"บอลลูนสอดแนม" จีนในอเมริกา ทำ รมว. ตปท. สหรัฐฯ เลื่อนเยือนปักกิ่ง

Blinken

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ สหรัฐฯ

แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า การที่จีนเลือกส่งสิ่งที่ดูเหมือนบอลลูนเพื่อการสอดแนมเหนือน่านฟ้าอเมริกา เป็นเรื่องที่ “ยอมรับไม่ได้และไร้ความรับผิดชอบ”

นักการทูตชั้นนำของสหรัฐฯ ผู้นี้ยกเลิกการเดินทางไปปักกิ่งอย่างกะทันหัน จากแผนเดิมที่ต้องการให้เป็นการประชุมระดับสูงระหว่างสหรัฐฯ-จีนครั้งแรกในรอบหลายปี

ก่อนหน้านี้ จีนแสดงความเสียใจ โดยกล่าวว่าเป็นเรือเหาะตรวจสภาพอากาศที่ถูกพัดหลงเข้าไปในน่านฟ้าของอเมริกา

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน

นายบลิงเคนกล่าวในแถลงการณ์เมื่อ 4 ก.พ. ว่าบอลลูนของจีน "ละเมิดอำนาจอธิปไตยของเรา"

“นี่เป็นการกระทำที่ยอมรับไม่ได้และไร้ความรับผิดชอบ” เขากล่าว

"การเข้ามาของบอลลูน 1 วัน ก่อนการออกเดินทางเยือนที่วางแผนไว้นานเป็นเรื่องที่ไร้ความรับผิดชอบยิ่ง"

เดิมนายบลิงเคนมีกำหนดเยือนปักกิ่งระหว่างวันที่ 5-6 ก.พ. เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ มากมาย รวมถึงประเด็นความมั่นคง ไต้หวัน และโควิด-19

แต่เมื่อ 2 ก.พ. เจ้าหน้าที่กลาโหมของสหรัฐฯ ประกาศว่าพวกเขากำลังติดตามบอลลูนตรวจการณ์ในระดับความสูงเหนือน่านฟ้าสหรัฐฯ

The mysterious object shut down flights in Montana on Wednesday

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, วัตถุปริศนาทำหลายเที่ยวบินในรัฐมอนแทนาหยุดบิน

หลังการเปิดเผยของสหรัฐฯ เรื่องการบินโดรนสอดแนมของจีนเหนือน่านฟ้าอเมริกา จีนก็ออกมาชี้แจงว่าเป็น "อากาศยานพลเรือน" ที่ใช้เพื่องานด้านอุตุนิยมวิทยาเป็นหลัก" แต่แล่น "เบี่ยงเบนออกจากเส้นทางปกติ"

เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยมั่นใจว่า “บอลลูนสอดแนมจากที่สูง” ที่ตรวจพบครั้งนี้เป็นของจีน โดยล่าสุดพบบินอยู่เหนือรัฐมอนแทนา ทางภาคตะวันตกของประเทศ

อย่างไรก็ตาม กองทัพสหรัฐฯ ตัดสินใจไม่ยิงบอลลูนลูกนี้ เพราะเกรงว่าเศษซากจะตกลงเป็นอันตรายต่อผู้คนเบื้องล่าง

ก่อนหน้านี้ จีนเตือนเรื่องการคาดคะเน และ “การแพร่ข่าวเกินจริง” จนกว่าจะมีการยืนยันข้อเท็จจริงเรื่องนี้

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า วัตถุดังกล่าวบินอยู่เหนือหมู่เกาะอะลูเชียน ในรัฐอะแลสกา ผ่านแคนาดา ก่อนจะมาปรากฏอยู่ที่เมืองบิลลิงส์ รัฐมอนแทนา เมื่อ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงกลาโหมคนหนึ่งระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้จัดเตรียมเครื่องบินขับไล่ ซึ่งรวมถึงเครื่อง F-22 ในกรณีที่ทำเนียบประธานาธิบดีมีคำสั่งให้ยิงบอลลูนดังกล่าว

