You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
นายกฯ คนใหม่ ประกาศแก้ "วิกฤตเศรษฐกิจรุนแรง" ที่อังกฤษกำลังเผชิญ
นายริชี ซูแน็ก หัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟคนใหม่ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสหราชอาณาจักรแล้ว หลังเข้าเฝ้ากษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 และน้อมรับคำเชิญของพระองค์ให้จัดตั้งรัฐบาล เมื่อ 25 ต.ค.
หลังดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ นายซูแน็ก นายกฯ คนที่ 3 ในรอบ 6 สัปดาห์ ของพรรคคอนเซอร์เวทีฟ แถลงที่หน้าทำเนียบนายกรัฐมนตรี บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ว่าอังกฤษ "กำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรง ผลกระทบจากวิกฤตโควิดยังมีจนถึงทุกวันนี้”
นายกรัฐมนตรีเชื้อสายเอเชียคนแรกของสหราชอาณาจักรให้สัญญาว่ารัฐบาลของเขาจะทำงานอย่างเป็นมืออาชีพ มีเกียรติภูมิ และตรวจสอบได้
“ความไว้วางใจต้องมาจากการมอบให้ และผมจะทำให้พวกท่านมอบความไว้วางใจนั้นให้ผม”
เขาประกาศว่า จะสร้างระบบบริการสาธารสุขแห่งชาติให้เข้มแข็งขึ้น ระบบโรงเรียนที่ขึ้น ท้องถนนที่ปลอดภัยกว่าเดิม รักษาสิ่งแวดล้อม สนับสนุนกองทัพ และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน
ในการเริ่มต้นสุนทรพจน์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษที่อายุน้อยที่สุดในรอบ 210 ปี กล่าวขอบคุณลิซ ทรัสส์ คู่แข่ชิงตำแหน่งผู้นำรัฐบาล และนายกฯ คนก่อนหน้า บอกว่าเธอคิดไม่ผิดที่จะพยายามกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ เป็น “เป้าหมายที่สูงส่ง” ต้องการการเปลี่ยนแปลง แต่ “มีข้อผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้น”
“แม้ ไม่ได้เกิดจากความประสงค์ร้าย หรือความตั้งใจไม่ดี แต่ก็มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น” นายซูแน็ก กล่าว
เขาเสริมว่าเขามุ่งมั่นที่จะ “แก้ปัญหา” ที่เกิดจากนายกฯ คนก่อนหน้า ในทันที โดยจะทำงาน “ไม่เว้นแต่ละวัน” เพื่อให้ถึงเป้าหมาย ไม่ทิ้งให้ “คนรุ่นต่อไปต้องมาล้างหนี้ที่พวกเราอ่อนแอเกินกว่าจะจ่าย”
“ผมไม่กลัว (งานหนัก) ผมจะคำนึงถึงประโยชน์ของชาติ ให้อยู่เหนือการเมือง
เรียกหาเอกภาพในพรรค
ก่อนหน้านี้ เมื่อ 24 ต.ค. หลังทราบว่าได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนร่วมพรรคให้เป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไป เขาแถลงที่พรรค เรียกร้องความเป็นเอกภาพเพื่อเผชิญหน้ากับ “ความท้าทายทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่”
นายซูแน็ก ได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส. พรรคคอนเซอร์เวทีฟ หรือพรรคอนุรักษ์นิยมท่วมท้น ให้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรีต่อจากนางลิซ ทรัสส์ หลังประกาศลาออกจากตำแหน่งเพียง 44 วัน ที่ทำงาน ทำให้เขากลายเป็นนายกรัฐมนตรีเชื้อสายเอเชียคนแรกของสหราชอาณาจักร แม้ว่า ช่วงต้นเดือน ก.ย. เขาพ่ายแพ้ในการชิงชัยตำแหน่งดังกล่าวต่อนางทรัสส์ หลังนายบอริส จอห์นสัน ลาออกจากตำแหน่งเมื่อเดือน ก.ค.
