“ถ้ามีใครพูดกับผมบ้าง ผมคงไม่กระโดด [ฆ่าตัวตาย]” เสียงจากผู้รอดชีวิตจากการกระโดดสะพานโกลเดนเกต

A panoramic shot of the Golden Gate Bridge

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สะพานโกลเดนเกต ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของสหรัฐอเมริกา แต่สะพานแห่งนี้ก็เป็นที่รู้จักในฐานะ “จุดฆ่าตัวตาย” ยอดนิยม ก่อนที่จะมีการติดตั้งตาข่ายป้องกัน
    • Author, เฟอร์นานโด ดูอาร์เต
    • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส

คำเตือน: บทความนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายที่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ

ผู้อ่านที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยสามารถติดต่อสายด่วนสุขภาพจิตได้ที่เบอร์ 1321

สะพานโกลเดนเกตในสหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก

อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่เปิดใช้งานในปี 1937 โครงสร้างความยาว 2.7 กิโลเมตรในนครซานฟรานซิสโกแห่งนี้ก็กลายเป็น “จุดศูนย์รวมของการฆ่าตัวตาย” แต่ชื่อเสียงนี้กำลังจะกลายเป็นอดีต เนื่องจากการติดตั้งตาข่ายนิรภัย หลายคนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้โดยตรง รวมถึงผู้รอดชีวิต ได้บอกกับบีบีซีว่ามันจะเป็น “การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ”

เนื่องในวันสุขภาพจิตโลกในวันที่ 10 ต.ค. บีบีซีได้ติดตามว่ามาตรการง่าย ๆ ช่วยลดจำนวนคนที่ตัดสินใจจบชีวิตตนเองบนสิ่งก่อสร้างแห่งสำคัญได้อย่างไร

“สะพานนี้จะกลายเป็นสัญญาณที่ทรงพลังที่สุดของโลกในการป้องกันการฆ่าตัวตาย” เควิน ไฮนส์ กล่าวกับบีบีซี

ตอนนี้อาจพูดได้ว่าเขาคนนี้อุทิศ “ชีวิตที่สอง” ของเขาให้กับสะพานโกลเดนเกตอย่างเต็มที่

ในปี 2000 ไฮนส์รอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์จากการตกลงมาจากความสูง 75 เมตรลงสู่ผืนน้ำเย็นจัดของมหาสมุทรแปซิฟิก หลังจากพยายามฆ่าตัวตายโดยการกระโดดลงมาจากสะพานแห่งนี้

ในช่วง 85 ปีนับตั้งแต่สะพานถูกสร้างเสร็จ มีผู้คนกว่า 1,800 คน ฆ่าตัวตายสำเร็จด้วยวิธีนี้ ตามรายงานตัวเลขจากเขตการทางและการขนส่งสะพานโกลเดนเกต

ไฮนส์ได้เปลี่ยนตัวเองมาเป็นนักรณรงค์ป้องกันการฆ่าตัวตาย หลังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บร้ายแรง เขาเดินทางไปทั่วสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ เพื่อเผยแพร่ข้อความแห่งความหวัง

ในขณะเดียวกัน ไฮนส์ในวัย 43 ปี ก็เป็นผู้สนับสนุนอย่างแข็งขันในการรณรงค์ให้มีการติดตั้งอุปกรณ์ป้องปรามบนสะพานในรูปแบบของตาข่ายนิรภัย

Kevin Hines, a Golden Gate jumper, poses with the bridge in the background

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เควิน ไฮนส์ รอดชีวิตจากการพยายามฆ่าตัวตายที่สะพานในปี 2000 และนับตั้งแต่นั้นมา เขาได้อุทิศชีวิตให้กับการรณรงค์เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย

