อังกฤษเปิดไต่สวนคดีพยาบาลฆ่า-พยายามฆ่า ทารก 17 คน

ลูซี เลทบี

ที่มาของภาพ, JULIA QUENZLER/BBC

คำบรรยายภาพ, ลูซีพยาบาลสาวจากเมืองเฮริฟอร์ด เข้าเวรที่แผนกเด็กแรกเกิดที่โรงพยาบาลเคาน์เตสแห่งเชสเตอร์ ช่วงที่มีทารกเสียชีวิต

ศาลอังกฤษเปิดการไต่สวนคดีสะเทือนขวัญชาวอังกฤษ เมื่อพยาบาลสาววัย 32 ปี ถูกกล่าวหาว่าสังหารทารก 7 คน และพยายามฆ่าเด็กอีก 10 คน ขณะเข้าเวรแผนกเด็ก

เมื่อ 10 ต.ค. ศาลและคณะลูกขุนในเมืองแมนเชสเตอร์เปิดไต่สวนคดี "มือวางยาพิษในที่ทำงาน" ที่โรงพยาบาลเคาน์เตสแห่งเชสเตอร์ ซึ่งอยู่ห่างจากลอนดอนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 340 กิโลเมตร

ลูซี เลตบี ถูกตั้งข้อหาว่าฆ่าทารกชาย 5 คน และทารกหญิง 2 คน และพยายามฆ่าทารกอีก 10 คนที่ในแผนกทารกของโรงพยาบาลระหว่างปี 2015-2016

ที่ศาลแมนเชสเตอร์คราวน์คอร์ท อัยการอาวุโส นิค จอห์นสัน กล่าวหาเลตบีว่าเป็น "การปรากฏตัวของความชั่วร้ายอย่างต่อเนื่อง" ในโรงพยาบาล ทว่าเธอปฏิเสธทั้ง 22 ข้อหา

อัยการจอห์นสันบรรยายฟ้องให้ศาล คณะลูกขุน และสมาชิกในครอบครัวของเด็กทารกที่เสียชีวิตฟังว่า เลตบีพยายามฆ่าเด็กคนหนึ่งถึง 3 ครั้ง ในขณะที่อีกคนเสียชีวิตจากการที่เธอฉีดอากาศเข้าไปในตัวเอง

อัยการกล่าวว่าโรงพยาบาลเคาน์เตสแห่งเชสเตอร์แห่งนี้ไม่ต่างจากโรงพยาบาลอื่น ๆ ในในสหราชอาณาจักรที่มีความพลุกพล่าน แต่สิ่งที่ต่างคือในแผนกทารกแรกเกิดของโรงพยาบาลนี้ "มีผู้วางยาพิษทำงานอยู่" "ก่อนเดือนมกราคม 2015 สถิติการเสียชีวิตของทารกในแผนกทารกแรกเกิดที่โรงพยาบาลเคาน์เตสแห่งเชสเตอร์ถือว่าพอกับที่โรงพยาบาลอื่น ๆ" เขากล่าว "อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลา 18 เดือนต่อมา มีจำนวนทารกที่เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และถือเป็นจำนวนตัวเลขผู้เสียชีวิตที่สูงจนเป็นภัยพิบัติร้ายแรง"

ลูซี่ เลทบี้

ที่มาของภาพ, JULIA QUENZLER/BBC

คำบรรยายภาพ, ลูซี เลตบี ปรากฏตัวขึ้นศาลให้การที่ศาลแมนเชสเตอร์คราวน์คอร์ท

อัยการจอห์นสันกล่าวว่าบรรดาแพทย์อาวุโสของโรงพยาบาลรับทราบถึงตัวเลขการเสียชีวิตที่พุ่งขึ้น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาการของทารกที่ใกล้เสียชีวิต "ทรุดลงเร็วมากอย่างคาดไม่ถึง"

เจ้าหน้าที่การแพทย์ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่าทารกที่ป่วยจนเสียชีวิตนั้น "ไม่ตอบสนองต่อวิธีการช่วยชีวิตที่เหมาะสมและทันเวลา" และทารกอื่น ๆ "มีอาการทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากนั้น ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเหมือนกัน"

