You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
โรงพยาบาลในกาซาแทบ "ล่มสลาย" เชื้อเพลิงใกล้หมด ผู้ป่วย-ทารกแรกเกิด เสี่ยงตาย
ท่ามกลางความหวั่นกลัวว่าพลังงานเชื้อเพลิงทั้งฉนวนกาซากำลังจะหมดหลงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า องค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น เปิดเผยว่า ตอนนี้ โรงพยาบาลจำเป็นต้องรับเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น
ประเด็นนี้ เป็นอีกหนึ่งแรงกดดันต่อสถานการณ์วิกฤตด้านมนุษยธรรมในกาซา ที่ตกเป็นเป้าโจมตีของอิสราเอลมาต่อเนื่องหลายวัน โดยกระทรวงสาธารณสุขของกลุ่มฮามาสรายงานว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในช่วง 2 วันที่ผ่านมา คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 700 ราย
ในขณะเดียวกัน ชาวปาเลสไตน์ที่ไร้บ้านกว่า 600,000 คน ก็ทะลักเกินศักยภาพที่สหประชาชาติจะช่วยเหลือและรองรับได้ ถึง 4 เท่า
ยิ่งอิสราเอลตัดสินใจปิดกั้นการส่งเชื้อเพลิงและพลังงานเข้ามาในกาซา ด้วยเหตุผลว่า อาจถูกฮามาสขโมยไปใช้ประโยชน์ทางการทหาร ก็ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก
อิสราเอลยังอ้างว่า กลุ่มฮามาสจะฉวยโอกาสขโมยและเก็บสะสมนำมันดีเซลระหว่างการลำเลียงเข้ามาไว้แล้วหลายแสนลิตร เพื่อนำไปใช้ในปฏิบัติการทางทหารต่ออิสราเอล และปฏิเสธที่จะแบ่งปันมันให้กับพลเรือน
รุชดิ อาบู อลูฟ ผู้สื่อข่าวบีบีซี ซึ่งปักหลักรายงานข่าวที่โรงพยาบาลหลักในเมืองข่าน ยูนิส ทางตอนใต้ของกาซา บอกว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (25 ต.ค.) โรงพยาบาลทั่วทั้งเมืองต้องปิดทุกแผนก ยกเว้นห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงพลังงาน และใช้ไฟฟ้าเฉพาะที่จำเป็น อย่างอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อช่วยชีวิต เช่น เครื่องช่วยหายใจ, ตู้อบเด็กทารกแรกเกิด และเครื่องฟอกไต เป็นต้น
"สถานการณ์ของโรงพยาบาลในตอนนี้ ถือว่าอยู่ในสถานะล่มสลายอย่างสมบูรณ์แล้ว" โมฮัมเหมด อาบู เซเมยา ผู้อำนวยการของโรงพยาบาลอัล-ชีฟา บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพี
ดร.ริชาร์ด พีเพอร์คอน ผู้แทนจากองค์การอนามัยโลกให้สัมภาษณ์กับบีบีซีก่อนหน้านี้ว่า โรงพยาบาลที่ได้รับการสนับสนุนโดยหน่วยงานของยูเอ็น ตอนนี้ ต้องอาศัยเครื่องปั่นไฟเพื่อจ่ายไฟให้เฉพาะกิจกรรมทางการแพทย์เพื่อรักษาชีวิตผู้ป่วยเท่านั้น
นับตั้งแต่กลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตี อิสราเอลก็ตัดการจ่ายไฟฟ้าเข้ากาซา ทำให้กิจกรรมทุกอย่างในพื้นที่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟสำรองเท่านั้น โดยเฉพาะหลังจากโรงงานไฟฟ้าแห่งเดียวภายในกาซายุติการดำเนินการลง เนื่องจากเชื้อเพลิงหมดไปเมื่อวันที่ 11 ต.ค.
องค์กรด้านมนุษยธรรมและหน่วยการแพทย์ในกาซาเตือนว่า อาจจะมีผู้คนอีกมากที่ต้องเสียชีวิตหากว่า อุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยไม่มีไฟฟ้าหล่อเลี้ยง
ไม่เพียงเท่านั้น หน่วยงานของสหประชาชาติที่ดูแลผู้อพยพชาวปาเลสไตน์ หรือ UNRWA ในกาซา ยังระบุอีกว่า พวกเขาจะต้องยุติปฏิบัติการในกาซาในช่วงกลางคืนของวันพุธที่ผ่านมา หากว่าไม่มีเชื้อเพลิงพลังงานเข้ามาเพิ่มอีก
จากสถานการณ์ที่กำลังดิ่งเหวลงนี้ ทำให้ประชาคมโลกต่างออกมาเรียกร้องให้เพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปยังกาซามากขึ้น เพื่อให้กลุ่มผู้ลี้ภัยกว่า 1.4 ล้านคน ได้รับอาหารรับประทาน, น้ำสะอาดไว้ดื่ม และที่พักพิงที่ถูกสุขลักษณะ
แม้ว่าในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีรถบรรทุกสิ่งของบรรเทาทุกข์อย่างน้อย 60 คันที่ผ่านด่านจากอียิปต์เข้าไปในฉนวนกาซาแล้ว แต่ยังถือว่าเป็นปริมาณอันน้อยนิดเมื่อเทียบกับความต้องการของประชาชน
องค์กรด้านความช่วยเหลือประเมินว่า ชาวกาซาจำเป็นต้องได้รับสิ่งของช่วยเหลือด้วยรถบรรทุกอย่างน้อย 100 คันในแต่ละวัน
ส่วนยอดผู้เสียชีวิตในกาซายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงสาธารณสุขที่ตั้งขึ้นโดยกลุ่มฮามาสรายงานว่า ในช่วง 24 ชม. ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 756 ราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยูที่ 6,547 ราย ในจำนวนนั้นมีเด็กมากถึง 2,704 ราย นับตั้งแต่อิสราเอลตอบโต้กลุ่มฮามาสด้วยการโจมตีทางอากาศ
ถึงกระนั้นก็ตาม กองทัพอิสราเอลบอกเมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา ยังคงมีการโจมตีทางอากาศในกาซาอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างว่า เป้าหมายของการโจมตี คือ โครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มฮามาส อย่างเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดิน, สำนักงานทางการทหาร, คลังเก็บอาวุธ, ฐานยิงจรวดและขีปนาวุธต่อต้านรถถัง
กองทัพอิสราเอลยังระบุว่า ได้โจมตีอุปกรณ์ในปฏิบัติการฉุกเฉินของกลุ่มฮามาส ที่ใช้ปิดขวางบนถนนเพื่อไม่ให้พลเรือนชาวกาซาอพยพไปทางใต้อีกด้วย หลังจากทางการอิสราเอลมีคำสั่งให้พวกเขาหนีมาทางใต้เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากกองทัพอิสราเอลมีแผนการบุกภาคพื้นดิน
ขณะที่ในช่วงกลางคืนของวันอังคารที่ผ่านมา (24 ต.ค.) กองทัพอิสราเอลยังบอกว่า ได้โจมตีกองกำลังในชุดประดาน้ำของฮามาสที่พยายามแทรกซึมเข้ามาทางทะเลด้วย
นอกจากความเสียหายต่อชีวิตในกาซาแล้ว นับตั้งแต่ความขัดแย้งระลอกล่าสุดระหว่างอิสราเอลและฮามาสที่เกิดขึ้น มีชาวอิสราเอลเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1,400 ราย และยังมีผู้ที่ถูกจับไปเป็นตัวประกันอีก 222 คน