ตลาดการลงทุนสกุลเงินดิจิทัลไทยจะเป็นอย่างไร เมื่อทุนใหญ่ลงมาเล่นในตลาด

สารัชถ์ รัตนาวะดี (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ และ ริชาร์ด เทง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท ไบแนนซ์ แคปปิตอล แมเนจเมนต์ จำกัด

ที่มาของภาพ, Bloomberg via Getty Images

คำบรรยายภาพ, สารัชถ์ รัตนาวะดี (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ และ ริชาร์ด เทง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท ไบแนนซ์ แคปปิตอล แมเนจเมนต์ จำกัด
    • Author, วัชชิรานนท์ ทองเทพ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

มีการคาดการณ์ว่า มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากกรณี บ.ซิปเม็กซ์ (ประเทศไทย) ระงับการถอนคริปโตเคอเรนซี ระงับการเพิกถอนเงิบบาทและเหรียญคริปโตเคอเรนซีในปี 2565 มีสูงกว่า 3,000 ล้านบาท โดยจนถึงขณะนี้ผู้เสียหายมากกว่า 7 หมื่นรายยังคงไม่ได้รับการเยียวยา

นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยและนักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ต่างชี้ว่า นี่คือ "บทเรียนครั้งสำคัญ" ของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล รวมไปถึงองค์กรกำกับดูแลการลงทุนที่ต้องถอดบทเรียนอย่างจริงจัง เพราะส่งผลกระทบต่อนักลงทุนเป็นวงกว้าง โดยไม่เพียงส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดคำถามถึงมาตรการปกป้องนักลงทุนและเยียวยาเมื่อเกิดปัญหาขึ้น

ขณะที่การเข้ามาของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมพลังงานอย่าง บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ที่ร่วมมือกับ “ไบแนนซ์” ผู้นำในตลาดคริปโทเคอเรนซีระดับโลก เปิดตัว“กัลฟ์ ไบแนนซ์” ก็ทำให้หลายฝ่ายคาดว่าจะเป็นปัจจัยใหม่ที่เข้ามากระตุ้นตลาดการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยอีกระลอก ท่ามกลางความกังวลหลายอย่างต่อสภาพที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

บีบีซีไทยประมวลสถานการณ์ ปัจจัยหนุนและปัจจัยเสี่ยงสำหรับผู้ที่กำลังสนใจเข้ามาเป็นผู้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล มาดังนี้

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในปัจจุบันเป็นอย่างไร

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล รวมทั้ง ริชาร์ด เทง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท ไบแนนซ์ แคปปิตอล แมเนจเมนต์ จำกัด มองภาพมุมบวกต่ออุตสาหกรรมนี้

งานเสวนาว่าด้วยทิศทางของสินทรัพย์ดิจิทัลของกัลฟ์ ไบแนนซ์

ที่มาของภาพ, Bloomberg via Getty Images

คำบรรยายภาพ, งานเสวนาว่าด้วยทิศทางของสินทรัพย์ดิจิทัลของกัลฟ์ ไบแนนซ์

ในงานสัมมนาที่จัดขึ้นโดยบริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เขาระบุว่า ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่มีความแข็งแกร่งหลายด้าน ไทยมีนักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลติด 1 ใน 10 ของโลกในด้านการยอมรับและนำคริปโตเคอเรนซีมาใช้ในกิจกรรมด้านการลงทุนหรือการใช้จ่ายในเชิงธุรกิจ

เทง มองว่า สินทรัพย์ดิจิทัลยังเป็นตลาดใหม่ ยังมีโอกาสที่จะเติบโตอีกมาก และต้องใช้เวลาในการพัฒนาอีกในลักษณะเดียวกันกับ "การวิ่งมาราธอน"

นิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด ยอมรับว่า อุปสรรคสำคัญในตลาดในขณะนี้ คือความเข้าใจของบรรดาผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรม (stakeholders) เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ก็ทำให้อุตสาหกรรมประสบความลำบากและกระทบความเชื่อมั่น

