เรือหลวงสุโขทัย : แผนค้นหาลูกเรือ 23 นาย วันที่ 5 กับเงื่อนปมสาเหตุเรืออับปาง

เรือหลวงบางระจัน เดินทางถึงจุดที่เรือหลวงสุโขทัยอับปาง เมื่อ 10.30 น. วันนี้ (23 ธ.ค.) เพื่อส่งยานสำรวจใต้นเถ่ายภาพตัวเรือ

ที่มาของภาพ, @prroyalthainavy

คำบรรยายภาพ, เรือหลวงบางระจัน เดินทางถึงจุดที่เรือหลวงสุโขทัยอับปาง เมื่อ 10.30 น. วันนี้ (23 ธ.ค.) เพื่อส่งยานสำรวจใต้น้ำถ่ายภาพตัวเรือ

ปฏิบัติการค้นหาลูกเรือเรือหลวงสุโขทัย ที่ยังสูญหายอีก 23 นาย เข้าสู่วันที่ 5 กองทัพเรือ (ทร.) เพิ่มพื้นที่การค้นหาในทะเลอ่าวไทยเป็น 17 พื้นที่ พร้อมเพิ่มกำลังจากหน่วยเดินเท้าค้นหาตามชายฝั่งและตามหมู่เกาะเขต จ.ชุมพร

ผ่านไปแล้วกว่า 109 ชั่วโมง หลังจากเรือหลวงสุโขทัยอับปางลงเมื่อเวลา 23.30 น. ของคืนวันที่ 18 ธ.ค. หลังจากสองวันที่ผ่านมา ยังไม่พบผู้สูญหายเพิ่มเติม

พล.ร.ท. พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 แถลงเมื่อช่วงเช้าที่ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือหลวงสุโขทัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า การค้นหาจะเพิ่มพื้นที่ไปเรื่อย ๆ และลงเพิ่มพื้นที่ลงทางตอนใต้ของอ่ายไทยมากขึ้น

การค้นหาจะใช้กำลังทางเรือหลัก 4 ลำเท่าเดิม เรือจากทัพภาคที่ 2 เฮลิคอปเตอร์อย่างน้อย 5 ลำ จากของทั้งทัพเรือ กองทัพอากาศ และตำรวจน้ำ และเรือเล็กจากหลายหน่วยงาน พร้อมประสานงาน 3 จังหวัด ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี สนับสนุน

"ความยากคือ การไม่รู้ทิศทางการกระจายของผู้สูญหายจะลอยหรือขึ้นเกาะ" พล.ร.ท.พิชัย กล่าว พร้อมระบุว่าเรื่องสภาพอากาศว่า หย่อมความกดอากาศสูงกำลังเข้ามา ทำให้สภาพคลื่นลมคาดว่าจะเพิ่มแรงขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ทร. จะเร่งค้นหาอย่างเต็มที่

ส่วนภารกิจของเรือหลวงบางระจัน ที่นำยานสำรวจทุ่นระเบิดใต้น้ำหรือยานซีฟอกซ์ (SeaFox) ลงสำรวจบริเวณที่ ร.ล. สุโขทัยจม เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ระบุความคืบหน้าว่าของวันแรกว่า พบว่าคลื่นใต้น้ำแรงมาก ทำให้ไม่สามารถนำยานเข้าใกล้เรือได้ ทำให้วันนี้ (23 ธ.ค.) เรือหลวงบางระจันจะออกปฏิบัติภารกิจเป็นวันที่ 2

ในระหว่างการชี้แจงแผนการค้นหาต่อญาติกำลังพล พล.ร.ท. พิชัย ย้ำกับสื่อมวลชนว่า "ประเด็นต่าง ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ ขออนุญาตไม่ตอบ"