จุดเริ่มต้นที่เต็มไปด้วยความหวัง

แผนการติดตั้งระบบป้องกันได้ผ่านการอนุมัติตั้งแต่ปี 2008 และในที่สุดการก่อสร้างก็เริ่มขึ้นหลังจากนั้นถึง 10 ปี แต่การทำงานต้องล่าช้าเนื่องจากปัญหาหลายอย่าง รวมถึงค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูงขึ้น โดยเริ่มแรกประมาณการไว้ที่ 76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,500 ล้านบาท) แต่ค่าก่อสร้างและติดตั้งตาข่ายในขณะนี้เกินกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,700 ล้านบาท) แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการระบาดของโควิด-19 และปัญหาทางการบริหารจัดการ

ตาข่ายได้ถูกติดตั้งตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา และพบว่าได้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง ในช่วง 6 เดือนแรกของปี เขตการทางและการขนส่งสะพานโกลเดนเกตรายงานว่า มีเหตุฆ่าตัวตายเพียง 3 ครั้งเท่านั้น

“ในปีทั่ว ๆ ไปก่อนที่จะติดตั้งตาข่าย จะมีการฆ่าตัวตายประมาณ 15-20 รายในช่วงเวลานี้” เปาโล โคซูลิช-ชวาร์ตซ์ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของเขตการทางและการขนส่งสะพานโกลเดนเกต กล่าวในแถลงการณ์

ก่อนที่จะมีตาข่าย สะพานโกลเดนเกตมีค่าเฉลี่ยการฆ่าตัวตายที่ได้รับการยืนยันประมาณ 30 รายต่อปีในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา

สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือ ความพยายามในการฆ่าตัวตายก็ลดลงเช่นกัน เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและอาสาสมัครที่ลาดตระเวนสะพานเพื่อมองหาผู้ที่อาจพยายามกระโดดสะพานรายงานว่า มีการเข้าแทรกแซงเหตุการณ์ 56 ครั้ง ในช่วงเดือน ม.ค. ถึง ก.ค.

ในยุคก่อนที่สะพานโกลเดนเกตจะติดตั้งตาข่ายนิรภัย ตัวเลขนี้จะอยู่ที่ประมาณ 150 ครั้งในช่วงเวลาเดียวกัน

Detail of the suicide nets at the Golden Gate Bridge

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ตาข่ายที่ติดตั้งในเดือน ม.ค. 2024 ได้ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อจำนวนการฆ่าตัวตายที่สะพาน

“มันน่าเศร้าที่ต้องใช้เวลานานขนาดนี้ แต่ผมก็ดีใจที่ในที่สุดมันกำลังจะเกิดขึ้นอยู่ดี ผมมองในแง่ดีถึงผลลัพธ์ที่เราจะได้รับเมื่อการติดตั้งตาข่ายเสร็จสิ้น” เควิน ไฮนส์ นักรณรงค์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ตาข่ายป้องกันยังคงต้องพึ่งพาความคิดที่รวดเร็วของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและกลุ่มอาสาสมัคร

เควิน บริกส์ คืออดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงแคลิฟอร์เนีย ซึ่งได้รับการยกย่องว่าได้ช่วยเกลี้ยกล่อมคนประมาณ 200 คนจากการกระโดดสะพานโกลเดนเกต

เขาเชื่อว่าตาข่ายจะเปลี่ยนแนวทางการทำงานในการป้องกันการฆ่าตัวตาย

“ทุกปีมีผู้คนมากกว่า 20 คน ที่เคยกระโดดจากสะพานเพื่อจบชีวิต แต่ตัวเลขเหล่านี้จะลดลงเหลือศูนย์ได้ด้วยความหวังจากตาข่ายเหล่านี้”

ตัวเลขที่น่าเศร้า

การทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่สายตรวจและกลุ่มอาสาสมัคร เช่น บริดจ์วอทช์ แองเจิลส์ (Bridgewatch Angels) ซึ่งมักออกตรวจตราที่สะพานโกลเดนเกตในช่วงวันสำคัญต่าง ๆ เช่น วาเลนไทน์ (14 ก.พ.) หรือวันคริสต์มาสอีฟ (24 ธ.ค.) ได้ช่วยป้องกันไม่ให้จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ในปี 2021 พวกเขาได้เกลี้ยกล่อมโน้มน้าวไม่ให้คนกระโดดสะพานได้ถึง 198 คน จากการกระโดดสะพาน ตามข้อมูลจากหน่วยงานดูแลสะพาน

