ทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเรื่องอะไรบ้าง ในวันแรกหลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2

เป็นไปตามความคาดหมายตามที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เคยบอกไว้ว่าจะลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Orders) จำนวนหลายฉบับ หลังจากเข้าพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 47

หลังจากกล่าวสุนทรพจน์หลังพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการภายในอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ทรัมป์ได้เดินทางไปยังสนามกีฬาแคปิตอล วัน อารีนา (Capitol One Arena) ในกรุงวอชิงตัน ดีซี เพื่อชมขบวนพาเหรดเฉลิมฉลอง พร้อมกับใช้เป็นสถานที่สำหรับการลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารล็อตแรกด้วย ก่อนที่เขาจะเดินทางไปยังห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) ในทำเนียบขาวเพื่อลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารส่วนที่เหลือ

ภายใน 24 ชั่วโมงแรก ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารสำคัญ ๆ อะไรบ้าง บีบีซีไทยประมวลมาไว้ที่นี้

เพิกถอนคำสั่งฝ่ายบริหารภายใต้รัฐบาลโจ ไบเดน 78 ฉบับ

เมื่อทรัมป์นั่งลงบนเกาอี้ทำงานที่ตั้งอยู่ภายในสนามกีฬาแคปิตอล วัน อารีนา สิ่งแรกที่เขาทำคือ ลงนามเพิกถอนคำสั่งฝ่ายบริหารที่เกิดขึ้นในยุคของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน รวดเดียว 78 ฉบับ พร้อมกับนำคำสั่งลงนามแสดงให้ผู้ที่อยู่ในสนามกีฬาดู ท่ามกลางเสียงเชียร์ของบรรดาผู้สนับสนุน

หลังจากนั้นเขายังลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารอีกหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น คำสั่งฝ่ายบริหารเกี่ยวกับการระงับกฎระเบียบเพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ราชการไม่สามารถออกกฎหมายเพิ่มเติมได้ไปจนกว่าการโอนถ่ายอำนาจมาสู่รัฐบาลของเขาอย่างสมบูรณ์

คำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อการชะลอการจ้างงานพนักงานรัฐบาลกลาง ยกเว้นบุคลากรทางทหาร หรือหมวดหมู่ที่ยกเว้นอื่น ๆ จำนวนหนึ่ง ไปจนกว่าการถ่ายโอนอำนาจของรัฐบาลของเขาจะสมบูรณ์

คำสั่งฝ่ายบริหารว่าด้วยข้อกำหนดสำหรับพนักงานของรัฐบาลกลางให้กลับมาทำงานเต็มเวลาทันที และไม่อนุญาตให้ทำงานจากบ้าน

คำสั่งไปยังหน่วยงานทุกแผนกและหน่วยงานรัฐบาลกลางให้จัดการเรื่องค่าครองชีพ

คำสั่งของรัฐบาลกลางที่สั่งให้ฟื้นฟูเสรีภาพในการพูด และป้องกันการเซ็นเซอร์เสรีภาพในการพูดของรัฐบาล

คำสั่งของรัฐบาลกลางในการยุติ "การใช้อาวุธ" ของรัฐบาลต่อ "ศัตรูทางการเมือง" ของฝ่ายบริหารชุดก่อน

แอนโทนี ชูร์เชอร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำภูมิภาคอเมริกาเหนือ วิเคราะห์ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ กระทำการตามปกติของประธานาธิบดี โดยยกเลิกคำสั่งจากรัฐบาลชุดก่อน ๆ ที่บริหารโดยพรรคอื่น และเปลี่ยนให้กลายเป็นปรากฏการณ์ พร้อมกับเปิดฉากให้เห็นว่า อะไรที่เขาเคยสัญญาไว้สามารถทำตามได้ภายในวันแรก

ถอนตัวจากความตกลงปารีส (Paris Agreement) อีกครั้ง

คำสั่งฝ่ายบริหารอีกฉบับที่ทรัมป์ลงนามคือ คำสั่งฯ ที่ระบุว่า สหรัฐฯ จะถอนตัวจากข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ลงนามร่วมกันเกือบ 200 ประเทศ ให้อยู่ภายใต้กรอบเดียวกันเพื่อแก้ไขป้ญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส และพยายามไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับช่วงก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม

สืบเนื่องจากคำสั่งฝ่ายบริหารดังกล่าว ทรัมป์ยังได้ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารอีกฉบับ เพื่อเป็นการแจ้งไปยังองค์การสหประชาชาติทราบถึงการตัดสินใจดังกล่าวด้วย

ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติในชายแดนทางใต้

ทรัมป์กลับเข้าไปยังห้องทำงานรูปไข่ภายในทำเนียบขาว โดยเริ่มการลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเพิ่มเติมอีกครั้ง ในจำนวนนี้เกี่ยวกับคำนิยามของคำว่า "พลเมืองโดยกำเนิด" และอีกฉบับคือ "การประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติ" (national emergency) ในพื้นที่ชายแดนทางตอนใต้ของสหรัฐฯ

