ทำไมอินเดียถึงต้องส่งยานอวกาศไปศึกษาดวงอาทิตย์

Indian rocket ready for launch

ที่มาของภาพ, Isro

คำบรรยายภาพ, ยานอวกาศลำนี้จะใช้เวลา 4 เดือนก่อนถึงจุดหมายปลายทาง

ผ่านไปกว่า 1 สัปดาห์ หลังอินเดียกลายเป็นประเทศแรกของโลกที่ส่งยานอวกาศลงจอดบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์สำเร็จ ตอนนี้ อินเดียมีเป้าหมายใหม่แล้ว นั่นคือการไปศึกษาดวงอาทิตย์

แผนการนี้ คือการส่งยานอวกาศไปสังเกตการณ์ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้โลกที่สุด นั่นคือ ดวงอาทิตย์ โดยจะศึกษาถึงสภาพภูมิอากาศของอวกาศ อาทิ ลมสุริยะ

อย่างไรก็ตาม ภารกิจนี้ของอินเดียไม่ได้เป็นภารกิจศึกษาดวงอาทิตย์ครั้งแรก เพราะนาซา และองค์การอวกาศยุโรป ได้เคยส่งยานอวกาศไปโคจรรอบดวงอาทิตย์เพื่อทำการศึกษามาแล้ว แต่ยานอวกาศนี้ของอินเดียมีเอกลักษณ์เฉพาะที่น่าสนใจ

แล้วยานอวกาศ อาทิตยา-แอล 1 (Aditya-L1) เป็นยานอวกาศแบบไหน บีบีซีพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักภารกิจนี้กัน

กำหนดปล่อยยานอวกาศอาทิตยา-แอล 1

อาทิตยา มีความหมายว่า ดวงอาทิตย์ ในภาษาสันสกฤตและฮินดู

หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ยานอวกาศจะทะยานจากโลก เวลา 13.20 น. วันเสาร์ที่ 2 ก.ย. ตามเวลาในประเทศไทย จากฐานปล่อยยานอวกาศศรีหริโคตา ห่างจากเมืองเจนไนไปทางเหนือ 100 กิโลเมตร

องค์กรวิจัยอวกาศของอินเดีย หรือ ไอเอสอาร์โอ ได้เผยแพร่ภาพแสดงให้เห็นจรวดที่บรรทุกยานอวกาศ ตั้งอยู่บนฐานปล่อยเป็นที่เรียบร้อย

ใช้เวลาเดินทางถึงดวงอาทิตย์นานแค่ไหน

อันที่จริง ยานอวกาศลำนี้ไม่ได้เดินทางไปยังดวงอาทิตย์โดยตรงเสียทีเดียว

จุดหมายปลายทางของมัน คือ 1.5 ล้านกิโลเมตรห่างจากโลก หรือคิดเป็น 4 เท่าของระยะห่างระหว่างโลกและดวงจันทร์ อย่างไรก็ตาม ระยะห่างนี้คิดเป็นเพียง 1% ของระยะทางระหว่างโลกและดวงอาทิตย์ ที่ห่างกัน 151 ล้านกิโลเมตร

ทั้งนี้ มียานอวกาศลำอื่นที่เดินทางไปใกล้ดวงอาทิตย์กว่ามาก เช่น ยานอวกาศพาร์คเกอร์ของนาซา ซึ่งเพิ่งเคลื่อนผ่านดาวศุกร์ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน และในท้ายที่สุดจะเดินทางไปถึงระยะ 6.1 ล้านกิโลเมตร ห่างจากพื้นผิวดวงอาทิตย์เท่านั้น

กว่าที่ยานอวกาศอาทิตยา-แอล 1 จะไปถึงจุดหมาย จะใช้เวลาพักใหญ่

“ระยะเวลาการเดินทางจากฐานปล่อย ไปจนถึงจุด แอล-1 (จุดลากร็องฌ์) จะใช้เวลา 4 เดือน” ไอเอสอาร์โอ โพสต์บนเอ็กซ์ (ชื่อเดิมทวิตเตอร์)

Orbit of Aditya-L1

ที่มาของภาพ, Isro

คำบรรยายภาพ, ยานอวกาศจะพยายามหยุดนิ่งในจุดเดิม เพื่อสำรวจดวงอาทิตย์ได้อย่างเต็มที่
.

