You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ย้อนไทม์ไลน์ร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์-กาสิโน ก่อนสภาฯ มีมติ "ยินยอม" ให้ ครม. ถอนร่าง
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติ 253 ต่อ 66 เสียง เห็นชอบให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ถอนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ออกจากระเบียบวาระการประชุม หลังจาก ครม. มีหนังสือมาถึงสภาฯ เมื่อ 8 ก.ค. ว่าขอถอนร่างกฎหมายดังกล่าว
วาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งมีกาสิโนเป็นส่วนหนึ่ง มีความเคลื่อนไหวทั้งในและนอกสภา
พรรคร่วมฝ่ายค้าน ทั้งพรรคประชาชน (ปชน.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ประสานเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความชัดเจนว่าจะไม่นำร่างกฎหมายดังกล่าวกลับเข้ามายังสภาอีก
ครม. โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง กล่าวชี้แจงเหตุผลการถอนร่างกฎหมายว่า เนื่องจาก ครม. ชุดใหม่ มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งรัฐมนตรี 14 ตำแหน่งจึงควรให้ ครม.ชุดใหม่ได้ทบทวนพิจารณา อีกทั้งยังมีความขัดแย้งเห็นต่างจากสังคม จึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ
"เมื่อมีความหลากหลายทางความคิดในสังคม ขณะที่ประเทศไทยมีปัญหารุมเร้า ทั้งปัญหาชายแดน เศรษฐกิจระดับโลก สงครามการค้า รัฐบาลจึงต้องการลดปัจจัยความขัดแย้งในสังคม ผ่อนเบาสถานการณ์ให้ดีขึ้น" นายจุลพันธ์ กล่าวและว่า ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะนำร่างกฎหมายนี้กลับมาเมื่อไหร่ เพราะเป็นเรื่องของ ครม.
สำหรับเสียงโหวต "ไม่เห็นชอบ" ให้ถอนร่าง พ.ร.บ. ออกจากการพิจารณาวันนี้ (9 ก.ค.) มาจาก สส. พรรค ภท. 64 เสียง ร่วมด้วย 2 สส.อุดรธานี พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ที่เคยเปิดตัวร่วมงานกับพรรคสีน้ำเงินคือ นายหรั่ง ธุระพล, นายอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์
ส่วนพรรค ปชน. พร้อมใจกัน "ไม่ร่วมลงมติ" ยกพรรคทั้ง 143 คน โดยมี 3 สส. พรรค ภท. ไม่ปรากฏการณ์ลงมติเช่นกันคือ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี, นายซาการียะ สะอิ สส.นราธิวาส, นายอรรถพล ไตรศรี สส.พังงา
อย่างไรก็ตาม มี 3 สส. พรรค ภท. ที่ "แหกแนวทางพรรค" ด้วยการโหวต "เห็นชอบ" ให้ถอนการพิจารณาร่างกฎหมายนี้ออกไปก่อนตามแนวทางของรัฐบาล ประกอบด้วย นายชูกัน กุลวงษา สส.นครพนม, น.ส.ประภา เฮงไพบูลย์ สส.กาฬสินธ์, นางอรอุมา บุญศิริ สส.บึงกาฬ
ส่วนความเคลื่อนไหวนอกสภา กลางดึกคืนที่ผ่านมา ก่อนการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์บนเฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul ว่า พรรค ภท. พร้อมสนับสนุนให้มีการถอนญัตติร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว หากรัฐบาลยืนยันว่าจะยกเลิกนโยบายนี้และไม่นำกลับเข้าสู่การพิจารณาอีกต่อไป
