มติสภา 319:145 โหวตหนุน แพทองธาร ชินวัตร นั่งนายกฯ คนที่ 31

นักการเมืองพรรคเพื่อไทยกรุยทางให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ว่าที่นายกฯ คนที่ 31 เดินขึ้นสู่จุดแถลงข่าวกับสื่อมวลชน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นักการเมืองพรรคเพื่อไทยกรุยทางให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ว่าที่นายกฯ คนที่ 31 เดินขึ้นสู่จุดแถลงข่าวกับสื่อมวลชน

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติ “เห็นชอบ” ให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ด้วยคะแนนเสียง 319 ต่อ 145 เสียง โดยมี 6 สส. พรรคไทยสร้างไทยยกพรรค และพรรคเสียงเดียวอีก 3 พรรค ร่วมโหวตสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ จากเพื่อไทยด้วย

น.ส.แพทองธาร ว่าที่นายกฯ คนใหม่ แถลงขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่จากตัวแทนประชาชนที่มอบให้เธอ ระบุว่าจะทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ พร้อมเปิดเผยประโยคที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คนที่ 23 บิดา บอกกับเธอว่า “ดีใจที่มีหวังที่จะได้เห็นลูกสาวได้รับตำแหน่งก่อนที่ท่านจะเป็นอัลไซเมอร์หรืออะไรไป”

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เกิดขึ้นในเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (16 ส.ค.)

นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว และเลขาธิการพรรคพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นผู้เสนอชื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรค พท. เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้รับรอง 291 คน และไม่มีสมาชิกเสนอชื่ออื่นแข่ง แม้มีแคนดิเดตที่มีคุณสมบัติครบถ้วนอีก 6 คน จาก 5 พรรคการเมืองก็ตาม

เธอไม่ปรากฏตัวที่อาคารรัฐสภา ย่านเกียกกาย ในวันนี้ (16 ส.ค.) เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2560 และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 2562 ไม่ได้กำหนดให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ต้องแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมสภาแต่อย่างใด แต่ น.ส.แพทองธาร เดินทางไปติดตามผลการโหวตเลือกนายกฯ ที่อาคารวอยส์ทีวี ถ.วิภาวดีรังสิต

การโหวตเลือกนายกฯ คนใหม่เกิดขึ้นภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 5 ต่อ 4 ให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก “ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” และ “มีพฤติกรรมอันเป็นการ“ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง” จากกรณีแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในการปรับ ครม. “เศรษฐา 1/1” ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ

ต่อมา พรรคร่วมรัฐบาลเดิมเปิดแถลงยืนยันว่าจะสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ จากพรรค พท. ต่อไป

อิ๊งและสามี

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, แพทองธาร ชินวัตร และ ปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี เดินทางไปติดตามผลการโหวตเลือกนายกฯ คนที 31 ที่อาคารวอยส์ทีวี ถ.วิภาวดีรังสิต

ในการลงมติเลือกนายกฯ จะใช้การลงคะแนนโดยเปิดเผย ด้วยการขานชื่อสมาชิกตามลำดับตัวอักษร แล้วให้เอ่ยคำว่า “เห็นชอบ” “ไม่เห็นชอบ” หรือ “งดออกเสียง”

ผู้ได้รับเลือกเป็นนายกฯ ต้องมีคะแนน “เห็นชอบ” มากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ หรือ 248 เสียง จาก สส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ทั้งหมด 493 เสียง

สำหรับ 11 พรรคร่วมรัฐบาล รวม 314 เสียง ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย (141 ที่นั่ง), พรรคภูมิใจไทย (70 ที่นั่ง ไม่นับ 1 สส. ที่อยู่ระหว่างหยุดปฏิบัติหน้าที่), พรรคพลังประชารัฐ (40 เสียง), พรรครวมไทยสร้างชาติ (36 ที่นั่ง), พรรคชาติไทยพัฒนา (10 ที่นั่ง), พรรคประชาชาติ (9 ที่นั่ง), พรรคชาติพัฒนา (3 ที่นั่ง), พรรคเพื่อไทรวมพลัง (2 ที่นั่ง), พรรคเสรีรวมไทย (1 ที่นั่ง), พรรคพลังสังคมใหม่ (1 ที่นั่ง), พรรคท้องที่ไทย (1 ที่นั่ง)

