You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
นัยต่อสงครามยูเครน-รัสเซีย เมื่อไบเดนไฟเขียวให้ยูเครนใช้มิสไซล์พิสัยไกล โจมตีรัสเซียได้
เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งกล่าวยืนยันกับสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส (CBS) ซึ่งเป็นพันธมิตรสื่อของบีบีซีในสหรัฐฯ ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ ได้อนุมัติให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลที่สหรัฐฯ จัดหาให้เพื่อโจมตีรัสเซียได้แล้ว
การดำเนินการดังกล่าว ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายหลักของสหรัฐฯ หลังจากประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ได้เรียกร้องให้ยกเลิกข้อจำกัดเกี่ยวกับขีปนาวุธที่เรียกว่า ATACMS หรือ ขีปนาวุธทางยุทธวิธี เพื่อให้ยูเครนสามารถโจมตีไปนอกพรมแดนของตนเองได้
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไบเดนออกมาตอบโต้ต่อรายงานดังกล่าว โดยกล่าวว่า “เรื่องดังกล่าวไม่ได้มีการประกาศออกมา แต่การยิงมิสไซล์จะให้คำตอบกับเรื่องนี้เอง”
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้เตือนชาติตะวันตกเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวดังกล่าว โดยกล่าวว่าการกระทำดังกล่าวจะถือเป็นการ “มีส่วนร่วมโดยตรง” ของนาโตในสงครามยูเครน
อย่างไรก็ตาม ผู้นำรัสเซียยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานดังกล่าวที่เป็นข่าวในวันอาทิตย์ แม้ว่านักการเมืองระดับสูงคนอื่น ๆ ของรัสเซียจะอธิบายว่า นี่เป็นการยกระดับอย่างรุนแรง
การตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐฯ เกี่ยวกับ ATACMS นั้น จำกัดให้ใช้เฉพาะเพื่อการป้องกันกองกำลังยูเครนภายในเขตเคิร์สก์ของรัสเซีย ซึ่งยูเครนได้เปิดฉากการบุกโจมตีอย่างกะทันหันเมื่อเดือน ส.ค. และยึดมาได้เท่านั้น
ผลในทางปฏิบัติก็คือ รัฐบาลของไบเดนกำลังบอกกับยูเครนว่า จะสนับสนุนความพยายามของยูเครนในการยึดครองดินแดนรัสเซียจำนวนเล็กน้อยที่ยูเครนยึดครองอยู่ในปัจจุบัน เพื่อเป็นเครื่องต่อรองที่มีน้ำหนักสำหรับการเจรจาใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
เซอร์ฮีย์ คูซาน ประธานศูนย์ความร่วมมือและความมั่นคงยูเครน ในกรุงเคียฟ กล่าวกับบีบีซีว่า การตัดสินใจของโจ ไบเดนนั้น "มีความสำคัญมาก" ต่อประเทศยูเครน
“มันไม่ใช่สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงทิศทางของสงคราม แต่ผมคิดว่ามันจะทำให้กองกำลังของเรามีความเท่าเทียมกันมากขึ้น”
ระบบ ATACMS สามารถยิงขีปนาวุธได้ไกลถึง 300 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อได้บอกกับนิวยอร์กไทม์สและวอชิงตันโพสต์ว่า การที่ไบเดนอนุมัติให้ยูเครนใช้ระบบ ATACMS นั้นเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการตัดสินใจของรัสเซียที่อนุญาตให้ทหารเกาหลีเหนือมาสู้รบในยูเครน
นายคูซานกล่าวว่า การตัดสินใจเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมามีขึ้นก่อนที่กองทัพรัสเซียและเกาหลีเหนือจะบุกโจมตีเพื่อขับไล่กองกำลังยูเครนออกจากภูมิภาคเคิร์สก์ของรัสเซีย โดยคาดว่าการโจมตีครั้งนี้จะเกิดขึ้นภายในไม่กี่วันนี้
ก่อนหน้านี้ ยูเครนประเมินว่า มีทหารเกาหลีเหนืออยู่ในเขตเคิร์สก์ประมาณ 11,000 นาย
การตัดสินใจของประธานาธิบดีไบเดนจะทำให้ในที่สุดอังกฤษและฝรั่งเศสสามารถอนุญาตให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธพิสัยไกล "สตอร์มแชโดว์" (Storm Shadow) ในรัสเซียได้
ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศสยังไม่ได้ตอบสนองต่อการตัดสินใจดังกล่าวของไบเดน
