นักการทูตหมายเลข 1 ของจีนพบปูติน ก่อนครบ 1 ปี สงครามยูเครน

หวัง อี้ พบ ปูติน

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, หวัง อี้ พบ ปูติน

นายหวัง อี้ นักการทูตระดับสูงสุดของจีน ได้เข้าหารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียหลังเดินทางเยือนโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ประกาศว่า ความสัมพันธ์จีนกับรัสเซีย จะไม่ตกอยู่ใต้แรงกดดันจากประเทศอื่น

นายหวัง อี้ บอกกับผู้นำรัสเซียว่า จีนพร้อมกระชับความเป็นพันธมิตรกับรัสเซีย เพื่อประโยชน์ของสองประเทศและทั้งโลก ก่อนบอกนายปูตินว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ฝากคำอวยพรมาให้

ด้านประธานาธิบดีปูติน ระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและจีนกำลังพัฒนาด้วยดี และปีนี้ ความสัมพันธ์ทวิภาคีของสองประเทศ จะก้าวระดับที่อาจไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

นายหวัง อี้ เคยดำรงตำแหน่ง รมว. ต่างประเทศ ของจีนระหว่างปี 2012-2022 หลังการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ เมื่อเดือน ต.ค. 2022 มีการปรับคณะรัฐมนตรี โดยตัวเขาได้รับตำแหน่งให้เป็นผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมาธิการต่างประเทศส่วนกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อ ม.ค. 2023 ทำให้เขาเป็นนักการทูตระดับสูงสุดของจีน

เขายังกล่าวอีกว่า เขาจะทำงานเพื่อ "กระชับความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และคาดว่าจะบรรลุข้อตกลงใหม่ในวันนี้"

ก่อนหน้านี้ นายหวัง อี้ ได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย นายเซอร์เก ลาฟรอฟ โดยระบุว่า "ต้องขอบคุณความพยายาม" ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศกำลังพัฒนา "ด้วยพลวัตที่สูง"

“รัสเซียและจีนยังคงมุ่งมั่นต่อโลกหลายขั้วที่ปราศจากอำนาจนำ” นายหวัง อี้ กล่าว

มีการคาดเดากันมากมายว่า ผู้นำ สี จิ้นผิง ของจีนอาจใกล้จะเดินทางเยือนรัสเซียในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

หวัง อี้

ที่มาของภาพ, Reuters

ขณะเดียวกัน การประชุมสำคัญอีกรายการที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ คือ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ในการปฏิบัติภารกิจวันสุดท้ายของการเดินทางเยือนโปแลนด์ และผู้นำชาตินาโตอีก 9 ประเทศ ประกอบด้วย โปแลนด์ โรมาเนีย สโลวาเกีย บัลแกเรีย สาธารณรัฐเช็ก เอสโตเนีย ฮังการี ลัตเวีย และลิทัวเนีย

สมาชิกเหล่านี้เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งที่สุดในการช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน และการพูดคุยในวันนี้จะมุ่งเน้นไปที่การจัดหาการป้องกันในภูมิภาคและความช่วยเหลือเพิ่มเติม

เก้าประเทศในยุโรปตะวันออกเหล่านี้ เข้าร่วมพันธมิตรนาโต้หลังจากหลายปีของสงครามเย็น

หวัง อี้

ที่มาของภาพ, EVN

พวกเขาวิพากษ์วิจารณ์ความก้าวร้าวของรัสเซียต่อยูเครนนับตั้งแต่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียผนวกแคว้นไครเมียจากยูเครนในปี 2014

วานนี้ (21 ก.พ.) ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ กล่าวปราศรัยต่อฝูงชนในโปแลนด์ แต่การปราศัยของไบเดนเกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียกล่าวแถลงนโยบายประจำปี

นายปูตินกล่าวว่าที่ผ่านมา รัสเซียพยายามแก้ปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคดอนบาส ทางภาคตะวันออกของยูเครนด้วยสันติวิธี

เขาชี้ว่า คำมั่นสร้างสันติภาพของชาติตะวันตกเป็น “เรื่องหลอกลวง” และ “การโกหกคำโต” อีกทั้งยังกล่าวอ้างว่ารัฐบาลยูเครนพยายามสะสมอาวุธชีวภาพและอาวุธนิวเคลียร์โดยไม่มีหลักฐานยืนยันใด ๆ

“พวกเราพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ปัญหานี้โดยสันติ และพยายามเจรจาอย่างสันติเพื่อหาหนทางออกจากความขัดแย้งที่ยากลำบากนี้ แต่ลับหลังพวกเรามีผู้เตรียมแผนการอื่นเอาไว้” นายปูตินกล่าว

ส่วนสาระสำคัญของถ้อยแถลงของนายไบเดน คือ เน้นถึงความเป็นปึกแผ่นของสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต นับตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ปีที่แล้ว

พร้อมย้ำความสำคัญของการยืนหยัดสู้ตามแนวทางประชาธิปไตย ของทั้งยูเครนและชาติตะวันตก พร้อมส่งสัญญาณชัดไปยังประธานาธิบดีรัสเซียว่า การทำสงครามต่อยูเครนถือว่าเป็น "การทำผิดโดยสิ้นเชิง"

"ยูเครนจะไม่มีวันเป็นชัยชนะของรัสเซีย ไม่มีทางเป็นไปได้" ประธานาธิบดีไบเดน กล่าว