ถอดรหัสบาร์โค้ดบนบัตร "เลือกตั้งจำลอง" สืบย้อนกลับไปหาผู้เลือกได้ 88%

สมชัย ศรีสุทธิยากร เป็นผู้ดำเนินการหลักในการสาธิต “เลือกตั้งจำลอง”

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, สมชัย ศรีสุทธิยากร เป็นผู้ดำเนินการหลักในการสาธิต "เลือกตั้งจำลอง"
    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
  • เวลาอ่าน: 13 นาที

ห้องรับรองสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชั้น 2 ของอาคารรัฐสภา แปรสภาพเป็น "หน่วยเลือกตั้งจำลอง" โดยมีอุปกรณ์ครบถ้วน ทั้งคูหาเลือกตั้ง หีบบัตรเลือกตั้ง ปากกา แบบขีดคะแนน และที่ขาดไม่ได้คือบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด (barcode)

เมื่อถึงเวลานัดหมาย 13.55 น. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ชี้แจงขั้นตอนสาธิต "การเลือกตั้งจำลอง" ซึ่งคล้ายคลึงกับการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) แทบทุกประการ เพียงแต่ในสถานการณ์จำลองนี้ ให้ผู้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกก๋วยเตี๋ยวที่ชอบแบบบัญชีรายชื่อ 1 เมนู จากทั้งหมด 6 เมนู เมื่อทุกฝ่ายเข้าใจกติกาตรงกัน ก็ได้เวลาเปิดหีบเลือกตั้ง

อาสาสมัคร 10 คน ซึ่งมีทั้งผู้สื่อข่าว นักวิชาการ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และประชาชนรับบทผู้ใช้สิทธิออกเสียงเลือกก๋วยเตี๋ยวที่ชอบ โดยมีอาสาสมัครอีก 4 คนทำหน้าที่กรรมการประจำหน่วยลงคะแนน (กปน.) ให้โหวตเตอร์ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตร จากนั้น กปน. ฉีกบัตรลงคะแนนที่มีบาร์โค้ดส่งให้ผู้ใช้สิทธิเข้าไปกากบาทเลือกในคูหา แล้วนำมาหย่อนลงหีบบัตรด้วยตนเอง

ทว่ากติกาพิเศษที่ผิดแผกไปจากการเลือกตั้งจริงคือ ให้ผู้ใช้สิทธิสามารถถ่ายรูปบัตรลงคะแนนที่กากบาทแล้วเอาไว้เป็นหลักฐาน

เมื่อโหวตเตอร์ทุกคนใช้สิทธิครบถ้วนแล้ว ก็เข้าสู่ขั้นตอนการนับคะแนน โดยมี "ทีมนักสืบ" 5 ทีมร่วมภารกิจพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดสามารถระบุผู้ลงคะแนนได้จริงหรือไม่

ในขณะที่ กปน. เปิดหีบ-กางบัตรออกมาขานคะแนน-บันทึกคะแนนลงแบบขีดคะแนนบนกระดาน ทีมวิเคราะห์ข้อมูลก็ตั้งกล้องถ่ายรูปบัตรลงคะแนนทุกใบ ทดลองถอดรหัสด้วยอุปกรณ์ที่จัดเตรียมมาเองใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที และเปรียบเทียบกับผลการนับคะแนน

ผลปรากฏว่า ระดับความแม่นยำของ "ทีมนักสืบ" ทั้ง 5 ทีมมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 88% โดยมีอยู่ 3 ทีมที่สามารถถอดรหัสได้ 100% คือตอบถูกหมดว่าโหวตเตอร์ทั้ง 10 คนลงคะแนนเลือกก๋วยเตี๋ยวเมนูใด และ 1 ทีมถอดรหัสได้ 90% (ตอบถูก 9 จาก 10 คน) และอีก 1 ทีมถอดรหัสได้ 40% (ตอบถูก 4 จาก 10 คน)

บัตรเลือกตั้ง

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

กมธ.การเมืองฯ ปัดแทรกแซง กกต. แค่ "ศึกษาเชิงวิชาการ"

กิจกรรมนี้จัดโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ในวันเดียวที่ กกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 100 คน จาก 21 พรรคการเมือง ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนกว่า 37.8 ล้านคน โดยใช้บัตรเลือกตั้งสีชมพูที่มีบาร์โค้ด ท่ามกลางข้อถกเถียงของสังคมว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำให้การออกเสียงลงคะแนน "ไม่เป็นความลับ" และ "ขัดต่อรัฐธรรมนูญ" หรือไม่

นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ กล่าวว่า การทดลองนี้มีจุดประสงค์เพื่อ "ศึกษาเชิงวิชาการ" และจะนำข้อมูลไปประกอบการจัดทำรายงานการศึกษากระบวนการการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม (Free & Fair Election) ซึ่งครอบคลุมทั้งช่วงก่อน ระหว่าง และหลังการเลือกตั้ง โดยจะเสนอรายงานและข้อเสนอแนะให้วุฒิสภาพิจารณาในสมัยประชุมหน้า พร้อมยืนยันว่า ข้อสรุปที่เกิดขึ้น ไม่ใช่กระบวนการตีความข้อกฎหมายว่าการลงคะแนนเป็นความลับหรือไม่ลับ หรือขัดรัฐธรรมนูญอย่างไร แต่ต้องการพิสูจน์ความเสี่ยงจากการมีบาร์โค้ดเท่านั้น เพื่อ กกต. จะได้นำข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการทดลองไปพิจารณาและปรับปรุงการการเลือกตั้งครั้งต่อไป

เขาย้ำด้วยว่า กมธ. มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าให้จัดการเลือกตั้งจำลองนี้ตามที่ได้รับการประสานงานมา แต่ยอมรับว่ามีเพื่อน กมธ. บางส่วนตั้งคำถาม แต่เมื่ออธิบายว่าเป็นการพิสูจน์ทางวิชาการ ก็เข้าใจ

6 เมนูก๋วยเตี๋ยวที่ให้ผู้ออกเสียงโหวตเลือกในการเลือกตั้งจำลอง

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, 6 เมนูก๋วยเตี๋ยวที่ให้ผู้ออกเสียงโหวตเลือกในการเลือกตั้งจำลอง

ส่วนที่มีนักกฎหมายออกมาตั้งข้อสังเกตว่า กมธ. ไม่มีอำนาจตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งขององค์กรอิสระ เข้าข่ายแทรกแซงอำนาจหน้าที่ของ กกต. นั้น นายนรเศรษฐ์ย้ำว่าเจตนาของ กมธ. คือศึกษาเชิงวิชาการ ไม่ได้ทำเพื่อหาว่าใครถูกใครผิด กมธ. ไม่มีเจตนาก้าวล่วงหรือบอกว่า กกต. ต้องทำหรือไม่ทำอะไร แต่มองว่าการพัฒนาการเมืองที่ง่ายที่สุดคือเริ่มจากคูหาเลือกตั้ง และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนก็เริ่มที่คูหาเช่นกัน หากมีความสงสัยในกระบวนการเลือกตั้งย่อมกระทบต่อกระบวนการประชาธิปไตย

เช่นเดียวกับเสียงวิจารณ์ที่ว่าการจัดจำลองการเลือกตั้งเพื่อ "ฟอกขาว" ให้กลุ่มบุคคลที่ถูก กกต. กล่าวโทษดำเนินคดีอาญา ซึ่งประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ ขอปฏิเสธ โดยบอกว่าเรื่องดังกล่าวให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่ขณะนี้มีเพียงข่าว ยังไม่มีใครเห็นเนื้อหาของหมายแจ้งข้อกล่าวหาประชาชนแต่อย่างใด

ทีมนักสืบแกะรอยบาร์โค้ดหาผู้เลือกได้อย่างไร

สำหรับ "ทีมนักสืบ" ที่เข้าร่วมภารกิจแกะรอยบาร์โค้ดมีทั้งหมด 5 ทีม ประกอบด้วย ทีมนักศึกษามหาวิทยาลัย 2 ทีม ทีมนักเรียนมัธยม 1 ทีม และทีมประชาชนทั่วไป 2 ทีม แต่ละทีมใช้เทคนิคถอดรหัสบาร์โค้ดแตกต่างกันไป

ในการวัดความแม่นยำ ผู้จัดงานให้โหวตเตอร์อาสาสมัครมายืนประจันหน้ากับทีมนักสืบ แล้วให้แต่ละทีมทายผลการลงคะแนนของโหวตเตอร์รายนั้น ๆ

หญิงที่ชื่อ "ศิ" คือโหวตเตอร์คนแรกที่ใช้สิทธิและถูกทายผลการออกเสียง ซึ่งปรากฏว่ามี 4 จาก 5 ทีม ตอบถูกว่าเธอกากบาทเลือกก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น หรือคิดเป็นความแม่นยำที่ 80%