เจ้าหน้าที่รายงานว่า มีคนกระโดดสะพานแห่งนี้ 25 คน แต่พบร่างเพียง 21 คน ในน่านน้ำที่เชี่ยวกรากด้านล่าง

มีการประมาณการว่า กว่า 98% ของผู้ที่กระโดดจากสะพานโกลเดนเกตจะไม่รอดชีวิต

Kevin Briggs sitting in uniform on a motorcycle

ที่มาของภาพ, Ascend Books

คำบรรยายภาพ, เควิน บริกส์ อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงแคลิฟอร์เนีย ได้รับการยกย่องว่าได้ช่วยเกลี้ยกล่อมคนประมาณ 200 คน จากการกระโดดสะพานโกลเดนเกต

นักฆ่าที่ไร้ความปราณี

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประมาณการว่ามีการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายทั่วโลกมากกว่า 720,000 รายต่อปี โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) รายงานว่า มีผู้คนราว 49,500 คนในสหรัฐฯ ที่จบชีวิตตัวเองในปี 2022 (ซึ่งเป็นปีล่าสุดที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในปี 2024)

การฆ่าตัวตายกลายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสองในกลุ่มชาวอเมริกันที่มีอายุระหว่าง 25-44 ปี

ในประเทศไทย ข้อมูลรายงานสถานการณ์การฆ่าตัวตายในประเทศไทย ปีงบประมาณ 2566 พบว่า สถิติตั้งแต่เดือน ต.ค. 2565 ถึง ก.ย. 2566 มีคนไทยเสียชีวตจากการฆ่าตัวตาย 5,172 คน หรือเท่ากับ 7.94 ต่อประชากรหนึ่งแสนคน

ตัวเลขข้างต้นคิดเป็นสถิติผู้เสียชีวิตวันละ 14 คน หรือมีคนไทยเสียชีวิต 1 คน ทุก ๆ 2 ชั่วโมง

สถิติที่น่าหวาดหวั่นกว่านั้นคือ ในช่วงเวลาเดียวกันมีคนไทยพยายามฆ่าตัวตาย 31,110 คน หรือเท่ากับ 47.74 ต่อประชากรหนึ่งแสนคน เฉลี่ยวันละ 85 คน หรือมีผู้พยายามฆ่าตัวตาย 7 คน ในทุก 2 ชั่วโมง

จากข้อมูลผู้ที่เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายสำเร็จ แยกตามจังหวัด พบว่า จังหวัดที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงสุด 5 อันดับแรกของประเทศ คือ :

  • จังหวัดเชียงใหม่ 15.33 ต่อแสนประชากร
  • จังหวัดน่าน 15.21ต่อแสนประชากร
  • จังหวัดแม่ฮ่องสอน 14.06 ต่อแสนประชากร
  • จังหวัดเชียงราย 13.9 ต่อแสนประชากร
  • จังหวัดตาก 13.0 ต่อแสนประชากร

จังหวัดที่มีจำนวนผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จมากที่สุด 4 อันดับแรก คือ :

  • จังหวัดนครราชสีมา 251 คน
  • จังหวัดเชียงใหม่ 250 คน
  • กรุงเทพมหานคร 250 คน
  • จังหวัดนครศรีธรรมราช 172 คน
  • จังหวัดเชียงราย 163 คน

โดยกลุ่มผู้สูงอายุ มีอัตราฆ่าตัวตายสำเร็จสูงที่สุด 10.39 ต่อแสนประชากร และกลุ่มวัยรุ่นวัยนักศึกษา มีอัตราพยายามฆ่าตัวตายสูงที่สุด 104.86 ต่อแสนประชากร