ขณะที่พรรคการเมืองที่ไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมรัฐบาล และเตรียมเป็นฝ่ายค้านมีทั้งสิ้น 8 พรรค รวม 179 เสียง ประกอบด้วย พรรคประชาชน หรืออดีตก้าวไกลเดิม (143 ที่นั่ง), พรรคประชาธิปัตย์ (25 ที่นั่ง), พรรคไทยสร้างไทย (6 ที่นั่ง), พรรคเป็นธรรม (1 ที่นั่ง), พรรคประชาธิปไตยใหม่ (1 ที่นั่ง) พรรคครูไทยเพื่อประชาชน (1 ที่นั่ง), พรรคใหม่ (1 ที่นั่ง), พรรคไทยก้าวหน้า (1 ที่นั่ง)

อนุทิน ชาญวีรกูล และลูกพรรคภูมิใจไทย 70 คนโหวตสนับสนน แพทองธาร เป็นนายกฯ แบบไม่แตกแถว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, อนุทิน ชาญวีรกูล และลูกพรรคภูมิใจไทย 70 คนโหวตสนับสนน แพทองธาร เป็นนายกฯ แบบไม่แตกแถว

319 เสียงหนุน แพทองธาร มาจากไหน

เวลา 11.20 น. ที่ประชุมสภาเริ่มกระบวนการโหวตเลือกนายกฯ คนใหม่ โดยใช้เวลาราว 1 ชม.

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประกาศผลการลงมติอย่างเป็นทางการ โดยที่ประชุมสภามีมติ 319 ต่อ 145 เสียง เห็นชอบให้ น.ส.แพทองธาร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีสมาชิกงดออกเสียง 27 เสียง และไม่ลงคะแนน 2 เสียง

เมื่อคะแนนเสียง “เห็นชอบ” มากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่ของสภา หรือ 248 จากทั้งหมด 493 เสียง จึงถือว่า น.ส.แพทองธาร ได้รับความไว้วางใจเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31

บีบีซีไทยตรวจสอบพบว่า 11 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลต่างโหวตสนับสนุน น.ส.แพทองธารแบบไม่แตกแถว โดยมีเพียง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค พปชร. ไม่ปรากฏการลงคะแนน ซึ่งประธานสภาระบุว่าทั้งคู่แจ้งลาการประชุม โดยทั้ง 2 คนนี้เคยลาประชุมมาแล้วในคราวโหวตเลือกนายเศรษฐาเป็นนายกฯ เมื่อ 22 ส.ค. 2566

ส่วนอีก 2 เสียงของรัฐบาลที่หาย เป็นเสียงของคนบนบัลลังก์คือ ประธานวันนอร์ สังกัดพรรค ปช. กับนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภา จากพรรค พท. ที่ลงคะแนน “งดออกเสียง” เพื่อรักษาความเป็นกลางทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม มีเสียงของพรรคที่ไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมรัฐบาลมาเติมคะแนนให้ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร เพิ่มเติมอีก 9 เสียง โดยมาจาก 6 สส. พรรคไทยสร้างไทยแบบยกพรรค นำทีมโดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ และมาจากพรรคเสียงเดียวอีก 3 คน ได้แก่ พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคครูไทยเพื่อประชาชน, พรรคใหม่ ทั้งนี้ 3 สส. จากพรรคเสียงเดียวนี้ก็เคยโหวตสนับสนุนนายเศรษฐมาก่อนเช่นกัน

ขณะที่ สส. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ทั้ง 25 คน ลงมติ “งดออกเสียง” แบบไม่มีใครแตกแถวแม้แต่คนเดียว

CG

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ชี้แจงว่า เหตุที่ 6 สส. พรรค ทสท. โหวตสนับสนุน น.ส.แพทองธาร เพราะต้องการให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ มีนายกฯ มาบริหารประเทศ อีกทั้งพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ไม่ได้มีมติใด ๆ โดยให้แต่ละพรรคไปคุยกันเอง โดยพรรค ทสท. ก็ไม่ได้มีมติในเรื่องนี้ มีเพียงการหารือในหมู่ สส. 6 คนเท่านั้น จึงไม่ได้เป็น “งูเห่า” ตามที่สื่อไปพาดหัวข่าว พร้อมยืนยันว่า สถานะของ ทสท. “วันนี้ยังเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน”