จากนั้นโหวตเตอร์ที่เหลือ ก็ทยอยมาแสดงตัว-ให้ทีมนักสืบทายผลการออกเสียง พบว่า

  • มีบัตรลงคะแนนของโหวตเตอร์ 5 คน ที่ทีมนักสืบทุกทีมตอบถูกว่าออกเสียงอย่างไร คิดเป็น 100%
  • มีบัตรลงคะแนนของโหวตเตอร์ 4 คน ที่ทีมนักสืบ 4 จาก 5 ทีมตอบถูกว่าออกเสียงอย่างไร คิดเป็น 80%
  • มีบัตรลงคะแนนของโหวตเตอร์ 1 คน ที่ทีมนักสืบ 3 จาก 5 ทีมตอบถูกว่าออกเสียงอย่างไร คิดเป็น 60%
ทีมนักสืบปฏิบัติภารกิจสแกนบาร์โค้ด ในระหว่างการนับคะแนนเลือกตั้งจำลอง

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ทีมนักสืบปฏิบัติภารกิจสแกนบาร์โค้ด ในระหว่างการนับคะแนนเลือกตั้งจำลอง

เมื่อประมวลภาพรวมทั้งหมด ปรากฏว่ามี 3 ทีมที่สามารถถอดรหัสบาร์โค้ดได้ 100% คือตอบถูกหมดว่าโหวตเตอร์ทั้ง 10 คนลงคะแนนอย่างไร

ทีมนักศึกษาสายสืบ 1 ที่ทายผลถูกทั้งหมด เฉลยวิธีการถอดรหัสบาร์โค้ดเพื่อสืบย้อนกลับไปถึงผู้ลงคะแนนเสียงว่าใช้วิธีการถ่ายภาพ และใช้แอปพลิเคชันไลน์ยิงสแกนบาร์โค้ดตอนนับคะแนนซึ่งตรวจจับได้ไวมาก และสามารถระบุได้ว่าโหวตเตอร์ลงคะแนนอย่างไรหากรู้ว่าอยู่ในลำดับผู้ใช้สิทธิที่เท่าไร ทีมนี้ใช้เวลา 12 นาทีในการถอดรหัสบาร์โค้ด โดยไม่มีการสุ่มหรือคาดเดาเลย

ทีมนักศึกษาสายสืบ 2 อีกทีมที่ทายผลถูก 100% ใช้การถ่ายภาพนิ่งผู้ใช้สิทธิ และถ่ายภาพนิ่งบาร์โค้ดตอนนับคะแนน แล้วนำมา 2 ส่วนมาเทียบหาลำดับผู้ลงคะแนน แต่มีอุปสรรคเล็กน้อยจากการที่บาร์โค้ดโหวตเตอร์คนที่ 5-6 สแกนไม่ติด จึงต้องอาศัยการสุ่ม แต่ก็เดาถูก

ทีมนักสืบประชาชน สามารถถอดรหัสได้ภายในเวลาเพียง 5 นาที ด้วยการเก็บคะแนนบัตรเลือกตั้งเป็นรายใบ และนำไปสแกนบาร์โค้ด เพื่อเช็กลำดับผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งในตารางที่เขาเขียนและบันทึกเอาไว้

ขณะที่ทีมนักเรียนสายสืบ ที่ทายถูก 60% แจ้งว่า พวกเขาใช้การอัดคลิปวิดีโอทั้งช่วงเลือกตั้งและขานคะแนน ทำให้ภาพบาร์โค้ดไม่ชัดเจน นำมาสแกนไม่ได้ ต้องอาศัยการคาดเดาร่วมด้วย

ผู้จัดงานสรุปว่า ความแม่นยำขึ้นกับการเตรียมตัว ความเข้าใจต่อกระบวนการเลือก และอุปกรณ์ที่ใช้งาน

ทีมนักสืบ 3 ทีมที่ทำผลงานการถอดรหัสบาร์โค้ดได้ถูกต้อง 100%

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ทีมนักสืบ 3 ทีมที่ทำผลงานการถอดรหัสบาร์โค้ดได้ถูกต้อง 100%

