้สำหรับคนรุ่นถัดไป”

หมายเหตุ-บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายงานชุดเพื่อการตรวจสอบการลงทุนของจีนในต่างประเทศในรอบ 10 ปี หลังจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ริเริ่มโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative - BRI)