You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
หินอวกาศที่มีธาตุกัมมันตรังสี นำพา “เมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต” มาสู่โลก
หินอวกาศจากนอกโลกบางชนิด สามารถจะผลิตกรดอะมิโน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของการให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุกกาบาตประเภท Carbonaceous Chondrites ที่มีธาตุกัมมันตรังสีปะปนอยู่
นักวิทยาศาสตร์สงสัยกันมานานว่า โลกในยุคเริ่มก่อตัวที่แห้งแล้งไร้ชีวิต ได้กลายมาเป็นดาวเคราะห์ที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตสารพัดชนิดพันธุ์ได้อย่างไร ข้อสันนิษฐานหนึ่งคือการที่อุกกาบาตจำนวนมหาศาลกระหน่ำพุ่งชนโลกในยุคแรกเริ่ม โดยอุกกาบาตเหล่านี้นำพาโมเลกุลน้ำและสารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการให้กำเนิดชีวิตมาด้วย
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ยังไม่แน่ใจว่า อุกกาบาตได้นำเอากรดอะมิโน (amino acid) สารเคมีสำคัญในการสังเคราะห์สารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอมาจากนอกโลกด้วยหรือไม่
ทีมนักชีวะเคมีจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโยโกฮามา (YNU) ของญี่ปุ่น ตีพิมพ์รายงานวิจัยที่พยายามหาคำตอบในประเด็นดังกล่าว ลงในวารสาร ACS Central Science ฉบับล่าสุด โดยระบุว่าได้ทำการทดลองทางเคมี ซึ่งจำลองสภาพภายในอุกกาบาตประเภท Carbonaceous Chondrites ที่อุดมไปด้วยน้ำและสารอินทรีย์ เพื่อดูว่ามันจะสังเคราะห์กรดอะมิโนขึ้นมาเองได้หรือไม่ หากมีธาตุกัมมันตรังสีเข้ามาเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาด้วย
มีการผสมแอมโมเนีย, เมทานอล, และฟอร์มัลดีไฮด์เข้ากับน้ำ ในสัดส่วนที่ตรงกับที่พบในอุกกาบาตชนิด Carbonaceous chondrites จากนั้นนำส่วนผสมดังกล่าวไปรับรังสีแกมมาที่เกิดจากธาตุโคบอลต์-60 เพื่อดูว่าจะเกิดความร้อนมากพอต่อการสังเคราะห์กรดอะมิโนหรือไม่
ผลปรากฏว่าการระดมยิงสารละลายข้างต้นด้วยรังสีแกมมา ทำให้เกิดการสังเคราะห์กรดอะมิโนในอัตราที่พุ่งสูงขึ้นในทันที ซึ่งปริมาณของกรดอะมิโนที่ผลิตได้ในการทดลองครั้งนี้ อยู่ในอัตราเทียบเท่ากับที่พบในอุกกาบาต Murchison น้ำหนัก 100 กิโลกรัม ซึ่งตกลงมาที่ออสเตรเลียเมื่อปี 1969
ผลการวิเคราะห์เพิ่มเติมยังชี้ว่า ต้องใช้เวลายาวนานราว 1,000 - 100,000 ปี กว่าที่หินอวกาศซึ่งมีธาตุกัมมันตรังสีปะปนอยู่ จะสามารถสังเคราะห์กรดอะมิโนได้ในปริมาณเท่ากับที่พบในอุกกาบาต Murchison
อย่างไรก็ตาม กระบวนการผลิตกรดอะมิโนในธรรมชาติยังมีอีกหลายวิธี การเร่งปฏิกิริยาเคมีด้วยกัมมันตรังสีนั้น ถือเป็นเพียงวิธีหนึ่งที่มีความเป็นไปได้สูงเท่านั้น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จะต้องศึกษาและทำการเปรียบเทียบเพิ่มเติมต่อไป