ความคืบหน้าในช่วงครึ่งวันที่ผ่านมา สื่อของ ทร. ระบุว่า เมื่อ 10.30 น. หมู่เรือสำรวจกู้เรือหลวงสุโขทัย โดยเรือหลวงบางระจัน เดินทางถึงจุดที่ เรือหลวงสุโขทัยอับปาง และได้ส่งเจ้าหน้าที่ถอดทำลายอัมภัณฑ์ ดำน้ำลงไปผูกทุ่นตำบลที่ ที่ระดับความลึก 40 เมตร เพื่อทำการพิสูจน์ทราบต่อไป พร้อมกับส่งสำรวจใต้น้ำซีฟอกซ์ดำน้ำถ่ายภาพตัวเรือ

ข้าม X โพสต์ , 1
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก

สิ้นสุด X โพสต์, 1

ข้าม X โพสต์ , 2
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก

สิ้นสุด X โพสต์, 2

จนกระทั่ง 18.48 น. บัญชีทวิตเตอร์ของกองทัพเรือ รายงานว่าเรือหลวงบางระจัน พบร่างผู้เสียชีวิต 1 นาย บริเวณที่ #เรือหลวงสุโขทัยอับปาง แล้วกำลังนำร่างมาที่ท่าเทียบเรือบางสะพานในเวลา 19.00 น. เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ต่อไป

ข้าม X โพสต์ , 3
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก

สิ้นสุด X โพสต์, 3

บริษัทท่าเรือประจวบ เปิดหลักฐาน ร.ล. สุโขทัย ไม่ขอเข้าเทียบท่า ก่อนกลับไปสัตหีบ

หลายปมเงื่อนสำคัญเกี่ยวกับการอับปางของเรือหลวงสุโขทัยเริ่มปรากฏในหลายประเด็น หนึ่งในนั้นคือ ช่วงเวลาการตัดสินใจนำเรือเข้าเทียบท่าที่ท่าเรือน้ำลึกประจวบฯ ในวันเกิดเหตุ

บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด ออกหนังสือ ชี้แจง ข้อเท็จจริงว่า เรือหลวงสุโขทัยได้ติดต่อขอเข้าเทียบเรือมาจริง แต่กลับตัดสินใจไม่เข้าเทียบท่าในที่สุด โดยอ้างหลักฐานการสนทนาทางแอปพลิเคชั่นไลน์ระหว่างท่าเรือและ ร.ล.สุโขทัย ในช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. ก่อนได้รับการติดต่ออีกครั้งตอน 16.46 น. ว่าจะนำเรือกลับเข้าเทียบท่า "เนื่องจากน้ำเข้าเรือ เครื่องยนต์มีปัญหา"

บริษัทท่าเรือประจวบ ออกมาชี้แจง หลังจากมีข่าวในสื่อออนไลน์ อ้างแหล่งข่าวผู้ประสบภัยที่รอดชีวิตจากกรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปาง (ร.ท. สายันต์ กิจเกียรติ์) ระบุว่า "ผู้การขอเข้าจอดที่ท่าเรือบางสะพาน แต่ไม่ได้รับอนุญาต จึงต้องแล่นเรือต่อ ผนังเรือเริ่มฉีกขาดมากขึ้นจากการที่โดนคลื่น มวลน้ำจำนวนมากเข้าตัวเรือ..."

หลักฐานบันทึกรายงานของท่าเรือ ระบุว่า เวลา 12.11 น. ต้นเรือ ร.ล.สุโขทัยติดต่อแผนกบริการท่าฯ ขอให้ถ่ายภาพสภาพคลื่นลมในท่าเรือไปให้ เจ้าหน้าที่แผนกบริการได้ดำเนินการถ่ายคลิปวิดีโอสั้นส่งไปให้ รวมถึงแนะนำให้เรือ ทิ้งสมอในพื้นที่จอดเรือ (Basin)ได้

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ต้นเรือได้รับคลิปวิดีโอ และพิจารณาสภาพคลื่นลมจากวิดีโอแล้ว ได้แจ้งกลับมายังเจ้าหน้าที่บริการท่าว่า ไม่ขอเข้าเทียบและจะเดินทางกลับไปยังสัตหีบ