ทว่าประเด็นสำคัญของโพสต์นายอนุทิน คือการออกมาเปิดเผยว่า จีนมีท่าทีไม่เห็นด้วยกับการที่ไทยจะดำเนินนโยบายจัดตั้งสถานบันเทิงครบวงจร พร้อมกับอนุญาตให้มีการเล่นการพนันได้ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้พูดตอกย้ำถึง 3 ครั้งในที่ประชุมระดับผู้นำของทั้งสองประเทศว่าขอให้ยกเลิกนโยบายนี้ แต่รัฐบาลไทยเมินเฉยและไม่ให้ความสำคัญต่อความเห็นจากผู้นำจีน จึงเป็นเหตุส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยและการหายไปของนักท่องเที่ยวจีนกว่า 90%
"รัฐบาลทราบเป็นอย่างดีว่า จีนมีท่าทีไม่เห็นด้วยที่ทางการไทยจะผ่านกฎหมายให้มีการจัดตั้งสถานบันเทิงครบวงจรพร้อมกับอนุญาตให้มีการเล่นการพนันได้และได้มีการพูดตอกย้ำถึง 3 ครั้งในที่ประชุมระดับผู้นำของทั้งสองประเทศว่า ขอให้ยกเลิกนโยบายนี้เสีย มิฉะนั้น รัฐบาลจีนมีความจำเป็นที่จะต้องออกมาตรการต่าง ๆ ที่จะทำให้คนจีนและกิจการต่าง ๆ ของจีนปรับท่าทีต่อการท่องเที่ยว รวมไปถึงท่าทีต่อการค้าและการลงทุนกับไทยให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ" นายอนุทิน ระบุ พร้อมยืนยันว่า นี่เป็นเรื่องที่มีการหารือระหว่างสองผู้นำที่เขาได้ร่วมประชุมอยู่ด้วย และได้จดบันทึกการประชุมในประเด็นนี้อย่างละเอียดในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
แพทองธาร โต้อนุทิน "ใส่สีตีไข่"
ที่รัฐสภา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.วัฒนธรรม กล่าวถึงกรณีการเปิดเผยของนายอนุทินว่าผู้นำจีนเตือนรัฐบาลไทยถึง 3 ครั้งให้ยกเลิกนโยบายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ว่า ระหว่างการเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวถึงกาสิโน ซึ่งตนได้อธิบายให้ฟังว่า ความจริงเราทำเป็นเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่ได้เน้นเรื่องกาสิโน เพราะจะมีแค่ 10% เหมือนที่อธิบายให้คนไทยฟัง พร้อมตอกกลับนายอนุทินว่า เมื่อนำมาเล่ากลับเป็นการเล่าแบบ "ใส่สีตีไข่"
"เราเห็นว่าสิงคโปร์ทำแล้วสำเร็จ เช่นเดียวกับที่มาเก๊า แน่นอนว่าทุกประเทศใกล้กันถ้าเรามีเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เหมือนกัน ก็เป็นคู่แข่งกันอยู่แล้ว และความจริงเวลาเอามาเล่าอีกรูปแบบหนึ่งก็ใส่สีตีไข่กันไป ความจริงเป็นคำแนะนำ และเราถามของจีนด้วยซ้ำว่า ท่านสี จิ้นผิง มีคำแนะนำอย่างไรเรื่องนักท่องเที่ยวของจีน ซึ่งเราพร้อมรับฟังอยู่แล้ว"
ผู้สื่อข่าวถามว่านายอนุทิน พูดชัดว่านายสี จิ้นผิง เตือนถึง 3 ครั้ง หากไทยยังไม่ยอมถอยก็จะปรับมาตรการ ซึ่งกลายเป็นสาเหตุที่กระทบต่อการลดลงของนักท่องเที่ยว น.ส.แพทองธาร ย้อนถามสื่อว่า "หมายความว่าเกิดขึ้นแล้วหรือคะ นักท่องเที่ยว 90%"
"อ้าว ท่านอดีต มท.1 ออกไปได้ไม่นาน ลืมซะแล้วว่าเหตุผลที่นักท่องเที่ยวจีนไม่มาเมืองไทยเพราะเรื่องความปลอดภัยหรือเปล่า เรื่องของความปลอดภัย เรื่องของมหาดไทย ที่เขาไม่เข้ามาเพราะเรื่องความปลอดภัย"
เมื่อถามว่าจริงหรือไม่ที่นายสี จิ้นผิง บอกว่าหากไทยไม่ถอนนโยบายนี้จะมีการปรับมาตรการเรื่องนักท่องเที่ยวที่จะมาไทย น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พูดก่อนที่ตนจะอธิบายว่า ท่านไม่ได้สนับสนุนเรื่องของกาสิโน ถ้าประเทศไหนมี ก็จะดูว่าคนจีนที่จะไปจะเป็นอย่างไร ไม่ได้บอกว่าจะปรับมาตรการ จึงถามกลับว่าท่านมีข้อกำหนดหรือข้อแนะนำอย่างไร เราไม่ได้ปิดประตูเรารับคำแนะนำ แต่พอเอามาเขียนทั้งหมดมันก็ดูใส่สีกันเข้าไป ความจริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องต่างประเทศความจริงก็มีบันทึกอยู่