ภาพบรรยากาศ

ที่มาของภาพ, Bloomberg via Getty Images

อย่างไรก็ตาม นิรันดร์ กล่าวเสริมว่า ในประเด็นว่าคนไทยมีความตื่นตัวและชื่นชอบสินทรัพย์ดิจิทัลมากเท่าใดนั้น จากการสำรวจของบริษัทพบว่าคนไทย 10-20% มีประสบการณ์ครอบครองสินทรัพย์ดิจิทัล จึงถือว่าไทยมีความพร้อมด้านสินทรัพย์ดิจิทัล

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาโดยภาพรวมแล้ว ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยยังมีสัดส่วนไม่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดหุ้น โดยจากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา พบว่า ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลคิดเป็น 2.67% ของมูลค่าของตลาดหุ้นเท่านั้น

โดยมูลค่าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยตลอดเดือน ก.พ. 2567 อยู่ที่ 2.3 หมื่นล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 50% จากเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท โดยมีสัดส่วนมาจากนักลงทุนธรรมดาในประเทศมากที่สุด

ส่วนจำนวนบัญชีซื้อขายที่มีการเคลื่อนไหว นักลงทุนผ่านเอ็กซ์เชนจ์ มีทั้งหมด 1.47 แสนบัญชี โดยส่วนใหญ่เป็น นักลงทุนรายย่อย หรือบัญชีของบุคคลธรรมดาในประเทศ

จากทุนยักษ์พลังงาน-โทรคมนาคม สู่ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

การเข้ามารุกตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่อย่าง บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ ผ่านบริษัทลูก บริษัท กัลฟ์ อินโนวา จำกัด ใน บ.กัลฟ์ ไบแนนซ์ เป็นที่จับตาของทั้งคนในแวดวงธุรกิจและนักลงทุน

เบื้องหลังความสำเร็จของ บมจ. กัลฟฯ คือการมี สารัชถ์ รัตนาวะดี มหาเศรษฐีหุ้นอันดับ 5 ของไทยจากการจัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์บส์ ประจำปี 2023 ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ราว 3.94 แสนล้านบาท เป็นผู้กุมบังเหียน ขณะเดียวกันพันธมิตรทางธุรกิจอย่างไบแนนซ์ ก็ถือว่าเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอันดับ 1 ของโลก

สารัชถ์ รัตนาวะดี

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, สารัชถ์ รัตนาวะดี

ปัจจุบันธุรกิจกลุ่มกัลฟ์ไม่ได้มีแค่ธุรกิจโรงไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ แต่ยังมีธุรกิจอื่น ๆ อีก 4 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจแก๊ส ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ธุรกิจพลังงานน้ำ และธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค

นอกจากนี้ ยังมี บมจ. อินทัช โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเรือธงในอาณาจักรธุรกิจของสารัชถ์ ที่ถือว่าเป็นผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมรายใหญ่ของประเทศ อย่างเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ AIS และเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 3BB

นิรันดร์ เปิดเผยว่า ส่วนหนึ่งในการขยายธุรกิจของกัลฟ์ ไบแนนซ์ ในไทย จะดำเนินการผ่านจำนวนลูกค้าเอไอเอสที่ปัจจุบันมีอยู่มากกว่า 45 ล้านหมายเลขอีกด้วย

ผู้บริหารของไบแนนซ์พบหารือกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, x.com/@Thavisin

คำบรรยายภาพ, ผู้บริหารของไบแนนซ์หารือกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา

"หากจะให้คาดการณ์ยอดการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่จะมีขึ้นภายหลังการเข้ามาของกลุ่มทุนใหญ่ น่าจะกระตุ้นให้ตลาดขยายตัวมากกว่าหนึ่งเท่าตัว หรือเติบโตด้วยตัวเลขสามหลักก็ได้ เนื่องจากฐานการซื้อขายยังมีมูลค่าไม่มากนัก และคาดว่าจะมีนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาในตลาดอีกด้วย" นเรศ เหล่าพรรณราย นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย บอกกับบีบีซีไทย