แล้วทำไปต้องไปยังอวกาศ ณ จุดนั้น ในเมื่อดวงอาทิตย์จะยังคงอยู่ห่างไกลออกไปอีกมาก

จุดลากร็องฌ์ คืออะไร

แอล 1 เป็นชื่อที่อ้างอิงถึงจุดลากร็องฌ์ ซึ่งเป็นสถานที่ในอวกาศที่แรงโน้มถ่วงจากสองวัตถุมวลมหึมา คือ โลกและดวงอาทิตย์หักล้างกันโดยสมบูรณ์ การไปอยู่ที่จุดนั้น จะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงของยานอวกาศได้

Aditya-L1 probe

ที่มาของภาพ, Isro

คำบรรยายภาพ, นี่คือหน้าตาของยานอวกาศเมื่อถึงจุดหมายแล้ว

จุดลากร็องฌ์ ตั้งชื่อตาม โจเซฟ หลุยส์ ลากร็องฌ์ นักคณิตศาสตร์ที่เป็นคนแรกที่ศึกษาเกี่ยวกับจุดนี้ในศตวรรษที่ 18

เป้าหมายของอาทิตยา-แอล 1 คืออะไร

ยานอวกาศลำนี้ของอินเดีย จะบรรทุกอุปกรณ์ 7 ชิ้น เพื่อสำรวจผิวชั้นนอกสุดของดวงอาทิตย์ ที่เรียกว่า โฟโตสเฟียร์ และ โครโมสเฟียร์ โดยการใช้อุปกรณ์อาทิ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และเครื่องตรวจจับอนุภาค

เมื่อยานอวกาศไปถึงวงโคจรแล้ว ยานจะสามารถมองเห็น “ดวงอาทิตย์อย่างชัดเจนตลอดเวลา”

“สถานที่นี้จะเพิ่มความได้เปรียบ เพื่อสังเกตการณ์กิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนดวงอาทิตย์ รวมถึงอิทธิพลของดวงอาทิตย์ต่อสภาพอากาศในอวกาศแบบเรียลไทม์” ไอเอสอาร์โอ กล่าว

ยานอวกาศของอินเดียยังจะสังเกตการณ์รังสีที่ไม่สามารถศึกษาบนโลกมนุษย์ได้ เพราะถูกชั้นบรรยากาศโลกกรองออกไป

.

จากจุดลากร็องฌ์ อุปกรณ์ 4 ชุดจะหันมองไปที่ดวงอาทิตย์โดยตรง ส่วนอุปกรณ์อีก 3 ชุด จะทำการศึกษาอนุภาคและพื้นผิว ณ จุดลากร็องฌ์ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญถึงผลกระทบของดวงอาทิตย์ต่ออวกาศระหว่างดวงดาว

ไอเอสอาร์โอ หวังว่าภารกิจนี้จะได้ข้อมูลที่ช่วยให้เราเข้าใจคุณลักษณะของดวงอาทิตย์ ยกตัวอย่างเช่น วงโคโรนา (ภาพวงที่ซับซ้อนเกิดจากการบิดเบี้ยวของแม่เหล็กดวงอาทิตย์ที่เกิดขึ้นภายในดวงอาทิตย์) การปลดปล่อยมวลของดวงอาทิตย์ แสงสุริยะ และคุณลักษณะอื่น ๆ เช่นเดียวกับ พลวัตของสภาพอวกาศ

มูลค่าของภารกิจอาทิตยา-แอล 1

รัฐบาลอินเดียอนุมัติค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการนี้ในปี 2019 ที่ 1,600 ล้านบาท

Indian rocket ready for launch

ที่มาของภาพ, Isro

คำบรรยายภาพ, อินเดียวางแผนสำรวจอวกาศเบื้องลึก รวมถึงไปดาวพฤหัสบดี

อย่างไรก็ดี องค์กรวิจัยอวกาศของอินเดีย ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ขณะที่ยานอวกาศนี้ถูกออกแบบให้อยู่ในอวกาศได้ 5 ปี

ไอเอสอาร์โอ ใช้จรวดที่ทรงพลังน้อยกว่าที่ใช้สำหรับภารกิจสำรวจห้วงลึกของอวกาศ โดยอาศัยแรงโน้มถ่วงเพื่อเดินทางให้ไกลขึ้นแทน ส่งผลให้ระยะเวลาที่ยานอวกาศจะเดินทางไปถึงจุดหมายใช้เวลานานขึ้น เมื่อเทียบกับการเดินทางไปดวงจันทร์และดาวอังคาร แต่ก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายลงมาก

การทำเช่นนี้ช่วยให้ ไอเอสอาร์โอ ดำเนินภารกิจด้วยงบประมาณที่จำกัด แต่ยังประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ได้ ยกตัวอย่างเช่น ภารกิจ จันทรายาน-3 ที่ลงจอดบนขั้วใต้ของดวงจันทร์เมื่อสัปดาห์ก่อน ที่ทำให้อินเดียกลายเป็นมหาอำนาจด้านอวกาศ ตามหลังสหรัฐฯ รัสเซีย และจีน

เมื่อปี 2014 อินเดียยังถือเป็นเอเชียชาติแรกที่ส่งยานอวกาศไปโคจรรอบดาวอังคารสำเร็จ อีกทั้งยังวางแผนจะส่งนักบินอวกาศไปยังวงโคจรโลกเป็นเวลา 3 วันในปีหน้าด้วย