ปชน.-ภท. ขวางถอนร่าง พ.ร.บ. ชี้รัฐบาลซื้อเวลา-กลัวเสียงในสภาไม่พอ
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า จากเหตุผลที่นายจุลพันธ์ ได้ให้ไว้ในการถอนร่าง พ.ร.บ. นี้ ทาง ปชน. คงยังไม่สามารถยอมรับเหตุผลที่ให้ไว้ได้
เขากล่าวต่อไปว่า ทราบว่า นายจุลพันธ์ อาจไม่สามารถตอบชี้แจงแทน ครม. ได้ แต่ทราบว่าวันนี้ น.ส.แพทองธาร เดินทางมาที่รัฐสภา แม้จะถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกฯ แต่สามารถเข้าร่วมประชุมสภาได้ ในฐานะ รมว.วัฒนธรรม จึงเห็นว่าหากรัฐบาลมีความจริงใจจะให้ น.ส.แพทองธาร มาตอบชี้แจงในฐานะรัฐมนตรี ก็เชื่อว่าท่านตอบได้
นอกจากนี้ยัง ผู้แทนจากพรรค ภท. ยังลุกขึ้นอภิปรายอีกจำนวนหนึ่ง
นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรค ภท. อภิปรายคัดค้านการถอนร่าง พ.ร.บ. ออกจากวาระของสภาฯ ว่า การประกาศเดินหน้าก่อนนี้เป็นเพราะมีดีลลับตามคลิปเสียงที่ถูกเผยแพร่มาหรือไม่
เขามองว่าเหตุผลที่ ครม. ถอยร่างกฎหมายนี้เป็นเหตุผลทางการเมือง เพราะการบอกว่า ครม. มีการปรับเปลี่ยน แต่ขณะนี้ตำแหน่ง รมว.คลัง ไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่มีเปลี่ยนเฉพาะ รมต. ของพรรค ภท. 8 คน แต่ไม่มีเสียง สส. 69 เสียงอยู่ฟากรัฐบาลแล้ว ดังนั้น การที่รัฐบาลบอกว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจะนำร่างกฎหมายกลับมาอีก นั่นหมายถึง รัฐบาลได้เสียงจากการ "ดีลงูเห่า" เพียงพอที่จะผ่านร่างกฎหมายใช่หรือไม่
นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ พรรค ภท. ตั้งตำถามว่า ความจำเป็นต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลเคยอ้างมาก่อนหน้านี้ หมดความจำเป็นแล้วหรือ เหตุใดจึงไม่พูดความจริงต่อประชาชน พร้อมเสนอว่าต้องการให้สภาพิจารณาร่างกฎหมายนี้ทันที เพื่อไม่ให้รัฐบาล "เล่นซ่อนหา" หลอกประชาชนอีก
"ถ้า (ร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์) จะมีความจำเป็นจริง ๆ ก็พิจารณาลงมติไปซะว่า จะสร้างหรือไม่สร้าง"
ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ลุกขึ้นอภิปรายยืนยันจุดยืนของ ปชน. ว่าไม่เห็นด้วยกับแนวทางการดำเนินนโยบายและเนื้อหาสาระในร่าง พ.ร.บ.กาสิโน ที่ ครม. เสนอ ด้วยเหตุผลทั้งความไม่ชัดเจนในเรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ไม่ได้มีการศึกษาอย่างรอบคอบรอบด้าน ทั้งจากตัวเลขคาดการณ์นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาและตัวเลขคนไทย ผลกระทบทางสังคมที่ยังขาดมาตรการรองรับที่รัดกุมเพียงพอและบรรจุในตัวกฎหมาย
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตอนแรกที่รัฐบาลมีท่าทีจะเลื่อนการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ออกไป แต่มาวันนี้บอกว่าจะขอถอนออกไปแทน จึงต้องดูให้ลึกว่าเป็นการถอนแบบไหน เป็นการถอนด้วยความจริงใจหรือถอนเพียงซื้อเวลา
"สิ่งที่ผมกลัวคือ ท่านต้องการถอนเพื่อซื้อเวลา เพราะมีเสียงในรัฐบาลไม่พอ และพยายามใช้วิธีต่าง ๆ ทั้งระบบ นอกระบบเพื่อเติมเสียง แล้วจะท่านจะลักไก่นำเข้ามาอีกรอบ"