ข้อถกเถียงเรื่องตาข่าย

ฝ่ายสนับสนุนโครงการติดตั้งตาข่ายนิรภัย รวมถึงญาติของผู้ที่เสียชีวิตที่สะพานโกลเดนเกต ชี้ว่าสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงหลายแห่งทั่วโลก เช่น หอไอเฟล ต่างมีการติดตั้งสิ่งกีดขวางเพื่อป้องกัน และพบว่าจำนวนความพยายามฆ่าตัวตายและการเสียชีวิตลดลงอย่างมาก

พอล มุลเลอร์ หัวหน้ากองทุนสะพานเรล องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ตั้งอยู่ในนครซานฟรานซิสโก ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อผลักดันให้มีการป้องกันเพิ่มเติมที่สะพานโกลเดนเกต กล่าวถึงกรณีที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับองค์กรของเขา โดยเฉพาะสถานที่อย่างเทอร์เรซ มุนสเตอร์ (Munster Terrace) ในกรุงเบิร์นของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีการติดตั้งตาข่ายนิรภัยในปี 1998 และลดจำนวนการฆ่าตัวตายได้อย่างมาก

“สะพานโกลเดนเกตกำลังทำตามแนวคิดการออกแบบเดียวกับที่พิสูจน์แล้วในกรุงเบิร์น ดังนั้นเราคาดหวังว่าการเสียชีวิตหลังจากการติดตั้งสิ่งกีดขวางจะเป็นศูนย์หรือใกล้เคียงกับศูนย์” เขากล่าวในอีเมลกับบีบีซี

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่ออกมาวิจารณ์เรื่องการติดตั้งตาข่ายนิรภัยเชื่อว่า ตาข่ายเหล่านี้จะทำให้คนหาที่อื่นในการฆ่าตัวตายแทน โดยยกตัวอย่างงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับสะพานแห่งหนึ่งในโทรอนโต ประเทศแคนาดา ในบทความปี 2010 นักวิจัยพบว่าหลังจากการติดตั้งสิ่งกีดขวางการฆ่าตัวตายในเดือนมิถุนายน ปี 2003 จำนวนผู้เสียชีวิตจากสะพานดังกล่าวลดลงจาก 9 รายต่อปีเหลือเกือบศูนย์ราย แต่การฆ่าตัวตายจากสะพานอื่น ๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงกลับเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยที่มุ่งเน้นไปที่ผู้ที่ถูกเกลี้ยกล่อมโน้มน้าวหรือถูกป้องกันไม่ให้กระโดดจากสะพานโกลเดนเกตได้นำเสนอความคิดเห็นที่ตรงกันข้าม

ในปี 1978 ริชาร์ด เซเดน ซึ่งขณะนั้นเป็นจิตแพทย์ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ได้ตีพิมพ์การศึกษาเกี่ยวกับชีวิตของผู้คนที่ถูกยุติความพยายามในการกระโดดจากสะพานระหว่างปี 1937 ถึง 1971

A suicide intervention at the Golden Gate Bridge in 1941

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นับตั้งแต่เปิดใช้งานในปี 1937 มีการประมาณการว่ามีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายที่สะพานนี้มากกว่า 1,800 คน

“เสียงในหัว”

เซเดนพบว่าในจำนวน 515 คน มีเพียง 25 คนเท่านั้นที่ต่อมาได้ฆ่าตัวตายสำเร็จ

“สิ่งนี้เป็นแรงผลักดันให้ครอบครัวออกมาพูดและแบ่งปันความเศร้าของเราสู่สาธารณะ เพื่อทำให้ผู้คนเข้าใจว่าไม่จำเป็นต้องมีใครเสียชีวิต” เดย์นา วิตเมอร์ สมาชิกบอร์ดมูลนิธิสะพานเรล ซึ่งสูญเสียลูกชายของเธอ แมทธิว ที่สะพานโกลเดนเกต กล่าวกับบีบีซี

