You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
โฉมหน้าปฏิบัติการ "เผด็จศึก" กลุ่มฮามาสของอิสราเอล จะมีหน้าตาอย่างไร
ผู้นำอิสราเอลประกาศว่า จะขจัดกลุ่มฮามาสออกไปจากผืนโลก และฉนวนกาซาจะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป และตอนนี้ กองทัพอิสราเอลได้เริ่มการบุกโจมตีฉนวนกาซาภาคพื้นดินแล้ว แบบ “จำกัดวง”
เป้าหมายของปฏิบัติการ “ซวอร์ด ออฟ ไอเอิร์น” หรือ “ดาบเหล็ก” มีความทะเยอทะยานมากกว่าปฏิบัติการใด ๆ ในกาซาก่อนหน้านี้ แต่นี่เป็นปฏิบัติการที่เป็นไปได้จริงแค่ไหน
เพราะการบุกโจมตีฉนวนกาซา หมายถึงการต่อสู้แบบสงครามเมือง ทหารต้องไล่ตรวจสอบบ้านเรือนทีละหลัง ซึ่งเป็นภัยต่อความปลอดภัยของประชาชนอย่างมาก ในห้วงเวลาที่การโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ทำให้ชาวปาเลสไตน์ในกาซากว่า 400,000 คนต้องไร้ที่อยู่อาศัย
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีตัวประกันอีกอย่างน้อย 150 คน กระจัดกระจายอยู่ทั่วกาซา ในสถานที่ที่ยังไม่ทราบแน่ชัด
ไม่เพียงเท่านั้น การส่งกองกำลังขนาดใหญ่เข้าไปในฉนวนกาซา ที่ประชากรอาศัยอยู่อย่างแออัด จะเป็นปฏิบัติการที่สร้างความสูญเสียเป็นจำนวนมาก
ขอบเขตของปฏิบัติการภาคพื้นดินของกองทัพอิสราเอล ก็ยังไม่แน่ชัด ไม่ว่าจะสิ้นสุดที่ไหน และยาวนานเท่าไร
บีบีซีชวนคุณผู้อ่านวิเคราะห์ว่า ปฏิบัติการภาคพื้นดินของอิสราเอล จะมีโฉมหน้าเช่นใด
ทำไมต้องสั่งอพยพ
ก่อนหน้านี้ กองทัพอิสราเอลได้เตือนประชาชนในฉนวนกาซา กว่า 1.1 ล้านคนให้อพยพภายใน 24 ชั่วโมง โดยมีเส้นตายช่วงเช้าตรู่วันนี้ (14 ต.ค.) ตามเวลาในไทย ระหว่างนั้น ทหารอิสราเอลหลายหมื่นนาย พร้อมรถถัง และอาวุธหนัก ได้เข้าประชิดพรมแดนติดกับฉนวนกาซา
ย้อนไปเมื่อปี 2014 ทหารราบอิสราเอลเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ จากกับระเบิดต่อต้านรถถัง สไนเปอร์ และการลอบโจมตี ทำให้พลเรือนหลายร้อยคนถูกลูกหลงเสียชีวิต ในพื้นที่ทางตอนเหนือของกาซาซิตี
นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่อิสราเอลเรียกร้องให้ พลเรือนในพื้นที่ทางตอนเหนือ อพยพลงใต้
เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ?
กองทัพอิสราเอลยืนยันเมื่อช่วงเช้าตามเวลาในไทย ของวันที่ 14 ต.ค. ว่าได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินแล้ว แต่เป็นแบบ “จำกัดวง” เพื่อ “ขจัดภัยคุกคามจากเครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มก่อการร้าย” ไม่เพียงเท่านั้น กองกำลังป้องกันอิสราเอล ยังจะรวบรวมหลักฐาน เพื่อใช้ในการช่วยเหลือตัวประกันด้วย
พล.ต.อามอส กีเลียด ทหารผ่านศึกของกองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือ ไอดีเอฟ เคยเข้าร่วมในปฏิบัติการโจมตีกาซาครั้งก่อน ๆ และให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า เป้าหมายแรกของกองทัพอิสราเอล คือ การจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อระดมเสียงสนับสนุนจากประชาชน ต่อมาตรการต่อ ๆ ไป ซึ่ง นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนธันยาฮู ของอิสราเอล ได้จัดตั้งรัฐบาลฉุกเฉิน และคณะรัฐมนตรีสงคราม ร่วมกับฝ่ายค้าน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 ต.ค.