น่ากังวลแค่ไหน เมื่อกลุ่มทุนรายใหญ่เข้ามาในตลาด

นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยยอมรับว่า ในตลาดคริปโตเคอเรนซี เทคโนโลยีได้นำหน้ากฎหมายหลายก้าว จึงทำให้เกิดช่องว่างทางกฎหมายเสมอ ซึ่งผู้ประกอบการบางรายในอดีตอาจจะหยิบฉวยมาหาประโยชน์

แต่เขามองว่าบทเรียนสำคัญจากกรณีซิปเม็กซ์ ทำให้การกำกับดูแลเริ่มมีความรัดกุมเข็มงวดมากขึ้น และอาจทำให้ผู้เล่นในตลาดหลีกเลี่ยงการใช้ช่องว่างทางกฎหมายมาหาประโยชน์ และกลับมาอยู่บนกฎเกณฑ์กติกาเดียวกันมากขึ้น

ซิปเม็กซ์

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/ZIPMEX THAILAND

"อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้เล่นรายใหญ่เข้ามาในตลาด จะมีความได้เปรียบในฐานะกลุ่มทุนใหญ่ ที่มักได้รับการอุปถัมป์ค้ำชูอาจจะมากกว่ากลุ่มทุนขนาดเล็ก" เขากล่าว

ด้านสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านการเงิน นักเขียน และนักแปล บอกบีบีซีไทยว่า การที่กลุ่มทุนใหญ่เข้ามาเล่นในตลาดสินทรัพย์จะส่งผลให้ตลาดคึกคักอย่างแน่นอน แต่ประเด็นสำคัญคือการกำกับตลาดมากกว่า เนื่องจากนักลงทุนต่างก็มีบทเรียนจากซิปเม็กซ์ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า องค์กรกำกับดูแลตลาดเข้ามาจัดการล่าช้าอย่างมาก หลายจุดที่เกิดปัญหา ก.ล.ต. สามารถเข้ามาระงับ อายัดหรือ แจ้ง ป.ป.ง. เพื่อให้หยุดความเสียหายได้

เธอตั้งข้อสังเกตว่า การเข้ามาของกลุ่มทุนใหญ่ที่มีอิทธิพลอาจจะทำให้สังคมตั้งคำถามต่อบทบาทขององค์กรกำกับว่าจะดำเนินการแตกต่างจากกรณีซิปเม็กซ์หรือไม่

สฤณี อาชวานันทกุล

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, "เรามองว่า เรามีสมาคมส่งเสริมนักลงทุน หรือชมรมนักลงทุนรายย่อย เขาก็ควรจะเข้ามาดูแลการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย" สฤณี กล่าว

"ผู้บริหารของบริษัทซิปเม็กซ์เองก็มีสายสัมพันธ์กับกลุ่มการเมืองที่มีอำนาจในยุคก่อน ขณะที่กัลฟ์เองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นกลุ่มทุนที่มีอิทธิพล ก็อาจจะทำให้เกิดคำถามในลักษณะเดียวกันกับที่เคยเกิดขึ้นว่า ก.ล.ต. จะกำกับดูแลตลาดได้แบบเข้มงวดกว่าเดิมไหม" เธอตั้งคำถามและเสนอแนะว่า

"เรามองว่า เรามีสมาคมส่งเสริมนักลงทุน หรือชมรมนักลงทุนรายย่อย เขาก็ควรจะเข้ามาดูแลการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย"

คำแนะนำในการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับคนรุ่นใหม่

จากการประเมินของสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย คาดการณ์ว่า กลุ่มนักลงทุนหน้าใหม่อายุเฉลี่ยจะอยู่ที่ 20-30 ปี โดยจะเป็นจำนวนเกินครึ่งหนึ่งของนักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ในไทย