"นี่คือหนึ่งในคำสั่งฝ่ายบริหารที่สำคัญ" ทรัมป์กล่าวระหว่างการลงนาม

นอกจากนี้เขายังมุ่งเป้าไปที่การให้สัญชาติโดยอัตโนมัติแก่ลูกที่เกิดในสหรัฐฯ ของผู้อพยพ ซึ่งเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย

ขณะเดียวกันเขายังได้ลงนามในคำสั่งที่กำหนดให้มีการระงับโครงการตั้งถิ่นฐานใหม่ของผู้ลี้ภัยของสหรัฐฯ เป็นเวลา 4 เดือน แม้ว่ายังไม่มีรายละเอียดชัดเจนก็ตาม

อภัยโทษให้ผู้ก่อจลาจลบุกอาคารรัฐสภากว่า 1,500 คน

คำสั่งหนึ่งที่สำคัญและเป็นที่พูดถึงคือ คำสั่งฝ่ายบริหารเรื่องการอภัยโทษให้กับผู้สนับสนุนเขากว่า 1,500 คน ที่ก่อจลาจลบุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2021

ขณะที่เดอร์ริก สตอร์ม หัวหน้าที่ปรึกษากฎหมายของจำเลยในคดีจลาจลบุกอาคารรัฐสภา กล่าวว่าเขาคาดว่า กลุ่มที่เขาเรียกว่า "ตัวประกันในวันที่ 6 ม.ค." (J6 hostage) จะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในกรุงวอชิงตัน ดีซี ก่อนเที่ยงคืน

อย่างไรก็ตาม แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์จลาจลครั้งนั้น ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า คำสั่งอภัยโทษดังกล่าวว่าเป็น "การดูหมิ่นระบบยุติธรรมของเราอย่างร้ายแรงและวีรบุรุษที่ได้รับบาดแผลทางร่างกายและความบอบช้ำทางจิตใจในขณะที่พวกเขาปกป้องอาคารรัฐสภา, สภาคองเกรส และรัฐธรรมนูญ"

เธอยังระบุอีกว่า นี่เป็นเรื่อง "น่าละอาย" ที่ทรัมป์ทำให้ "การละทิ้งและทรยศต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยอมเสี่ยงชีวิต" กลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุด

ชะลอคำสั่งปิด ติ๊กตอก ในสหรัฐฯ ไปอีก 75 วัน

ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งชะลอการบังคับใช้คำสั่งห้ามการให้บริการของแอปพลิเคชัน ติ๊กตอก (TikTok) ในสหรัฐฯ ตามคำวินิจฉัยของศาลสูงสุด ซึ่งเดิมมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยขยายระยะเวลาไปอีก 75 วัน แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดแต่อย่างใด

เขาระบุว่า "ขึ้นอยู่กับการเจรจา" ว่าเขาจะสามารถรักษาติ๊กตอกไว้ได้หรือไม่ แต่เขาบอกว่า แอปฯ ดังกล่าวถือว่า "ไร้มูลค่า" หากว่าไม่เจรจาในข้อตกลง ซึ่งอาจจะมีมูลค่าถึงหลักล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และฝ่ายสหรัฐฯ ควรถือหุ้น 50% ของติ๊กตอกในสหรัฐฯ

เมื่อสอบถามว่า คำสั่งดังกล่าวจะดำเนินการอย่างไร เขาตอบว่า คำสั่งนี้ได้ให้สิทธิในการ "ขายหรือปิดกิจการติ๊กต๊อก"

คำสั่งจัดตั้งกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งเพื่อก่อตั้งหน่วยงานที่เรียกว่า "กระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล" (Department of Government Efficiency - Doge) ซึ่งไม่ได้มีสถานะเป็นกระทรวงอย่างเป็นทางการ

ทรัมป์บอกผู้สื่อข่าวว่า หน่วยงานใหม่ของรัฐแห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเนียบขาว โดยจะมีอีลอน มัสก์ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งนำของหน่วยงานดังกล่าวและมีพนักงานอีกประมาณ 20 คน

แต่บทบาทนี้ยังถูกคาดหวังว่าจะทำให้เขามีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายของรัฐบาล และสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่กระทบต่อธุรกิจของเขาด้วย

มัสก์เคยกล่าวในระหว่างการรณรงค์หาเสียงของทรัมป์เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้วว่า เขาเชื่อว่า งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ สามารถลดลงได้ "อย่างน้อย" 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 70 ล้านล้านบาท) จากประมาณ 6.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ เขายังเสนอว่า สามารถปรับลดจำนวนพนักงานของรัฐบาลลงได้อีกจำนวนมากเช่นกัน