ส่วนการโหวตของ 6 สส. ทสท. จะถือเป็นการ “ลอยแพ” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้ก่อตั้งพรรค และอดีตหัวหน้าพรรค ทสท.หรือไม่ นายฐากรปฏิเสธ โดยบอกว่า “ใครจะกล้าไปลอยแพคุณหญิง ผมกลัวแต่คุณหญิงจะลอยแพพวกเรามากกว่า เดี๋ยวเราจะไม่มีที่ยืน ไม่มีที่อยู่"

ทักษิณ ดีใจ “เห็นลูกสาวได้รับตำแหน่งก่อนเป็นอัลไซเมอร์”

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ว่าที่นายกฯ คนที่ 31 กล่าวขอบคุณเสียงโหวตจากตัวแทนประชาชนทุกคน พร้อมระบุว่า “ดิฉันและทีมคิดว่าเราจะทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถไม่ว่าจะเป็นหน้าที่อะไรก็ตามที่ได้รับมอบหมาย” และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นใจว่าเราสามารถสร้างโอกาส พัฒนาคุณภาพชีวิต เพิ่มอำนาจให้แก่คนไทยทุกคนได้

ในระหว่างเปิดแถลงข่าวที่อาคารวอยส์ทีวีในเวลา 14.20 น. มีรัฐมนตรี สส. และผู้บริหารพรรค พท. ร่วมให้กำลังใจอย่างคับคั่ง โดย น.ส.แพทองธาร มีอาการประหม่าและตื่นเต้นอย่างเห็นได้จน จนเจ้าตัวต้องขอพักสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนยอมรับว่า “ทำไมตื่นเต้นมากไม่รู้ มือสั่นเลย พูดลิ้นพันกัน ต้องขอโทษด้วย” จากนั้นเธอหันไปมองหน้านักการเมืองที่ยืนเรียงกันเป็นแผงด้านหลังของเธอ ก่อนพูดขึ้นว่า “ตื่นเต้นจริงอะ ทำไงดีอะ” ทำให้ สส. พากันตะโกนว่า “สู้ ๆ”

น.ส.แพทองธาร แสดงความเชื่อมั่นว่า เธอจะสามารถจัดการกับความกดดันได้ “ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในการเมือง ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนที่ดีที่สุด เก่งที่สุดในห้อง แต่คิดเสมอว่าเรามีแรงผลักดันที่ชัดเจน และเรามีทีมที่ดี เราโชคดีตรงนี้ที่ทีมเข้มแข็ง มีประสบการณ์ มีความตั้งใจ และคิดไปในแนวทางเดียวกับเรา อันนั้นคือสิ่งที่อิ๊ง value (ให้คุณค่า) มาก ๆ ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งตรงไหนก็ตาม เมื่อเรามีทีมที่ดี เราก็จะประสบความสำเร็จได้”

เธอยังตอบคำถามของสื่อต่างประเทศที่ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายวันพุธจนถึงวันนี้ กระทบต่อความรู้สึกคุณอย่างไร จนกระทั่งได้รับคำยืนยันว่าเป็นนายกฯ โดยกล่าวว่า มันมีหลากหลายความรู้สึกแม้กระทั่งตอนนี้ นั่นคือเหตุผลที่ดิฉันบอกว่ารู้สึกตื่นเต้น ไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานมากแล้ว ดิฉันรู้สึกสับสน ไม่รู้ต้องทำอย่างไรเมื่อผลออกมา ดิฉันรู้สึกแย่มาก เพราะไม่ได้หวังเลยว่าผลจะออกมาเลวร้ายขนาดนั้น”