โดยคนกลุ่มนี้จะมีพฤติกรรมสำคัญคือ มักลงทุนตามเพื่อนและตามโฆษณาที่เห็นทางสื่อออนไลน์ และไม่มีความสนใจในสินทรัพย์ดั้งเดิมเหมือนกับนักลงทุนรุ่นก่อน ๆ เนื่องจากมองว่า ตลาดคริปโตเคอเรนซีเป็นการลงทุนในโลกเสรี และไม่ต้องการลงทุนในกลุ่มหุ้นที่ถูกกำกับดูแลโดยรัฐเข้มงวดมากนัก

ภาพประกอบ

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

"คนกลุ่มนี้มักจะลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสินทรัพย์แรกในชีวิตและพร้อมรับความเสี่ยงสูง ซึ่งแตกต่างจากนักลงทุนรุ่นก่อน ๆ ที่มักจะเริ่มการลงทุนผ่านกองทุนต่าง ๆ" นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย กล่าว

นเรศ เสนอะแนะว่า ความเข้าใจพื้นฐานด้านการลงทุนเป็นสิ่งสำคัญ เช่น การจัดการความเสี่ยง ไปพร้อม ๆ กับการรู้จักการออมทรัพย์

นเรศ เหล่าพรรณราย นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย

ที่มาของภาพ, นเรศ เหล่าพรรณราย

คำบรรยายภาพ, นเรศ เหล่าพรรณราย นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย

อีกประเด็นหนึ่งที่เป็นสิ่งที่พึงระวังคือ การเทรดในเหรียญที่เป็นกลุ่มมีม (meme coin) เนื่องจากเป็นเหรียญที่มักถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีปัจจัยพื้นฐานมาสนับสนุน แต่อาจจะดูน่าสนใจเนื่องจากกระแสความนิยมที่อาจจะทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น "เมื่อเกิดความต้องการซื้อเพิ่มขึ้นและยิ่งทำให้ราคาเพิ่มขึ้นตามมา"

ข้อควรรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงการลงทุนในคริปโตเคอเรนซี

ในรายงานวิจัยกรุงศรี ได้รวบรวมข้อกังวลจากผลการศึกษาหลายฉบับเกี่ยวกับประเด็นที่น่ากังวล 4 ประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

  • ขอบเขตอำนาจในการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. จะกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวกับการซื้อขายแลกเปลี่ยน คริปโตเคอเรนซี เฉพาะบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยเท่านั้น ไม่ครอบคลุมถึงการซื้อขายแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนนอกประเทศ
  • นักลงทุนอาจถูกชี้นำได้ง่ายและควบคุมได้ยาก เมื่อเกิดการปั่นราคาสินทรัพย์ (pump and dump) จากการที่นักลงทุนรายใหญ่ปล่อยข่าวเท็จหรือปั่นราคาเหรียญคริปโตขึ้นไปสูง ๆ เพื่อดึงให้รายย่อยเข้ามาซื้อและทำการเทขายเหรียญออกมาจำนวนมากเช่นเดียวกับการปั่นหุ้น
  • การหลอกลวง (scam) และการโกง (fraud) มีได้หลายรูปแบบ อาทิ การส่งลิงก์เว็บไซต์หรือการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอมผ่านอีเมล เพื่อหลอกให้นักลงทุนทำการล็อกอินเข้าใช้งาน หรืออาจมาในรูปแบบของการบริการช่วยเหลือที่หลอกให้ผู้ใช้กรอกรหัสผ่านลงในเว็บไซต์ เพื่อหวังที่จะขโมยชื่อผู้ใช้และ/หรือรหัสผ่านเพื่อขโมยเหรียญคริปโต
  • อาจเกิดการด้อยค่าของสินทรัพย์จนสูญเสียเงินลงทุน โดยมากตลาดคริปโตจะไม่มีสินทรัพย์อื่นมาค้ำประกัน ดังนั้นเมื่อเกิดการด้อยค่าของสินทรัพย์ดิจิทัล ผู้ที่เป็นเจ้าของจะไม่มีหลักประกันใด ๆ เลย อาจนำไปสู่การสูญเสียเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดของผู้ลงทุนได้