เมื่อเดือนที่แล้ว เซเลนสกียืนยันว่า ยูเครนใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลที่สหรัฐฯ จัดหาให้เป็นครั้งแรกเพื่อโจมตีเป้าหมายทางตะวันออกของรัสเซีย
เป็นเวลาหลายเดือนแล้วที่ยูเครนต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อผลักดันกองทหารรัสเซียที่เคลื่อนพลอย่างช้า ๆ ในภูมิภาคโดเนตสก์ทางตะวันออกไปยังเมืองสำคัญอย่างโปครอฟสก์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งกำลังบำรุงหลักของกองกำลังยูเครน
นอกจากนี้ รัสเซียยังได้เพิ่มจำนวนการโจมตีด้วยโดรนในยูเครนเป็นจำนวนมาก โดยในเดือน ต.ค. มีการโจมตีด้วยโดรนมากกว่า 2,000 ครั้ง ตามข้อมูลของเสนาธิการทหารของยูเครน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในสงครามครั้งนี้
เมื่อคืนวันเสาร์ รัสเซียได้เปิดฉากการโจมตีแบบประสานงานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา โดยคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 10 ราย โดยเซเลนสกีกล่าวว่า มีการยิงขีปนาวุธประมาณ 120 ลูกและโดรน 90 ลำ
การโจมตียังคงดำเนินต่อไปในช่วงเย็นวันอาทิตย์ โดยเจ้าหน้าที่ในภูมิภาคซูมี ใกล้ชายแดนรัสเซีย รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 8 ราย ในจำนวนนั้นมีเด็ก 2 ราย รวมอยูด้วย หลังจากขีปนาวุธโจมตีอาคารที่พักอาศัยแห่งหนึ่ง
เจ้าหน้าที่รัสเซียในภูมิภาคบรียานสค์ (Bryansk) ซึ่งอยู่ติดชายแดน รายงานว่า มีการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนเมื่อคืนวันอาทิตย์ แต่ระบุว่าระบบป้องกันสามารถยิงโดรนตกได้ 26 ลำ
ยูเครนโต้แย้งมานานหลายเดือนว่า พันธมิตรไม่ได้ให้การสนับสนุนยูเครนมากพอที่จะป้องกันตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โจ ไบเดน ซึ่งจะพ้นตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือน ม.ค. นี้ กำลังพยายามเร่งให้ความช่วยเหลือยูเครนเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลว่าผู้ที่จะเข้ารับตำแหน่งต่ออย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ จะชะลอหรือหยุดการสนับสนุนใด ๆ ต่อไป เขากล่าวถึงการสนับสนุนทางทหารต่อยูเครนว่า เป็นการสูบทรัพยากรของสหรัฐฯ และส่งสัญญาณว่าจะยุติสงครามโดยไม่ได้อธิบายว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไร
สหรัฐฯ เป็นซัพพลายเออร์อาวุธรายใหญ่ที่สุดให้กับยูเครน โดยระหว่างช่วงเริ่มต้นสงครามจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ส่งมอบหรือให้คำมั่นที่จะส่งอาวุธและยุทโธปกรณ์มูลค่า 55,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.9 ล้านล้านบาท) ให้กับยูเครน ตามข้อมูลของสถาบันคีลเพื่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยจากเยอรมนี
ขณะที่ประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครน กล่าวก่อนหน้านี้ว่า เขามั่นใจว่าสงครามกับรัสเซียจะ “ยุติลงเร็วขึ้น” เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ
เซเลนสกีกล่าวว่า เขาได้ “แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์” กับทรัมป์ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ หลังจากที่เขาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
เซเลนสกีไม่ได้บอกว่า ทรัมป์ได้เรียกร้องอะไรเกี่ยวกับการเจรจากับรัสเซียหรือไม่ แต่เขากล่าวว่าเขาไม่ได้ยินอะไรจากทรัมป์ที่ขัดแย้งกับจุดยืนของยูเครนเลย
ทรัมป์กล่าวอยู่เสมอว่า สิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดคือการยุติสงคราม ซึ่งเริ่มต้นจากการรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบของรัสเซียในเดือน ก.พ. 2022 ทรัมป์อธิบายด้วยว่าสงครามครั้งนี้ เป็นการสูบทรัพยากรของสหรัฐฯ ไป ในรูปแบบของความช่วยเหลือทางทหารแก่รัฐบาลยูเครน