ด้านแคนาดาระบุเมื่อ 3 ก.พ.ว่า กำลังเฝ้าระวัง “เหตุการณ์ซ้ำสอง” ของบอลลูนนี้ แต่ไม่ได้บ่งชี้ว่าอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นของชาติใด โดยในแถลงการณ์ระบุว่า แคนาดาจะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสหรัฐฯ เพื่อ “ปกป้องข้อมูลเปราะบางของประเทศจากภัยจารกรรมข้อมูลลับจากต่างชาติ”

บรรดาผู้นำทหาร เช่น พลเอก ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และพลเอก มาร์ก มิลลีย์ ประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐฯ ร่วมการประชุมเมื่อ 1 ก.พ.เพื่อประเมินภัยคุกคามที่เกิดขึ้น

Map showing Montana, Billings and Malmstrom Air Force base
คำบรรยายภาพ, แผนที่แสดงให้เห็นเมืองบิลลิงส์ และฐานทัพอากาศมาล์มสตรอม ในรัฐมอนแทนา

รัฐมอนแทนา ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ไม่หนาแน่น เป็นที่ตั้งของ 1 ใน 3 ฐานยิงระเบิดนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ที่ฐานทัพอากาศมาล์มสตรอม เจ้าหน้าที่ระบุว่า ดูเหมือนว่าบอลลูนดังกล่าวจะบินเหนือพื้นที่เปราะบางเหล่านี้เพื่อเก็บข้อมูล

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับขนาดของบอลลูนที่พบ แต่บรรยายว่า มีขนาด “ค่อนข้างใหญ่” มีรายงานว่านักบินหลายคนสามารถมองเห็นมันได้แม้จากระยะไกล ขณะที่สื่ออเมริกันรายงานอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่เปรียบว่ามีขนาดประมาณ 3 รถบัส

อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มี “ภัยคุกคามเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” ต่อข้อมูลลับของชาติ เพราะเจ้าหน้าที่อเมริกัน “รู้แน่ชัดว่าบอลลูนนี้อยู่ที่ใด และผ่านไปที่ไหนบ้าง”

ขณะเดียวกัน ก็ยังไม่เป็นภัยคุกคามต่อการบินของพลเรือน เนื่องจากบอลลูนบินอยู่เหนือระดับความสูงที่สายการบินพาณิชย์ใช้มาก

แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมระบุด้วยว่า บอลลูนนี้ไม่น่าจะช่วยให้จีนเก็บข้อมูลได้มากกว่าที่ทำอยู่แล้วด้วยดาวเทียม

เจ้าหน้าที่ ระบุว่า สหรัฐฯ ได้แจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นต่อสถานทูตจีนในกรุงวอชิงตัน ดีซี และต่อรัฐบาลจีน

นางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลจีนกำลังพยายามตรวจสอบรายงานเรื่องบอลลูนสอดแนมนี้ และชี้ว่า “จนกว่าข้อเท็จจริงจะกระจ่าง การคาดเดาและแพร่ข่าวเกินจริงเรื่องนี้จะไม่ช่วยให้แก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม”

“จีนเป็นประเทศที่มีความรับผิดชอบ และยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศเสมอมา เราไม่มีเจตนาจะละเมิดเขตแดน หรือน่านฟ้าประเทศใด” เธอกล่าว

ในระหว่างการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ปฏิเสธจะเปิดเผยตำแหน่งปัจจุบันของบอลลูนลูกนี้ และไม่ยอมให้ข้อมูลว่าถูกปล่อยมาจากที่ใด

อย่างไรก็ตาม ระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการตรวจพบบอลลูนสอดแนมหลายลูก แต่ลูกนี้ดูเหมือนจะปรากฏอยู่นานที่สุด

ในเวลาต่อมา กระทรวงการต่างประเทศของจีนชี้แจงว่า เสียใจต่อการที่บอลลูนดังกล่าว "เข้าสู่น่านฟ้าสหรัฐฯ โดยไม่ตั้งใจ" เนื่องจากธรรมชาติที่คุมไม่ได้ และรับปากว่าจะสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับรัฐบาลสหรัฐฯ ในเรื่องนี้