เลือกตั้งสหรัฐฯ 2022 : พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ในการเลือกตั้งกลางเทอม

พรรครีพับลิกันชนะที่นั่งสภาผู้แทนราษฎร 218 ที่นั่ง ครองเสียงข้างมากในสภาล่างได้สำเร็จ ในการเลือกตั้งกลางเทอม 8 พ.ย. ที่ผ่านมา
แม้พรรครีพับลิกันจะครองเสียงข้างมากได้อย่างเฉียดฉิว แต่ก็ถือว่าการครองเสียงข้างมากในสภาล่าง จะช่วยยับยั้งการออกกฎหมายและนโยบายต่าง ๆ ของโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ในอีก 2 ปีต่อจากนี้
ผลการเลือกตั้งกลางเทอม ทำให้รัฐสภาถูกแบ่งอีกครั้ง โดยรีพับลิกันครองเสียงข้างมากในสภาล่าง ส่วนเดโมแครตครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา
อย่างไรก็ดี ผลนับคะแนนยังไม่เสร็จสิ้น แต่สถานีข่าวซีบีเอสของสหรัฐฯ คาดว่า รีพับลิกันจะได้ที่นั่งในสภาล่าง 218-223 ที่นั่ง จากทั้งหมด 435 ที่นั่ง
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ แสดงความโล่งใจ หลังพรรคเดโมแครต ทำผลงานได้ดีกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้ และป้องกันที่นั่งสำคัญจากพรรครีพับลิกันได้ ในการเลือกตั้งกลางเทอม
แม้พรรครีพับลิกันจะครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร แต่นายไบเดน ระบุว่า "คลื่นยักษ์สีแดง" ยังไม่ปรากฎชัดจากการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้
"วันนี้เป็นวันดี ของประชาธิปไตย ผมคิดเช่นนั้น" ไบเดน กล่าว

ที่มาของภาพ, Getty Images
การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั้ง 435 ที่นั่ง, สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 35 ที่นั่ง จากทั้งหมด 100 ที่นั่ง, ผู้ว่าการรัฐ 39 มลรัฐ จากทั้งหมด 50 รัฐ รวมถึงเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอีกหลายตำแหน่ง
เดิม พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาล่าง 222 ที่นั่ง ขณะที่พรรครีพับลิกันมี 213 ที่นั่ง ส่วนในสภาสูง ทั้ง 2 พรรคครองเก้าอี้ ส.ว. เท่ากันที่พรรคละ 50 ที่นั่ง
ในจำนวน ส.ว. ที่ชนะการเลือกตั้งกลางเทอม มี พันโทหญิง แทมมี ลัดดา ดักเวิร์ธ วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เชื้อสายไทย สังกัดพรรคเดโมแครต ที่คว้าชัยในรัฐอิลลินอยส์ ได้เป็น ส.ว. สมัยที่สอง ด้วย
ทรัมป์ประกาศชิงประธานาธิบดีปี 2024
วานนี้ (17 พ.ย.) อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาอีกครั้งในการเลือกตั้งปี 2024 ภายหลังผลการเลือกตั้งกลางเทอมของพรรครีพับลิกันที่ไม่น่าพึงพอใจนัก“การกลับมาของอเมริกาได้เริ่มขึ้นแล้ว” อดีตประธานาธิบดีวัย 76 ปี ประกาศต่อผู้สนับสนุนหลายร้อยคนที่มารวมตัวกันที่รีสอร์ท มาร์-อะ-ลาโก ของทรัมป์ ในรัฐฟลอริดา
“เพื่อทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่และเกรียงไกรอีกครั้ง คืนนี้ ผมขอประกาศการลงสมัครชิงประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา” เขากล่าว หลังลงนามในเอกสารเช้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งที่ 3 หลังการชิงชัยในตำแหน่งนี้เป็นครั้งที่ 2 เมื่อปี 2020 แต่ต้องปราชัยให้กับโจ ไบเดน ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน จากพรรคเดโมแครต
การประกาศตัวลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ที่ถือว่าเร็วกว่าปกติของทรัมป์ ถูกมองว่า เป็นกลยุทธ์เพื่อชิงตัดหน้านักการเมืองรีพับลิกันคนอื่น ๆ ที่ต้องการเป็นผู้แทนพรรครีพับลิกันลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2024 รวมถึงยังเป็นชั้นเชิงเพื่อหวังเลี่ยงข้อหาทางอาญาที่อาจเกิดขึ้นต่อตัวทรัมป์เองด้วย