สำหรับการเตรียมการทางทหารนั้น อิสราเอลระดมพลทหารหลายหมื่นนาย ประชิดพรมแดนมาหลายวันแล้ว ก่อนหน้านั้น ก็ได้เรียงระดมพลทหารสำรองกว่า 300,000 นาย เพื่อเสริมกำลังทหารที่มีอยู่กว่า 160,000 นาย
ทีมข่าวบีบีซีได้พูดคุยกับทหารหลายนาย ที่ประชิดพรมแดนติดกับกาซา ดูเหมือนว่า ขวัญกำลังใจของพวกเขาจะดี และพร้อมจะต่อสู้
นิสซิม อยู่ในศรีลังกา ตอนที่ได้ยินข่าวกลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอล และขึ้นเครื่องบินแรกหลังจากนั้นกลับมาอิสราเอล เพื่อเข้าร่วมในหน่วยปฏิบัติการของเขา “นี่คือบ้านของเรา เราต้องต่อสู้เพื่อบ้านของเรา” เขากล่าว
ชูกิ ลาออกจากงานขายทันที “เราอยากให้มีสันติสุข” เขาบอกบีบีซี “แต่โชคร้าย ที่มันเป็นไปไม่ได้ เรามีความสุขกับชีวิต ดังนั้น เราจำเป็นต้องต่อสู้เพื่อสิทธิการมีชีวิต”
ชาวอิสราเอลดูเหมือนจะพร้อมใจกันเรียกร้องให้ดำเนินมาตรการเด็ดขาดกับกาซา
ซักซ้อมกันมานานแล้ว
แผนการบุกโจมตีกาซาอย่างละเอียด เป็นความลับทางการทหารของอิสราเอล แต่ต้องยอมรับว่า อิสราเอลเตรียมความพร้อมมานานหลายปีแล้ว รวมถึงการฝึกฝนทหารภายในศูนย์การรบแบบสงครามเมือง ในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ ที่ได้รับขนานนามว่า “มินิกาซา” ซึ่งใช้งบก่อสร้างไปหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทหารอิสราเอลที่เข้ารับการฝึกรบในสมรภูมิเมือง จะต้องปฏิบัติการภายในเขาวงกตขนาดยักษ์ ที่เต็มไปด้วยอาคารและอุโมงค์ ซึ่งเชื่อว่า กลุ่มฮามาสได้สร้างเครือข่ายอุโมงค์ไว้มากกว่า 1,000 จุด
ยาคอฟ คัตซ์ อดีตบรรณาธิการของเยรูซาเลม โพสต์ และผู้เขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับกองทัพอิสราเอล ระบุว่า กองทัพได้ออกแบบปฏิบัติการเฉพาะทาง สำหรับกองกำลังหน่วยปฏิบัติพิเศษ ที่เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นวิศวกร และการใช้รถแทรกเตอร์หุ้มเกราะ ควบคู่ไปกับรถถังและทหารราบ
สมรภูมิเมืองและอุโมงค์
พล.ต.ยาคอฟ อะมิดโรร์ อดีตผู้บัญชาการไอดีเอฟ และที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของอิสราเอล ยอมรับว่า การต่อสู้กับกลุ่มฮามาสในกาซา เป็นเรื่องท้าทาย เพราะกลุ่มฮามาสคงได้วางกับระเบิด และระเบิดทำมือไว้ที่ทางเข้า เช่นเดียวกับจุดต่าง ๆ ตามท้องถนนแคบ ๆ
อิสราเอลเชื่อว่า ฮามาสมีกองกำลังราว 30,000 คน มีอาวุธส่วนใหญ่เป็นปืนไรเฟิลอัตโนมัติ เครื่องยิงลูกระเบิด และขีปนาวุธต่อต้านรถถัง ซึ่งอาวุธบางชิ้นมาจากรัสเซีย
ฮามาสยังมีคลังจรวดจำนวนมาก ที่ใช้สำหรับการยิงโจมตีอิสราเอล โดย ยาคอฟ คัตซ์ ระบุว่า ฮามาสยังผลิตโดรนขนาดเล็กด้วยตนเอง รวมถึงโดรนพลีชีพอีกด้วย
แต่ฮามาสก็มีอาวุธจำพวก ขีปนาวุธยิงจากพื้นดินสู่อากาศแบบประทับบ่า ที่ค่อนข้างจำกัด และที่สำคัญ ฮามาส ไม่มีรถหุ้มเกราะ รถถัง และอาวุธหนัก เหมือนที่อิสราเอลมี
อิสราเอลยังมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสมรภูมิในอุโมงค์ รวมถึงหน่วยวิศวกรเรียกว่า “ยาฮาลอม” และหน่วย “โอเค็ตซ์” ซึ่งเชี่ยวชาญการใช้สุนัขในการจู่โจม