"เสียลับ" ในเลือกตั้งจำลอง จะส่งผลต่อเลือกตั้ง 8 ก.พ. หรือไม่

กระบวนการการเลือกตั้งจำลองใช้เวลา 2 ชม. ได้รับความสนใจจากผู้คนหลากหลายแวดวง อาทิ นักวิชาการด้านกฎหมาย นักการเมือง นักกิจกรรมการเมือง ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน รวมถึงประชาชนที่มีชื่อปรากฏว่าถูก กกต. แจ้งความดำเนินคดี ร่วมสังเกตการณ์การถอดรหัสบาร์โค้ดด้วย

อย่างไรก็ตามไม่มีผู้แทนจากสำนักงาน กกต. และตัวแทนจากสถานเอกอัครราชทูตมาร่วมแต่อย่างใด ถึงแม้ กมธ. ทำหนังสือเชิญไปแล้วก็ตาม

ผู้ร่วมสังเกตการณ์ 2 คนคือ รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ "บก.ลายจุด" นักเคลื่อนไหวการเมือง บอกตรงกันว่า กิจกรรมนี้ไม่ควรต้องจัดด้วยซ้ำ หาก กกต. ยอมรับว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทำให้สืบย้อนกลับไปหาผู้ออกเสียงลงคะแนนได้

รศ.ดร.ปริญญาเรียกร้องให้ กกต. ยืนยันกับประชาชนว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะไม่มีการใช้บาร์โค้ดอีก ซึ่งการพิสูจน์ในวันนี้สะท้อนว่าเพียงแค่รู้ลำดับการใช้สิทธิ ก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าใครเลือกใคร เพราะบัตรเลือกตั้งไล่เรียงไปตามหมายเลข หากหัวคะแนนเพียงไปนั่งเฝ้า ก็สามารถจำหน้าผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้ และแค่สแกนบาร์โค้ดก็สามารถตรวจสอบผลการลงคะแนนได้ โดยไม่ต้องมีต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง ดังนั้น กกต. จะมั่นใจได้อย่างไรว่าไม่มีเจ้าหน้าที่หน่วยใด เขตใด ทุจริต

"ถ้าประชาชนรับเงินมา เขาต้องมีสิทธิกาไม่เลือกได้ นี่คือหลักเลือกตั้งโดยลับที่ กกต. ต้องคุ้มครองประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตย" นักกฎหมายจาก มธ. กล่าว

นักกฎหมายอีกคนที่มาร่วมสังเกตการณ์คือ ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้ความเห็นว่า คนที่บอกว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่เป็นโมฆะถือว่า "มีธง" ส่วนตัวไม่มีธง และขอแบ่งความลับการเลือกตั้งออกเป็น 3 ระดับ

  • ระดับผู้ใช้สิทธิออกเสียง หากเดินผ่านคูหาเลือกตั้ง ก็จะรู้ได้ว่าใครลงคะแนนอย่างไร แบบที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2549
  • ระดับเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีข้อถกเถียงว่าหากจับหัวกับหางบัตรเลือกตั้งมาเจอกัน ก็จะรู้ได้ว่าใครเลือกอะไร
  • ความลับในระบบ ซึ่งต้องหาต้นขั้วบัตรมาประกบกับหางบัตร ถึงจะรู้ว่าใครลงคะแนนอย่างไร

"ที่ผ่านมา มีผู้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ หากเจ้าหน้าที่ถูกซื้อจริง สิ่งที่ทำในวันนี้เปิดเผยให้เห็นว่ามันเปิดเผยผลการเลือกได้ทั้งหน่วย ถ้ารู้ลำดับที่การใช้สิทธิ และหมายเลขบัตรเลือกตั้ง ก็มีโอกาสรู้ว่าใครกาอย่างไร" ดร.เจษฎ์กล่าว

นักกฎหมายรายนี้กล่าวต่อไปว่า หาก กกต. คาดเดาได้ว่าเหตุที่เกิดการทราบคะแนนจากการทดลองต่าง ๆ 7 กกต. และเลขาธิการ กกต. ก็อาจถูกกล่าวหาว่ามีส่วนรู้เห็นเป็นใจกับกระบวนการนี้

เขาจึงคาดหวังว่าผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลรัฐธรรมนูญจะรับเรื่องไปแล้วพิจารณา เพราะหากยังอยู่ในความคลางแคลงใจ การเลือกตั้งครั้งนี้ก็ทำให้คนเชื่อว่าสุจริตไม่ได้ คนก็จะมองว่ารัฐบาลมาจากการโกง รัฐมนตรีมาจากการโกง ไม่ทำให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้

