เปิดเหตุผล ทำไมทรัมป์ไม่ตั้งกำแพงภาษีต่อสินค้ากลุ่มสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ?

President Donald Trump speaks to reporters on board Air Force One

ที่มาของภาพ, Reuters

    • Author, เมดาลีน ฮัลเพิร์ท
    • Role, บีบีซี นิวส์, นครนิวยอร์ก

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาประกาศยกเว้นการจัดเก็บ "ภาษีศุลกากรแบบตอบโต้" (reciprocal tariffs)" ในหมวดสินค้าประเภทสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทอื่น ๆ รวมถึงการงดเว้นการจัดเก็บภาษีนำเข้าจากจีนในอัตรา 125%

ในประกาศดังกล่าว สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ ระบุว่า สินค้าในหมวดดังกล่าวจะได้รับการยกเว้นจากภาษีนำเข้าทั่วโลก 10% ของทรัมป์ ที่เรียกเก็บกับประเทศส่วนใหญ่ และภาษีนำเข้าของจีนที่ถูกเรียกเก็บสูงกว่าอัตราดังกล่าวด้วย

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการผ่อนปรนภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนครั้งแรกอย่างมีนัยสำคัญ โดยนักวิเคราะห์ด้านการค้ารายหนึ่งระบุว่าเป็น "สถานการณ์ที่เปลี่ยนเกม"

เมื่อช่วงดึกของวันเสาร์ ขณะเดินทางไปเมืองไมอามี ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยกเว้นภาษีดังกล่าวในช่วงต้นสัปดาห์หน้า

"เราจะระบุให้ชัดเจน" เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน (Air Force One) "แต่เราเก็บเงินเป็นจำนวนมากเข้ามา ในฐานะประเทศ เรากำลังเก็บเงินเป็นจำนวนมากเข้ามา"

การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ มีความกังวลว่า ราคาของอุปกรณ์ต่าง ๆ อาจพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้ส่วนใหญ่ผลิตในจีน

การยกเว้นดังกล่าว จะมีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ 5 เม.ย. โดยจะรวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบอื่น ๆ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ โซลาร์เซลล์ และการ์ดหน่วยความจำ

"นี่คือสถานการณ์ในฝันของนักลงทุนด้านเทคโนโลยี" แดน ไอฟส์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเทคโนโลยีระดับโลกของ Wedbush Securities โพสต์ข้อความบนเอ็กซ์ และว่า "การยกเว้นสมาร์ทโฟนและชิปถือเป็นสถานการณ์ที่เปลี่ยนเกม เมื่อเป็นเรื่องของภาษีศุลกากรกับจีน"

บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น แอปเปิล (Apple) เอ็นวิเดีย (Nvidia) ไมโครซอฟท์ (Microsoft) และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโดยรวม สามารถถอนหายใจด้วยความโล่งใจได้อย่างมากในสุดสัปดาห์นี้ เขากล่าวเสริม

ทำเนียบขาวชี้ว่า การยกเว้นดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทต่าง ๆ จะมีเวลาเพิ่มมากขึ้นในการย้ายการผลิตไปยังสหรัฐฯ

แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุในแถลงการณ์ว่า "ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าอเมริกาไม่สามารถพึ่งพาให้จีนผลิตเทคโนโลยีสำคัญ ๆ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ชิป สมาร์ทโฟน และแล็ปท็อปได้"

"ตามคำสั่งของประธานาธิบดี บริษัทเหล่านี้กำลังเร่งย้ายฐานการผลิตของตนไปยังสหรัฐอเมริกาโดยเร็วที่สุด"

ทรัมป์ซึ่งใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์ที่บ้านพักของเขาในรัฐฟลอริดา กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า เขารู้สึกสบายใจกับการเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตราที่สูงจากจีน

"และผมคิดว่าจะมีบางอย่างในเชิงบวกกำลังจะเกิดขึ้น" เขากล่าว โดยยกย่องความสัมพันธ์ของเขากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน

สตีเฟน มิลเลอร์ รองหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบายทำเนียบขาว โพสต์ข้อความบนเอ็กซ์ ว่า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ยังคงอยู่ภายใต้มาตรการจัดเก็บภาษีนำเข้าจากจีนในอัตรา 20% ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านภาษีที่สหรัฐฯ นำมาใช้กับจีน โดยอ้างว่าจีนล้มเหลวในการหยุดยั้งการส่งออกสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเฟนทานิล (fentanyl)

บางคนประเมินว่า ราคาโทรศัพท์ไอโฟนในสหรัฐฯ อาจเพิ่มขึ้นมากถึงสามเท่า หากต้นทุนถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภค

สหรัฐฯ เป็นตลาดหลักของไอโฟน ในขณะที่แอปเปิลมีส่วนแบ่งการขายสมาร์ทโฟนมากกว่าครึ่งหนึ่งในปีที่แล้ว ตามข้อมูลของเคาน์เตอร์พอยท์ รีเสิรช์ (Counterpoint Research)

บริษัทวิจัยดังกล่าวยังระบุว่า จำนวนไอโฟนของแอปเปิลมากถึง 80% ที่นำมาจำหน่ายในสหรัฐฯ ผลิตในจีน ส่วนที่เหลืออีก 20% ผลิตในอินเดีย

ทั้งนี้ แอปเปิลยังพยายามกระจายห่วงโซ่อุปทานเพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพาจีนมากเกินไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกันกับที่ยักษ์ใหญ่ด้านสมาร์ทโฟนอย่างซัมซุงได้ดำเนินการไปแล้วก่อนหน้านี้

ขณะเดียวกัน อินเดียและเวียดนามก็กลายเป็นผู้นำในการเป็นศูนย์กลางการผลิตเพิ่มเติมให้อุตสาหกรรมนี้

เมื่อภาษีศุลกากรมีผลบังคับใช้ มีรายงานว่า แอปเปิลเร่งและเพิ่มการผลิตอุปกรณ์ที่ผลิตในอินเดียในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

ขณะที่ทรัมป์ได้วางแผนที่จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรหลายรายการจากหลายประเทศทั่วโลกในสัปดาห์นี้

แต่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เขาประกาศว่าจะระงับการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเป็นเวลา 90 วันสำหรับประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภาษีศุลกากรที่สูงขึ้นของสหรัฐฯ ยกเว้นจีน ซึ่งเขาได้เพิ่มภาษีเป็น 145% โดยทรัมป์กล่าวว่า การขึ้นภาษีนำเข้าสำหรับจีนนั้นเป็นเพราะจีนพร้อมที่จะตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ ในอัตรา 84%

ทรัมป์ได้เปลี่ยนนโยบายอย่างฉับพลัน โดยกล่าวว่าประเทศทั้งหมดที่ไม่ได้ตอบโต้ภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ จะได้รับการผ่อนผัน และจะต้องเผชิญกับภาษีศุลกากรพื้นฐานเพียง 10% เท่านั้น จนถึงเดือน ก.ค. นี้

จากนั้นทำเนียบขาวกล่าวว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นกลวิธีการเจรจาเพื่อเรียกร้องเงื่อนไขการค้าที่เอื้ออำนวยมากขึ้นจากประเทศอื่นๆ

ทรัมป์กล่าวว่าภาษีนำเข้าของเขาจะช่วยแก้ไขความไม่เป็นธรรมในระบบการค้าโลก รวมถึงนำตำแหน่งงานและโรงงานกลับมาสู่สหรัฐฯ