บรรดาแพทย์อาวุโสต้องคว้าน้ำเหลวกับความพยายามหาสาเหตุการตายและการป่วยของทารกเหล่านี้ แต่พวกเขาเห็นปัจจัยหนึ่งที่เหมือนกัน คือ "มีพยาบาลคนเดิมอยู่ในทุกเหตุการณ์ และพยาบาลคนนั้น คือ ลูซี เลตบี"

อัยการแถลงต่อศาลว่าเนื่องจากแพทย์ไม่สามารถระบุสาเหตุของการป่วยหนักและการเสียชีวิตได้ ทางโรงพยาบาลจึงต้องแจ้งตำรวจให้เข้ามา "ทบทวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียดละออ"

"จากการตรวจสอบดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าในช่วงกลางปี ​​2015 ถึงกลางปี ​​2016 มีใครบางคนในแผนกทารกแรกเกิดวางยาพิษเด็กสองคนด้วยอินซูลิน" เขากล่าว

"การดำเนินคดีชี้ถึงข้อสรุปที่สมเหตุสมผลเพียงอย่างเดียวที่จะดึงมาจากหลักฐานการสอบสวนก็คือมีคนจงใจวางยาพิษทารกเหล่านี้ด้วยอินซูลิน" หนึ่งในรายละเอียดของคดีที่อัยการแจกแจงนั้น เขาบอกคณะลูกขุนว่าทารกทั้งสองเป็นเพศชายและทั้งคู่เป็นเด็กแฝด จากพ่อแม่คนละคน และพวกเขาถูกวางยาพิษภายในไม่กี่วันหลังจากเกิด

อันการจอห์นสันกล่าวว่าระดับน้ำตาลในเลือดของพวกเขาลดลงถึงระดับอันตราย

แต่ทารกทั้งสอง นามสมมุติว่า ทารก เอฟ. และทารก แอล. รอดชีวิตมาได้จากความสามารถของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่ตอนนั้นคิดว่าอาการน้ำตาลในเลือดต่ำอาจมีสาเหตุตามธรรมชาติ

"สิ่งที่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ไม่ได้ตระหนักก็คือในทั้งสองกรณีนี้เป็นผลมาจากการที่ใครบางคนวางยาพิษพวกเขาด้วยอินซูลิน" อัยการกล่าวว่าไม่มีใครคิดว่าจะมีคนที่พยายามฆ่าทารกในแผนกเด็กแรกเกิด

โรงพยาบาล

ที่มาของภาพ, DENNIS TURNER/GEOGRAPH

คำบรรยายภาพ, ทนายอาวุโส นิค จอห์นสัน ผู้ฟ้องร้องกล่าวว่า ลูซี่ เลตบี้ คือ "หนึ่งตัวร่วม" ที่เชื่อมโยงการเสียชีวิตและการป่วยทั้งหมด

"มีเพียงไม่กี่คนที่อาจเป็นผู้วางยาพิษได้ เนื่องจากการเข้าไปในแผนกทารกแรกเกิดนั้นถูกจำกัดอย่างเข้มงวด" เขากล่าว "ลูซี เลตบีทำหน้าที่พยาบาลในช่วงเวลาที่ทั้งทารกทั้งคู่นั้นถูกวางยาพิษ และเราตั้งข้อหาว่าเธอเป็นคนวางยาพิษ" จอห์นสันกล่าว

เขากล่าวว่าฝาแฝดทั้งสองมีน้องชายคนเล็ก ทารก อี. และทารก เอ็ม. ซึ่งทั้งคู่เองก็ถูกทำร้ายโดยเลตบี ซึ่งหนึ่งในนั้นไม่รอดชีวิต

เลตบีจบศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิตที่มหาวิทยาลัยเชสเตอร์ และสอบผ่านการรับรองเป็นพยาบาลหลายปีก่อนเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวหา

ตลอดช่วงเวลาที่มีทารกตายปริศนา เลตบีทำงานที่แผนกทารกแรกเกิด และอาศัยอยู่ในเมืองเชสเตอร์ ภาคมิดแลนส์ตะวันตกของอังกฤษในขณะนั้น