เจษฎ์ โทณะวณิก บอกว่า เขาไม่มีธงว่าการเลือกตั้ง 8 ก.พ. ต้องเป็นโมฆะหรือไม่

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, เจษฎ์ โทณะวณิก บอกว่า เขาไม่มีธงว่าการเลือกตั้ง 8 ก.พ. ต้องเป็นโมฆะหรือไม่

ผลการพิสูจน์ข้อเท็จจริงด้วยวิธีที่เป็นวิทยาศาสตร์-ผ่านบัตรเลือกตั้งจำลองในวันนี้ อาจเพิ่มน้ำหนักให้กับสมมติฐานของฝ่ายที่ระบุว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสีชมพู ทำให้ "เสียลับ" ตามทัศนะของ ดร.เจษฎ์

เขายอมรับว่านี่เป็นเพียงการ "พิสูจน์ทางทฤษฎี" ยังไม่มีผลทางกฎหมาย ซึ่งภาระในการพิสูจน์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส.ปาร์ตี้ลิสต์ เป็นของผู้ร้อง และต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการเรียกพยานหลักฐานต่าง ๆ เพื่อพิสูจน์ความลับ เช่น อาจให้นำต้นขั้วบัตรและหางบัตรที่มีบาร์โค้ดเมื่อ 8 ก.พ. ไปพิสูจน์ หรือถ้าศาลเห็นว่าการเลือกตั้งจำลองวันนี้มีประโยชน์ ก็อาจนำไปประกอบได้ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลเลย

รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 กำหนดให้การเลือกตั้ง สส. ใช้วิธี "ออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ"

เอกสารความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตรา ของรัฐธรรมนูญ 2560 จัดทำโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ขยายความหมาย "การออกเสียงลงคะแนนโดยลับ" ว่าบุคคลอื่น "ไม่อาจทราบหรือตรวจสอบได้ว่าผู้มีสิทธิออกเสียงได้ลงคะแนนเสียงอย่างไรหรือออกเสียงลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด"

ธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ (ซ้าย) กับ ธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ซึ่งมีชื่อเป็นผู้ถูกกล่าวหา 2 จาก 6 คน โดยมี กกต. เป็นผู้ฟ้องคดี

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ (ซ้าย) กับ ธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ซึ่งมีชื่อเป็นผู้ถูกกล่าวหา 2 จาก 6 คน โดยมี กกต. เป็นผู้ฟ้องคดี

ภายหลังการเลือกตั้ง มีนักการเมือง นักกิจกรรมการเมือง และประชาชนฟ้องดำเนินคดีกับ กกต. จากกรณีปรากฏบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งในหลายศาลและหลายคดี นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ออกมาพูดถึงความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นครั้งแรกเมื่อ 3 มี.ค. ว่า ไม่มีความกังวลใจ เพราะถือว่าได้ทำหน้าที่ตามกฎหมาย และเป็นสิทธิของผู้ยื่นเรื่องฟ้องร้อง กกต. ก็จะสู้คดีต่อไป ไม่มีอะไร

นอกจากตกที่นั่งผู้ถูกกล่าวหา กกต. ก็ขอเป็นผู้กล่าวหา โดยมอบหมายให้รองเลขาธิการ กกต. เข้าแจ้งความต่อกองปราบปรามเพื่อดำเนินคดีอาญากับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และพยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ในระหว่างการออกเสียงลงคะแนนใหม่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กทม. เมื่อ 22 ก.พ.

ถึงตอนนี้ กกต. ยังไม่เคยระบุชัดเจนว่าบุคคลที่ถูกฟ้องคือใคร แต่สื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่ามีผู้ถูกกล่าวหา 6 คน ซึ่งมีทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี/ไอที/เอไอ, นักการเมือง, อดีต กกต. และสื่อมวลชน โดยตั้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 66 วรรคสอง (ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.), ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (ยุยงปลุกปั่นฯ) มาตรา 209 (อั้งยี่) มาตรา 322 (เปิดเผยความลับ) และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14

ในวันนี้มี 3 จาก 6 คนที่ปรากฏชื่อในข่าวว่า กกต. แจ้งความให้มีการดำเนินคดีมาร่วมกิจกรรมจำลองการเลือกตั้งด้วย ประกอบด้วย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต., นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ "ดร.เรือบิน" ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม, นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีบล็อกเชน