ที่มาของภาพ, Reuters
ไบเดนตัดสินใจต้นปีหน้า ชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสมัย 2 หรือไม่
โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวถึงการเลือกตั้งกลางเทอมว่า “เป็นวันที่ดีสำหรับประชาธิปไตย” และ “เป็นวันที่ดีสำหรับอเมริกา"
ในระหว่างเปิดแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว ช่วงเย็นวันพุธ (9 พ.ย.) นายไบเดนกล่าวว่า ผลการเลือกตั้งกลางเทอมบ่งชี้ว่าพรรคเดโมแครตยังมีความแข็งแกร่ง
และ “คลื่นสีแดง” อันหมายถึงการที่พรรครีพับลิกันจะกวาดชัยชนะและครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ยังไม่เกิดขึ้นตามที่มีผู้วิเคราะห์ไว้ก่อนหน้านี้
นายไบเดน ตระหนักถึงความผิดหวังของผู้มีสิทธิออกเสียง แต่อ้างว่าเสียงส่วนใหญ่ของชาวอเมริกันให้การสนับสนุนวาระเศรษฐกิจของรัฐบาล แม้ที่ผ่านมาพรรครีพับลิกันพยายามโจมตีปัญหาเงินเฟ้อพุ่งสูง และตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความชอบธรรมที่ตัวเขาได้รับการเลือกตั้งเมื่อ 2 ปีก่อน
“ชาวอเมริกันได้พูด และพิสูจน์อีกครั้งว่าประชาธิปไตยคือตัวตนของเรา” นายไบเดนกล่าว

ที่มาของภาพ, Reuters
นายไบเดนกล่าวด้วยว่า หลังเหตุการณ์บุกรัฐสภาเมื่อ 6 ม.ค. 2021 ผู้นำโลกหลายคนคิดว่าประชาธิปไตยในสหรัฐฯ ตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง
“พวกเขาต้องการรู้ว่าอเมริกายังมีเสถียรภาพหรือไม่ เรายังเป็นประชาธิปไตยแบบที่เคยเป็นมาตลอดหรือไม่”
ประธานาธิบดีไบเดนระบุด้วยว่า พรรคเดโมแครตเสียที่นั่งในสภาล่างไปน้อยกว่าที่คาด และทำผลงานได้ดีกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของประธานาธิบดีสังกัดพรรคเดโมแครตในศึกเลือกตั้งกลางเทอมของแต่ละคน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความเป็นไปได้ในการลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีในปี 2024 นายไบเดนตอบว่า เขาตั้งใจจะพักและใช้เวลาร่วมกับภรรยาในวันขอบคุณพระเจ้า ก่อนตัดสินใจอย่างชัดเจนในช่วงต้นปีหน้า ทว่าเขายอมรับว่ามีแนวโน้มจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมัยที่สอง
ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวยกย่องคนหนุ่มสาวที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสูงเป็นประวัติการณ์ และแสดงจุดยืนสนับสนุนสิทธิในการทำแท้ง หลังศาลสูงสุดที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดี ตัดสินคว่ำสิทธิในการทำแท้งที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ
ทรัมป์ทวงเครดิต “มีใครทำได้ดีกว่านี้บ้าง”