“พวกเราไม่ต้องการให้ครอบครัวอื่นต้องทนกับสิ่งที่เราเจอการสูญเสียที่จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต และเรารู้ว่าตาข่ายเหล่านี้จะสร้างความแตกต่างได้”

ตามรายงานของสำนักงานเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพของทศมณฑลมาริน ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลกรณีการเสียชีวิตที่สะพานโกลเดนเกต ระบุว่า เกือบ 60% ของผู้ที่กระโดดฆ่าตัวตายมีอายุต่ำกว่า 45 ปี

ดร.ชาร์ล็อตต์ โทเดลลิอุส นักอาชญาวิทยาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีชาลเมอร์สในสวีเดน ได้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับอิทธิพลของสิ่งกีดขวางทางกายภาพหรือเครื่องกั้น ต่อการพยายามฆ่าตัวตาย

เธอพบว่าสิ่งกีดขวางเหล่านี้มีประสิทธิภาพอย่างมากในการยับยั้งป้องกันไม่ให้คนหนุ่มสาวพยายามฆ่าตัวตายในสถานที่ต่าง ๆ เช่น สะพาน ถนน และสถานีรถไฟ

“ฉันสังเกตเห็นว่าคนหนุ่มสาวฆ่าตัวตายแตกต่างจากผู้ใหญ่ พวกเขามักจะกระทำอย่างฉับพลันและหุนหันพลันแล่น พวกเขาอาจไม่ได้ต้องการตายจริง ๆ แต่อยากให้บางสิ่งมาหยุดพวกเขา”

Dayna Whitmer during the construction of the Golden Gate safety nets

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เดย์นา วิตเมอร์ ซึ่งสูญเสียลูกชายของเธอที่สะพานโกลเดนเกต เป็นผู้สนับสนุนอย่างแข็งขันในการติดตั้งตาข่ายป้องกัน

นี่คือสถานการณ์ที่เควิน ไฮนส์ รู้จักเป็นอย่างดี เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ปี 2000 เขาเดินทางโดยรถบัสจากใจกลางเมืองซานฟรานซิสโกไปยังสะพานโกลเดนเกต ในช่วงที่เขาต่อสู้กับโรคไบโพลาร์อย่างหนัก หลังจากได้ยินเสียงในหัว “บอกให้เขาตาย” ระหว่างการเดินทาง เขาได้ทำสิ่งที่เขาเรียกว่า “คำสัญญากับตัวเอง”

“ถ้ามีใครสักคนถามผมว่าผมสบายดีไหม หรืออะไรประมาณนั้น ผมจะบอกพวกเขาทุกอย่างและขอให้พวกเขาช่วย”

แต่แทนที่จะมีใครถามเรื่องนี้ คนเดียวที่เข้ามาหาไฮนส์คือ นักท่องเที่ยวที่ขอให้เขาช่วยถ่ายรูปให้ หลังจากนั้นไม่นาน ไฮนส์ก็กระโดดข้ามรั้วที่ไม่สูงมากนั้นไป เหมือนกับผู้รอดชีวิตไม่กี่คนที่ออกมาพูดต่อสาธารณะ เขาเสียใจทันทีหลังจากที่ร่างของเขาเริ่มตกลงไปเป็นเวลา 4 วินาทีสู่มหาสมุทรแปซิฟิก

“ตาข่ายคงจะหยุดผมถ้าผมกระโดด แต่ผมก็คิดว่าผมคงจะไม่พยายามกระโดด ถ้ามันถูกติดตั้งไว้แล้ว” ไฮนส์เชื่อเช่นนั้น

“ผมคิดว่าทันทีที่ผู้คนรู้ว่า พวกเขาไม่สามารถตายได้จากการกระโดดสะพานโกลเดนเกตได้อีกต่อไป การพยายามฆ่าตัวตายจะหยุดลง”

ผู้อ่านที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยสามารถติดต่อสายด่วนสุขภาพจิตได้ที่เบอร์ 1321