ลูซี เลทบี

ที่มาของภาพ, JULIA QUENZLER

คำบรรยายภาพ, ลูซี่ เลตบี้ ถูกกล่าวหาว่าพยายามฆ่าทารกคนเดียวกันถึงสามครั้ง

จากการไต่สวนของศาลทำให้ทราบว่าวิธีการหนึ่งที่ทำให้ทารก อี. เสียชีวิตและทารก เอ็ม. ได้รับอันตราย คือการฉีดอากาศเข้าไปในกระแสเลือด ซึ่งแพทย์เรียกสภาวะนี้ว่า ฟองอากาศอุดหลอดเลือด (air embolism) ซึ่งเป็นภาวะมีสิ่งหลุดอุดหลอดเลือดที่เกิดจากมีฟองอากาศหรือฟองของก๊าซอื่นหลุดเข้าไปในระบบไหลเวียนเลือด เขากล่าวว่าการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยทั้งหมดนั้น "ไม่ใช่อุบัติเหตุ" และไม่ใช่ "โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ" อัยการจอห์นสันกล่าวว่าบางครั้งทารกถูกฉีดด้วยอากาศเข้าไปในเส้นเลือด และในบางครั้งทารกก็ได้รับอินซูลินหรือนมมากเกินไป

"แม้วิธีการทำร้ายทารกเหล่านี้แตกต่างกัน แต่ทุกครั้งที่พวกเขาถูกทำร้ายถึงแก่ชีวิตหรือเจ็บป่วยอย่างทุกข์ทรมาน ลูซี เลตบี ล้วนปรากฏตัวอยู่ในเหตุการณ์เหล่านั้น" อัยการบอกกับศาลพร้อมแสดงต่อคณะลูกขุนตารางการเข้าเวรของพยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่เมื่อมีการกล่าวหาว่ามีอาชญากรรมเกิดขึ้น

เขากล่าวหาด้วยว่าในช่วงเวลาเหตุการณ์ที่เกิดข้อกล่าวหาทั้ง 3 ครั้งนั้น มีบุคคลเดียวที่ปรากฎตัวจากตารางเวรทั้งสามครั้งก็คือจำเลย

"ถ้าคุณดูภาพรวมของตารางเวรของพยาบาล เราพูดได้ว่ามีความชัดเจนในตัวเอง มันเป็นกระบวนการของการทำลายล้าง" "หลายเหตุการณ์ในกรณีนี้เกิดขึ้นในกะกลางคืน แต่เมื่อ ลูซี เลตบี ถูกย้ายไปเป็นทำงานกะกลางวัน การล้มป่วยและความตายก็เปลี่ยนไปเป็นช่วงเวลาของกะกลางวัน "การกระทำทั้งหมดเป็นของผู้หญิงที่อยู่ในคอกจำเลยในศาลนี้ คนที่เป็นการปรากฏตัวของความชั่วร้ายอย่างต่อเนื่องที่ทำให้ชีวิตของเด็ก 17 คนพบเจอกับสิ่งเลวร้าย"

จอห์นสันกล่าวหาว่าในบางกรณี เลตบีพยายามฆ่าทารกคนเดียวกันมากกว่าหนึ่งครั้ง

"ทารกบางคนที่เธอฆ่าได้สำเร็จนั้นเธอไม่สามารถฆ่าได้ในความพยายามครั้งแรก หรือแม้แต่ครั้งที่สอง และในบางกรณีที่มีแม้กระทั่งความพยายามฆ่าเป็นครั้งที่สาม”

ก่อนการเปิดการไต่สวนของคณะลูกขุน เลตบีแถลงต่อศาลเมื่อ ต.ค. 2021 ว่าไม่ได้ทำผิดตามข้อกล่าวหา และถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำในบรอนซ์ฟิลด์ระหว่างกาารพิจารณาคดี

คณะลูกขุนได้รับแจ้งว่าการพิจารณาคดีนี้อาจใช้เวลานานถึงหกเดือน