คัตซ์ วิเคราะห์ว่า อิสราเอลจะพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าไปในอุโมงค์หากเป็นไปได้ เพราะฮามาสรู้จักอุโมงค์เหล่านี้มากกว่า ดังนั้น อิสราเอลอาจใช้การระดมขว้างระเบิดเข้าไปเพื่อทำลายอุโมงค์ไปเลย
ชะตากรรมของตัวประกัน
ชะตากรรมของเหล่าตัวประกัน 150 คน ที่กลุ่มฮามาสลักพาตัวมาจากอิสราเอล ทำให้ปฏิบัติการภาคพื้นดินครั้งนี้ สลับซับซ้อน
พล.ต.กีเลียด เคยอยู่ในทีมเจรจาที่นำมาสู่การปล่อยตัวทหารอิสราเอล คือ กีแลด ชาลิต ที่ถูกกลุ่มฮามาสควบคุมตัวนาน 5 ปี ระหว่างปี 2006-2011 เงื่อนไขการปล่อยตัวเขา คือ แลกกับนักโทษปาเลสไตน์ 1,000 คน
พล.ต.กีเลียด จึงมองว่า ในขณะที่กองทัพต้องพิจารณาความปลอดภัยของตัวประกันอย่างมาก “แต่หากกองทัพไม่ทำอะไรให้ชัดเจน อาจจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ท้าทายยิ่งกว่า”
ด้าน พล.ต.อะมิดโรร์ ระบุว่า ตัวประกันจะไม่เป็นอุปสรรคต่อปฏิบัติการโจมตีมากนัก “เราจะสู้กับฮามาสจนถึงที่สุด และเราก็จะพบกับตัวประกันเหล่านั้น ระหว่างปฏิบัติการเอง”
แผน “เผด็จศึก” กลุ่มฮามาส
อิสราเอลทำสงครามกับกลุ่มฮามาสมา 4 ครั้งแล้ว แต่ทุกครั้ง ก็ไม่สามารถหยุดยั้งกลุ่มฮามาสไม่ให้ยิงจรวดโจมตีอิสราเอลต่อไปได้
ส่วนเป้าหมายของรัฐอิสราเอลในครั้งนี้ คือทำลายฮามาสให้สิ้นซาก
พล.ต.กีเลียด ที่รับราชการในกองกำลังป้องกันอิสราเอลมา 30 ปี ระบุว่า เป้าหมายการขจัดฮามาสในปฏิบัติการครั้งนี้ ถือว่าชัดเจนกว่าปฏิบัติการในฉนวนกาซาครั้งก่อน ๆ ของอิสราเอล ที่เน้นไปที่ “การจำกัดความเสียหาย”
แต่ในครั้งนี้ เขาระบุว่า “เราจำเป็นต้องทำในสิ่งที่ใหญ่กว่านั้น” และปฏิบัติการทางทหารที่เด็ดขาด เป็นสิ่งที่เขาเชื่อว่า จะปกป้องอิสราเอลจากศัตรูอื่น ๆ อาทิ กลุ่มฮิชบอลเลาะห์ และอิหร่าน
คัตซ์เชื่อว่า เป้าหมายของอิสราเอลยังเป็นในเชิงปฏิบัติด้วย คือ การทำให้มั่นใจว่ากลุ่มฮามาสจะไม่มีศักยภาพทางทหารที่จะโจมตีอิสราเอลได้อีก เขาระบุว่า “อิสราเอลไม่ได้ต้องการเข้าไปยึดครองกาซา แล้วต้องมาดูแลคนอีก 2 ล้านคนที่เป็นปฏิปักษ์กับอิสราเอลหรอก”
อย่างไรก็ดี ประวัติศาสตร์ช่วงไม่นานมานี้ สะท้อนให้เห็นว่า การบุกโจมตีภาคพื้นดิน มักจะไม่เป็นไปตามแผนเสมอไป
แม้แต่กองทัพที่ล้ำหน้าที่สุด ก็หยุดชะงักและเจอปัญหาได้เหมือนกัน ยกตัวอย่าง สิ่งที่เกิดขึ้นกับกองทัพสหรัฐฯ ในอิรักและอัฟกานิสถาน รวมถึงการบุกโจมตียูเครนของกองทัพรัสเซีย
พล.ท.เซอร์ ทอม เบคเค็ตต์ จากสถาบันยุทธศาสตร์ศึกษา มองว่า ปฏิบัติการภาคพื้นดินภายในฉนวนกาซา ซึ่งมีความยาวราว 41 กิโลเมตร และกว้าง 10 กิโลเมตร แม้จะไม่ได้มีขนาดใหญ่เหมือนอิรัก อัฟกานิสถาน และยูเครน แต่ผลลัพธ์ก็เกินกว่าจะคาดเดา
“อันที่จริง อิสราเอลไม่มีตัวเลือกที่ดีเลยในการบุกโจมตีฉนวนกาซา ไม่ว่าปฏิบัติการจะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน และขจัดฮามาสที่เป็นองค์กรทางทหารได้ดีเท่าไร แต่อิทธิพลของฮามาส และแรงสนับสนุนจากประชากร จะทำให้ขบวนการฮามาสในเชิงอุดมการณ์ดำเนินต่อไป”
“อิสราเอลมีทางเลือกแค่เข้าไปยึดครองกาซา เพื่อควบคุม หรือ ถอนทหารออกมาหลักโจมตีไปได้ระดับหนึ่ง ทิ้งไว้แต่พื้นที่ที่ประชาชนยังคงแสดงการต่อต้านอิสราเอลต่อไป”