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ลุกขึ้นชี้แจงอีกครั้งว่า กระบวนการถอนร่างกฎหมายจะเป็นประโยชน์กับประเทศมากกว่า และประเด็นที่ฝ่ายค้านถามว่าจะเอาร่างกฎหมายนี้กลับมาหรือไม่ ยืนยันว่าตนในฐานะหนึ่งใน ครม. ไม่ได้มีอำนาจ แต่หากสภาลงมติว่าให้ถอน ร่างกฎหมายก็กลับไปยัง ครม. หรือหากจะให้เดินหน้า ก็ดำเนินการสู่การพิจารณาของสภาในวาระหนึ่งต่อไป
ย้อนไทม์ไลน์ร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จาก "รีบร้อน" สู่การ "ขอถอน" ออกจากสภา
ก่อนหน้านี้ การผลักดันร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ของรัฐบาลถูกวิจารณ์ว่าทำอย่าง "รีบร้อนเร่งรัดมากจนผิดสังเกต" โดยมีการนำร่างเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ครม. เมื่อ 27 มี.ค. หรือวันรุ่งขึ้นภายหลังเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
จากนั้นอีก 4 วัน (1 เม.ย.) ก็ปรากฏข้อมูลในเว็บไซต์สภาผู้แทนราษฎรว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรบรรจุเรื่องนี้ลงระเบียบการประชุมสภา ในวันที่ 3 เม.ย. โดยเป็น "เรื่องด่วนลำดับที่ 15" และเมื่อถึงวันประชุมจริง สส. เพื่อไทยก็เสนอให้เลื่อนวาระนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อนเป็น "เรื่องด่วนลำดับแรก" ในการประชุมสัปดาห์ต่อไป
ทว่าเมื่อเกิดกระแสคัดค้านอย่างกว้างขวาง รัฐบาลจึงต้องตัดสินใจใหม่ ยอมชะลอการผลักดันร่างกฎหมายเอาไว้ก่อน
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 9 เม.ย. ที่ประชุมฯ ไม่มีการพิจารณาวาระดังกล่าว หลัง น.ส.แพทองธาร ปิดห้องคุยกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ก่อนออกมาเปิดเผยว่า "ในพรรคร่วมฯ ที่คุยกันเห็นว่าควรเอาเรื่องที่เร่งด่วนก่อน" โดยให้เหตุผลว่า ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตหลายด้าน ทั้งภัยธรรมชาติจากแผ่นดินไหว การเยียวยาผู้ประสบภัย และกรณีสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทย ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งหาทางออกอย่างเร่งด่วน
ต่อมาเดือน มิ.ย. ความขัดแย้งเรื่องการปรับเก้าอี้ ครม. ในพรรคร่วมรัฐบาลปรากฏขึ้นชัดเจน เมื่อพรรค พท. พรรคแกนนำรัฐบาล ต้องการทวงคืนเก้าอี้ รมว.มหาดไทย ที่นายอนุทิน นั่งอยู่ แต่หัวหน้าพรรคร่วมฯ รายนี้ไม่ยินยอม
และเมื่อเกิดกรณี "คลิปเสียงหลุด" ระหว่าง น.ส.แพทองธาร และสมเด็จ ฮุน เซน อดีตผู้นำกัมพูชา ว่าด้วยประเด็นชายแดนและมีการพาดพิงแม่ทัพภาคที่ 2 พรรค ภท. ที่ส่อเค้าจะถูกปรับพ้น ครม. ก็ชิงถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลแพทองธาร โดยให้รัฐมนตรีในสังกัดทุกคนส่งใบลาออกต่อนายกฯ และมีผลในวันที่ 19 มิ.ย.
นั่นเป็นผลให้เสียงของฟากรัฐบาลลดลง ผลจากการถอนยวงของ ภท. ซึ่งมี สส. อยู่ 69 เสียง ทำให้รัฐบาลเหลือเสียงในสภาผู้แทนราษฎร 261 เสียง เกินกึ่งหนึ่งไปเพียง 13 เสียง (กึ่งหนึ่งคือ 248 เสียง จาก สส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 495 คน)
ต่อมาในการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะขอให้สภาเลื่อนวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ออกไป กระทั่งในวันที่ 8 ก.ค. ครม. ได้ส่งหนังสือแจ้งมายังสภาฯ ว่าขอถอนร่างกฎหมายดังกล่าวออกจากระเบียบวาระ และนำมาสู่การพิจารณาของสภาฯ ในวันนี้ (9 ก.ค.)