คำปราศรัยแรกความยาว 2 นาที หลังขึ้นรับตำแหน่ง นายซูแน็ก ประกาศว่า ภารกิจสำคัญแรก จะสร้างเอกภาพระหว่างพรรคอนุรักษ์นิยมและประชาชนทั่วสหราชอาณาจักร
“สหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่แข็งแกร่ง แต่เรากำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจอย่างยิ่งยวด... เราต้องการความมั่นคง และเอกภาพ และผมจะถือว่าภารกิจสำคัญแรก คือ การทำให้พรรคของเราและประเทศชาติเป็นปึกแผ่นกัน”
นายซูแน็กยังขอบคุณนายกรัฐมนตรีทรัสส์ ที่ปกครองประเทศในช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างยิ่งยวด แม้เธอจะดำรงตำแหน่งได้เพียง 44 วันก็ตาม
นายซูแน็ก เป็นนายกรัฐมนตรีเชื้อสายบริติช-เอเชียคนแรกของสหราชอาณาจักร และถือว่าอายุน้อยที่สุดในรอบ 200 ปี เขามีกำหนดจะขึ้นรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 ต.ค.
นายซูแน็กถือเป็นนายกรัฐมนตรีพรรคอนุรักษ์นิยมคนที่ 3 นับแต่พรรคชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2019 ทำให้พรรคแรงงาน ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน เรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะสลับเปลี่ยนนายกฯ บ่อยเกินไป
ส.ส. พรรคอนุรักษ์นิยม อ้างคำพูดของนายซูแน็ก ที่ยอมรับว่า ช่วงเวลาต่อจากนี้จะเป็นช่วงที่ยากลำบาก แต่ปฏิเสธว่า จะไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าแน่นอน แม้ว่าพรรคฝ่ายค้านจะโต้เถียงว่า นายซูนแน็กไม่ได้ฉันทามติของประชาชนตามหลักประชาธิปไตย เพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีก็ตาม
นายซูแน็ก เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ตามหลังนางเทรีซา เมย์ นายบอริส จอห์นสัน และนางทรัสส์ ที่ขึ้นรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง อย่างไรก็ดี นางเมย์ และนายจอห์นสัน เคยชนะการเลือกตั้งทั่วไปมาแล้ว ในปี 2017 และปี 2019 ตามลำดับ
ส่วนการเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไปจะยังไม่มีไป อย่างช้าสุดจนกว่าจะถึงเดือน ม.ค. ปี 2025 และตามหลักแล้ว นายซูแน็กไม่มีพันธะใด ๆ เพื่อประกาศจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าตามระบบการเลือกตั้งรัฐสภาสหราชอาณาจักร
นายกฯ ผิวสี กับบริบททางวัฒนธรรม
สื่ออังกฤษรายงานว่า การที่อังกฤษมีนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนผิวสี และนับถือศาสนาฮินดูเป็นครั้งแรก สะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการของสังคมพหุวัฒนธรรมและหลากหลายความเชื่อแม้มีนักการเมืองผิวสีเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญในคณะรัฐมนตรีมากขึ้น เช่น รมว. คลัง รมว. มหาดไทย และ รมว. ต่างประเทศ แต่อังกฤษก็ยังไม่เคยมีนายกฯ ผิวดำหรือผิวน้ำตาลมาก่อนในอดีต
ซุนเดอร์ กาตวาลา แห่งสถาบันความคิด "อนาคตคนอังกฤษ" หรือ British Future บอกกับเดอะการ์เดี้ยนว่า การที่คนเชื้อสายอินเดียได้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกฯ ของอังกฤษ เป็น "ห้วงประวัติศาสตร์" ที่ "เป็นไม่ได้หากเกิดขึ้น เมื่อ 1-2 ทศวรรษที่แล้ว"
“สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าการเข้าสู่ตำแหน่งสูงในบริการสาธารณะเป็นเรื่องเปิดกว้างสำหรับทุกคนที่มีพื้นเพความเชื่อและเชื้อชาติที่ต่างกัน สิ่งนี้ จะเป็นต้นทางของความภาคภูมิใจของคนอังกฤษเชื้อสายเอเชียอีกมากมาย แม้นพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้เห็นพ้องกับแนวทางการเมืองของพรรคคอนเซอร์เวทีฟแบบที่ริชี ซูแน็กใช้"