เดินหน้าถอนตัวจากองค์การอนามัยโลก (WHO)

"โอ้...นี่ก็เป็นคำสั่งสำคัญอีกฉบับ" ทรัมป์พูดไปพร้อมกับการลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารว่าด้วยการเริ่มต้นกระบวนการถอนสหรัฐฯ ออกจากองค์การอนามัยโลก (World Health Organization - WHO)

ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ จ่ายเงินสนับสนุนมากเกินไปอย่างไม่เป็นธรรมให้กับองค์การอนามัยโลก

"พวกเขาก็คงอยากให้เรากลับมาอีกครั้งแน่ ๆ แล้วมาดูกันว่า อะไรจะเกิดขึ้น [หลังจากที่สหรัฐฯ ถอนตัวไป] เขาอ้างถึง WHO โดยบอกเป็นนัยว่า ในที่สุดสหรัฐฯ ก็จะกลับมาสนับสนุน WHO ในอนาคต"

คำสั่งว่าด้วยความหลากหลายและเพศสภาพ

ทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารอีกฉบับที่สำคัญ ว่าด้วยการรับรองเพศสภาพให้ "มีเพียงสองเพศเท่านั้น คือ เพศชาย และเพศหญิง โดยเพศสภาพเหล่านี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้และมีพื้นฐานอยู่บนความเป็นจริงขั้นพื้นฐานและไม่อาจโต้แย้งได้"

คำสั่งดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อแนวนโยบายเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลข้ามเพศ (transgender) ทั้งในด้านการสื่อสาร การปกป้องสิทธิพลเมือง และการให้เงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง เช่นเดียวกับกับกิจการด้านราชทัณฑ์ นอกจากนี้ยังจะส่งผลต่อเอกสารราชการต่าง ๆ เช่น หนังสือเดินทางและวีซ่า

นโยบาย DEI (ความหลากหลาย, เท่าเทียม และการรวมคนทุกกลุ่ม)

คำสั่งดังกล่าวยังส่งผลต่อการสิ้นสุดของโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล นโยบายต่าง ๆ การประกาศต่าง ๆ รวมถึงการณรงค์เพื่อการสนับสนุนด้าน "อุดมการณ์ทางเพศ" (gender ideology)

อะไรบ้างที่ทรัมป์ยังไม่ดำเนินการในตอนนี้

กำแพงภาษี

หลังจากเตรียมพร้อมรับสงครามการค้ากับสหรัฐฯ มานานหลายสัปดาห์ แคนาดาได้ดำเนินการหลบเลี่ยงภาษีที่โดนัลด์ ทรัมป์ขู่ว่าจะบังคับใช้กับประเทศนี้ทันทีที่เขาเข้ารับตำแหน่ง

แต่ทรัมป์กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า การเก็บภาษีศุลกากรกับแคนาดาและเม็กซิโกอาจเริ่มขึ้นในวันที 1 ก.พ. และสั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางทบทวนความสัมพันธ์ทางการค้าของสหรัฐฯ เพื่อหาแนวทางปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงกับแคนาดา เม็กซิโก และจีน

ประธานาธิบดีทรัมป์จะประกาศเก็บภาษีนำเข้า 25% สำหรับแคนาดาและเม็กซิโก เช่นเดียวกับ 10% สำหรับการนำเข้าทั่วโลก และ 60% สำหรับสินค้าจีน

เปิดเอกสารลับ

ในการปราศรัยฉลองชัยชนะก่อนวันสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันอาทิตย์ ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะเปิดเผยเอกสารที่เป็นความลับที่เกี่ยวกับการลอบสังหารอดีตประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี เมื่อปี 1963 ซึ่งถือเป็นคดีความที่เกิดทฤษฎีสมคบคิดมากมายไม่รู้จบ

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังบอกว่าจะเผยเอกสารลับเกี่ยวกับการลอบสังหารอดีตวุฒิสมาชิก โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี และมาร์ติน ลูเธอร์ คิง นักต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน

สะสมคริปโต

ทรัมป์เป็นผู้สนับสนุนสกุลเงินดิจิทัลอย่างแข็งขัน และการชนะเลือกตั้งของเขาทำให้มูลค่าของบิทคอยน์เพิ่มขึ้นราว 30%

บางคนเชื่อว่าทรัมป์จะดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อจัดตั้ง "คลังบิทคอยน์" ของรัฐบาลกลาง เพื่อเป็นการสำรองสินทรัพย์ในทางยุทธศาสตร์คล้ายกับการสำรองทองคำและน้ำมันของสหรัฐฯ โดยทรัมป์พูดว่าคลังบิทคอยน์นี้จะทำหน้านี้เป็น "สินทรัพย์ถาวรของชาติเพื่อประโยชน์แก่ชาวอเมริกันทุกคน"