ที่มาของภาพ, Getty Images
ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ สังกัดพรรครีพับลิกัน กล่าวถึงผลการเลือกตั้งกลางเทอมว่า “มีบางอย่างที่น่าผิดหวัง” แต่โดยส่วนตัวมองว่า “เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่มาก ๆ” สำหรับพรรครีพับลิกัน
ก่อนหน้านี้เมื่อวันอังคาร (8 พ.ย.) นายทรัมป์กล่าวกับผู้สนับสนุนพรรคว่า เขา “ควรได้รับเครดิตทั้งหมด หากพรรครีพับลิกันคว้าชัยชนะ และ “ไม่ควรถูกตำหนิแม้แต่นิดเดียว” หากพวกเขาพ่ายแพ้
การออกมาทวงเครดิตทางการเมืองของนายทรัมป์เกิดขึ้นที่บ้านพักในมาร์อาลาโก รัฐฟลอริดา พื้นที่ที่เขาไปช่วยหาเสียงให้แก่เพื่อนร่วมพรรคก่อนหน้านี้
มีการคาดหมายกันว่า นายทรัมป์ต้องการเป็นผู้แทนพรรครีพับลิกันลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีอีกครั้งในปี 2024 โดยเตรียมออก “คำประกาศครั้งสำคัญ” ในวันที่ 15 พ.ย. นี้ ทว่าบรรดาผู้สมัครตัวเต็งหลายคนที่นายทรัมป์ให้สนับสนุนได้ประสบความพ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งกลางเทอม
"แน่นอนว่าผลการเลือกตั้งเมื่อวานนี้ มีบางอย่างที่น่าผิดหวัง แต่จากมุมมองส่วนตัวของผม มันเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่มาก ชนะ 219 และแพ้ 16 มีใครทำได้ดีกว่านี้บ้าง" อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ผ่านทรัสท์ แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ของเขา
บีบีซีไม่สามารถตรวจสอบตัวเลขที่นายทรัมป์กล่าวอ้างว่าเป็นผู้สมัครที่เขาให้การสนับสนุนเป็นการส่วนตัวได้
ขณะเดียวกันนายรอน ดีซานทิส ซึ่งถูกคาดหมายว่าอาจเป็นแคนดิเดตชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีในนามพรรครีพับลิกัน ยังชนะศึกเลือกตั้งกลางเทอม รักษาเก้าอี้ผู้ว่าการรัฐฟลอริดาเอาไว้ได้ ซึ่งดูเหมือนว่านายทรัมป์จะส่งสัญญาณข่มขู่ว่าจะเปิดข้อมูลที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายดีซานทิส หากกล้าดีมาชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีกับตัวเขา
สองปีต่อจากนี้ ไบเดนเจอศึกหนัก
ผศ.ประพีร์ อภิชาตสกล อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มองถึงแนวโน้มที่เวลานี้ พรรคเดโมแครตจะสูญเสียเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรให้พรรครีพับลิกัน ว่า จะทำให้ 2 ปีที่เหลือต่อจากนี้ของไบเดนเผชิญความยากลำบากมากขึ้น
“เสียเสียงข้างมากไป ไบเดนก็ยังคงเป็นประธานาธิบดีอยู่ แต่อีกสองปีข้างหน้า จะเป็นทางเดินที่ยากลำบาก... นโยบายที่จะผ่าน ก็จะถูกสกัดจากรีพับลิกัน” เธอกล่าว
ชัยชนะของรีพับลิกันในสภาล่าง ในการเลือกตั้งกลางเทอมที่เสมือนการลงประชามติผลการดำเนินงานของไบเดนตลอด 2 ปีที่ผ่านมา จะปูทางสู่ยุทธศาสตร์การชิงทำเนียบขาวกลับมาเป็นของรีพับลิกันอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการสกัดนโยบายสำคัญของเดโมแครต
อีกสิ่งหนึ่งที่สะท้อนในผลการเลือกตั้งกลางเทอม ก็คือ การหาเสียงสไตล์ โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ออกมาช่วยหาเสียงให้พรรครีพับลิกันด้วย ยังใช้ได้ผล หมายความว่า ฟากฝั่งในพรรครีพับลิกันที่เอนเอียงไปทางขวาจัด ก็จะมีอิทธิพลมากขึ้น

ที่มาของภาพ, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
และสมมติว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศลงชิงเป็นผู้สมัครชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของพรรครีพับลิกันในอีก 2 ปี เดโมแครตจะเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก ทั้งการถูกสกัดเชิงนโยบายในระบบสภา และกระแสชาตินิยม กลุ่มสนับสนุนทรัมป์ ที่จะยิ่งทำให้รีพับลิกันได้แต้มต่อ
อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือนโยบายของไบเดนใน 2 ปีต่อจากนี้จะเปลี่ยนไปหรือไม่ เพราะแม้จะได้รับเสียงชื่นชมในการต่างประเทศ อาทิ การผลักดันประชาธิปไตย การสนับสนุนยูเครนสู้รบกับรัสเซีย และประเด็นสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ แต่กลับกลายเป็นว่า คุณค่าของอเมริกาในสไตล์เดโมแครต กลับยังตอบโจทย์สิ่งที่คนอเมริกันต้องการ
“ไบเดนอยากให้อเมริกากลับมาเป็นผู้นำโลกอีกครั้ง แต่คนอเมริกาจะตายแล้ว” ผศ.ประพีร์ บอกกับบีบีซีไทย
“คนข้างนอกอาจจะชื่นชมประชาธิปไตยแบบอเมริกา แต่คนอเมริกันไม่ปลื้มแล้วจะยังไง”