"เรือไม่ได้เป็นคนไม่ให้เข้าท่า ให้ทางเรือเป็นคนตัดสินใจว่าจะเอาเรือเข้าหรือไม่เข้า ซึ่ง ณ ตอนนั้น เรือหลวงสุโขทัย ยังไม่ถึงท่าเรือประจวบ ยังไม่ได้เข้าท่า" ธนาวุฒิ ธนะไชย นายท่า บจก. ท่าเรือประจวบ กล่าว

ThaiArmedForce ชี้ซากเรือจะไขปริศนาสาเหตุน้ำเข้าเรือ

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. รายการ "เข้มข่าวใหญ่" สถานีโทรทัศน์พีพีทีวี เผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของหนึ่งในลูกเรือผู้รอดชีวิตเมื่อ 20 ธ.ค. โดยลูกเรือคนดังกล่าว เปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. มีคลื่นทะเลและน้ำเริ่มรั่วเข้าบริเวณพื้นห้องชั้นล่าสุด ทหารจึงนำปั๊มน้ำเข้ามาสูบน้ำออก จากนั้นเวลา 16.00 น. เขาได้ยินเสียงนายทหารตะโกนแจ้งว่าเกิดเหตุไฟไหม้บนเรือแต่ก็สามารถควบคุมไว้ได้

หลังจากนั้น เวลาประมาณ 19.00 น. น้ำที่ทะลักเข้าใต้ท้องเรือเริ่มท่วมชั้นล่างสูง จนทหารประจำเรือจึงเรียกให้กลุ่มตัวเองไปอยู่ที่ห้องอาหารชั้นสองแทน

จากลำดับเหตุการณ์และข้อมูลจากกำลังพลรายนี้ รวมกับข้อมูลจากการแถลงของผู้บัญชาการทหารเรือ ทำให้ บรรณาธิการ ThaiArmedForce เว็บไซต์อิสระด้านกิจการทหารของประเทศไทย วิเคราะห์ว่า น้ำเข้าจากบริเวณหน้าเรือ ยากมากที่จะเกิดขึ้น แต่อาจเป็นไปได้จากการเข้าทางประตูกั้นน้ำและฝาฮัทช์ที่อาจปิดไม่ได้ หรือชำรุด

เรือหลวงกระบุรี HTMS Kraburi 457

ที่มาของภาพ, เรือหลวงกระบุรี HTMS Kraburi 457

คำบรรยายภาพ, ภาพหน้าจอเรดาร์เดินเรือของเรือหลวงกระบุรี แสดงถึงการเดินเรือที่ใช้ในการค้นหาและกู้ภัยเพื่อให้เรือสามารถเดินทางครอบคลุมได้ในพื้นที่ที่กำหนดไว้

นอกจากนี้อาจเกิดรอยแตกของฝาครอบปืนบริเวณหน้าเรือ ซึ่งวิเคราะห์ต่อด้วยว่า ไม่น่าจะมีปริมาณมากจนทำให้เรือล่มในระยะเวลาเร็วขนาดนี้ได้ ThaiArmedForce จึงตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า อาจเป็นความผิดปกติหรือรอยแตกของตัวเรือในด้านอื่นหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของตัวเรือบริเวณแนวน้ำหรือใต้น้ำ

 "ถ้าเป็นจริง เราจะไม่เห็นความเสียหาย จากภาพถ่ายที่มีการเผยแพร่ออกมา เพราะว่ารอยแตกด้านซ้ายจะมิดน้ำไป และเรือเอียงไปทางซ้าย ดังนั้น หลักฐานที่ดีที่สุด คือ ปากคำของคนประจำเรือ และการได้ข้อมูลเพิ่มเติม คือ การดูซากเรือด้วยยานสำรวจใต้น้ำ" บรรณาธิการ ThaiArmedForce ระบุ