เส้นทางการเมือง
นายซูแน็กเป็น ส.ส. สมัยแรกเมื่อปี 2015 ในเขตเลือกตั้งริชมอนด์ของมณฑลนอร์ทยอร์กเชียร์ โดยไม่เป็นที่รู้จักของสาธารณชนมากนัก
ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็น รมช.คลัง ในรัฐบาลของนางเทรีซา เมย์ และดำรงตำแหน่งอีกครั้งในรัฐบาลนายบอริส จอห์นสัน เมื่อเดือน ก.ค. 2019 เพื่อตอบแทนที่เขาให้การสนับสนุนนายจอห์นสันอย่างแข็งขัน
กระทั่งเดือน ก.พ. 2020 เขาได้รับการขยับชั้นขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หลังจากนายซาจิด จาวิด ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวเพราะปัญหาความขัดแย้งกับที่ปรึกษาของนายจอห์นสัน แต่แล้ว นายซูแน็กก็ลาออกจากตำแหน่งเช่นกัน โดยให้เหตุผลว่า แนวทางการบริหารเศรษฐกิจของตัวเองแตกต่างจากของนายกฯ จอห์นสันมากเกินไป ในขณะที่นายจอห์นสันเผชิญมรสุมเรื่องการโกหกบ่อยครั้งต่อสภา
นอกจากบทบาทในสภาและในรัฐบาล นายซูแน็กมีส่วนสำคัญในการรณรงค์ให้ประชาชนลงมติออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป และลงมติสนับสนุนข้อตกลงเบร็กซิทของนางเมย์ทั้ง 3 ครั้งที่ถูกนำเข้าสภา
พื้นฐานครอบครัว
นายซูแน็กเกิดที่เมืองเซาแธมป์ตัน สหราชอาณาจักร ในปี 1980 โดยพ่อแม่ของเขาซึ่งเป็นคนเชื้อสายอินเดีย อพยพมาจากแอฟริกาตะวันออก
พ่อของเขาเป็นแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป ส่วนแม่มีร้านขายยาเป็นของตัวเอง
เขาเข้าเรียนที่วิทยาลัยวินเชสเตอร์ (Winchester College) โรงเรียนเอกชนอายุกว่า 600 ปี และทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองเซาแธมป์ตันช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน จากนั้นเขาได้ศึกษาต่อด้านปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด
ในช่วงที่เขาเรียนต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เขาได้พบกับ อักษตา มูรติ บุตรสาวของนารายานา มูรติ เศรษฐีพันล้านชาวอินเดีย และผู้ร่วมก่อตั้ง Infosys บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านให้บริการไอที ซึ่งกลายเป็นศรีภรรยาของเขาในเวลาต่อมา โดยทั้งคู่มีบุตรสาวด้วยกัน 2 คน
ปี 2001-2004 นายซูแน็กเป็นนักวิเคราะห์ในวานิชธนกิจ โกลด์แมนแซคส์ และต่อมาได้ตำรงตำแหน่ง หุ้นส่วนในเฮดจ์ฟันด์ 2 แห่ง
เมื่อเปลี่ยนเส้นทางชีวิตเข้าสู่โลกการเมือง จึงมีการคาดการณ์กันว่านายซูแน็กน่าจะเป็นหนึ่งใน ส.ส. ที่รวยที่สุด แต่เขาไม่เคยพูดถึงความมั่งคั่งของตัวเองอย่างเปิดเผย
ในระหว่างให้สัมภาษณ์บีบีซีเมื่อปี 2019 นายซูแน็กเล่าถึงภูมิหลังของตัวเองไว้ว่า "พ่อแม่ของผมอพยพมาที่นี่ คุณมีคนรุ่นที่เกิดที่นี่ พ่อแม่ของพวกเขาไม่ได้เกิดที่นี่ พวกเขามาประเทศนี้เพื่อมาสร้างชีวิต"
นักการเมืองรายนี้นับถือศาสนาฮินดู ไม่ดื่มเหล้า และไปวัดทุกสุดสัปดาห์
เขากล่าวว่า เขาโชคดีที่ไม่ได้เผชิญกับการเหยียดเชื้อชาติมากนักในช่วงที่เติบโต แต่มีเหตุการณ์หนึ่งที่เขาจำได้ไม่เคยลืม
"ผมออกไปข้างนอกกับน้องสาวและน้องชาย ผมน่าจะอยู่ในช่วงวัยรุ่นกลาง ๆ เราไปที่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่ง และผมก็กำลังดูแลน้อง ๆ อยู่ มีคนที่นั่งอยู่ไม่ไกลพูดคำที่หยาบคายออกมาคือ คำที่ขึ้นต้นด้วยตัวพี (ตัว P มาจากครับว่า Paki ซึ่งในอังกฤษเป็นคำที่ใช้เหยียดคนที่มาจากเอเชียใต้) นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเจอเหตุการณ์เช่นนี้" นายซูนัคกล่าวกับบีบีซีเมื่อปี 2019