หัวหน้าพรรค พท. ยังบอกด้วยว่ารู้สึก “เจ็บปวด” และ “เศร้าใจ” ที่ทราบข่าวการปลดนายเศรษฐา ขณะเดินทางกลับจากประเทศจีน ตอนอ่านข่าวในโทรศัพท์มือถือ ไม่คิดว่ามันจะออกมาเช่นนี้ เสียใจมาก จากนั้นก็เรียกตัวเองกลับมา ดิฉันคุยกับคุณเศรษฐา ครอบครัว คุยกับหลายคนในพรรค และตัดสินใจว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อชาติ และพรรค ดิฉันหวังยังว่าจะทำให้ดีที่สุดเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า นั่นคือสิ่งที่ดิฉันพยายามทำ”

อย่างไรก็ตาม ว่าที่นายกฯ คนใหม่ ไม่ได้ตอบคำถามหลายข้อ ไม่ว่าจะเป็น สนใจจะควบ รมว.กลาโหมหรือไม่ สานต่อนโยบายของอดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน หรือไม่ โดยขอรอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งก่อน

นักการเมืองเพื่อไทยปรบมือให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่แสดงอาการประหม่าขณะแถลงข่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นักการเมืองเพื่อไทยปรบมือให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่แสดงอาการประหม่าขณะแถลงข่าว

ในระหว่างรอลุ้นคะแนนโหวตเลือกนายกฯ มีสมาชิกครอบครัว ได้แก่ นายปิฏก สุขสวัสดิ์ สามี, นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค พี่ชาย, น.ส.พินทองทา คุณากรวงศ์ หรือเอม พี่สาว ร่วมด้วย ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร บิดา และคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ มารดา ไม่ได้มาร่วมแต่อย่างใด แต่ทั้งคู่ได้โทรศัพท์มาหาเธอ

“เมื่อได้รับโปรดเกล้าฯ แล้วก็ขอให้ทำเต็มที่ มีการแซวว่า ‘ก็ดีใจที่มีหวังที่จะได้เห็นลูกสาวได้รับตำแหน่งก่อนที่ท่านจะเป็นอัลไซเมอร์หรืออะไรไป’ ท่านบอกอย่างนี้ เพราะท่านก็อายุเยอะแล้ว ก็เป็นการพูดกันเล่น ๆ ก็เป็นกำลังใจให้กันเสมอ” น.ส.แพทองธาร เผยคำพูดของนายทักษิณผ่านการโทรศัพท์แบบเห็นหน้า หรือเฟซไทม์

โอ๊ค-พานทองแท้ กับ เอม-พินทองทา ร่วมแสดงความยินดีกับน้องสาว ภายหลังสภาโหวตเลือกเธอเป็นนายกฯ คนใหม่

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคเพื่อไทย

คำบรรยายภาพ, โอ๊ค-พานทองแท้ กับ เอม-พินทองทา ร่วมแสดงความยินดีกับน้องสาว ภายหลังสภาโหวตเลือกเธอเป็นนายกฯ คนใหม่

อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร วัย 37 ปี เป็นบุตรสาวคนสุดท้องของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คนที่ 23 โดยถือเป็นสมาชิกคนที่ 4 ของครอบครัวชินวัตรที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำรัฐบาล และเป็นนายกฯ หญิงคนที่ 2 ของไทย ตามหลัง “อาปู” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ คนที่ 28

ในการเลือกตั้ง 2566 น.ส.แพทองธาร ซึ่งมีตำแหน่งเป็น “หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย” และแคนดิเดตนายกฯ หมายเลข 1 ของพรรค นำพรรคสีแดงสู้ศึกเลือกตั้งภายใต้คำขวัญ “เลือกเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์” แต่สุดท้ายพรรค พท. ซึ่งเป็นพรรคลูกหลานของพรรคไทยรักไทย (ทรท.) และพรรคพลังประชาชน (พปช.) ต้องพบกับความปราชัยในรอบ 2 ทศวรรษ โดยนำ สส. เข้าสภาได้เพียง 141 คน จากเป้าหมายที่ประกาศไว้ 310 คน

แต่หลังจากพรรค พท. ซึ่งเป็นพรรคอันดับ 2 ของสภาล่าง พลิกมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ส่งนายเศรษฐา ทวีสิน เข้าทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ก็ขยับเข้ามาทำงานที่พรรคเต็มตัว โดยขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค พท. ก่อนขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะนายกฯ คนใหม่ของรัฐบาลที่มีส่วนผสมเดิม