You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
“ไพทากอรัส” ใช้ถ้วยเล่นกล สั่งสอนขี้เมาชอบรินเหล้าเกินขนาด
ถึงคุณจะไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้วิชาคณิตศาสตร์ แต่ก็น่าจะเคยได้ยินชื่อไพทากอรัสหรือปีทาโกรัส (Pythagoras) ผ่านหูกันมาบ้าง นักปราชญ์ชาวกรีกโบราณผู้นี้คือเจ้าของทฤษฎีบท Pythagorean theorem ซึ่งใช้สามเหลี่ยมมุมฉากคำนวณพื้นที่ได้อย่างแม่นยำและง่ายดาย
แม้ไม่นานมานี้จะมีการเปิดเผยว่า ทฤษฎีบทดังกล่าวมีชาวบาบิโลนเป็นผู้คิดค้นขึ้นมาได้ก่อนไพทากอรัสถึงกว่าหนึ่งพันปี แต่นั่นไม่ได้ทำให้เรื่องราวน่าทึ่งเกี่ยวกับนักปราชญ์ผู้นี้ลดน้อยลง เนื่องจากเขาเคยสร้างวีรกรรมลือลั่นโดยใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มาหลายครั้ง รวมถึงตำนานชวนขบขันเรื่องการใช้ “ถ้วยไพทากอรัส” (Pythagorean cup) ดัดหลังนักเลงสุรายุคโบราณที่ชอบรินเหล้าดื่มจนเกินขนาดอยู่เสมอด้วย
ภาชนะที่เรียกว่าถ้วยไพทากอรัสนั้น ตามตำนานระบุว่าคิดค้นขึ้นโดยไพทากอรัสแห่งซามอส นักปราชญ์คนสำคัญที่มีชีวิตอยู่ในช่วง 569-490 ปีก่อนคริสตกาล แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ใดที่ยืนยันว่าเขาคือผู้ประดิษฐ์ถ้วยมายากลชนิดนี้ขึ้น ส่วนถ้วยไพทากอรัสอายุเก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ในพิพิธภัณฑ์นั้น มาจากยุคศตวรรษที่ 4 ซึ่งเท่ากับว่าทำขึ้นหลังยุคของไพทากอรัสราวหนึ่งพันปีเลยทีเดียว
เมื่อมองเผิน ๆ ถ้วยไพทากอรัสมีลักษณะเหมือนกับจอกสุราหรือแก้วไวน์ที่มีก้านจับค่อนข้างหนา แต่ภายในถ้วยกลับมีส่วนนูนโค้งอยู่ตรงกลางที่ดูแปลกตา หากรินเครื่องดื่มลงในถ้วยไพทากอรัสแต่พอดี โดยระวังไม่ให้ท่วมส่วนนูนโค้งดังกล่าว ถ้วยมายากลนี้ก็จะบรรจุเครื่องดื่มเอาไว้ได้เหมือนกับถ้วยธรรมดาทั่วไป
แต่หากนักดื่มตะกละตะกรามรินเหล้าไวน์ลงในถ้วยมากเกินขนาด เหล้านั้นจะรั่วไหลออกทางก้นถ้วยจนหมด ทำให้หกเลอะเทอะเปรอะเปื้อนผ้าคลุมขาวซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายอันทรงเกียรติของชาวกรีกโบราณ สร้างความอับอายขายหน้าให้กับเหล่าขี้เมาที่เป็นสาวกของไพทากอรัสอย่างยิ่ง
หลายคนอาจเดาได้ว่า กลไกลับที่อยู่ในส่วนนูนโค้งตรงกลางถ้วยนั่นเองที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ประหลาดนี้ขึ้น โดยท่อที่ซ่อนอยู่ภายในจะทำหน้าที่เป็นกาลักน้ำ (siphon) ผองถ่ายลำเลียงเครื่องดื่มส่วนเกินให้ไหลออกไปทางก้นถ้วยจนหมด
พฤติกรรมที่พบในของเหลวดังกล่าว เป็นไปตามทฤษฎีบทภาชนะสื่อสารของปาสกาล (Pascal’s theorem of communicating vessels) ซึ่งบ่งชี้ว่าของเหลวที่ถูกเทลงในภาชนะที่เชื่อมต่อกัน จะเกิดการปรับระดับจนมีปริมาณอยู่ในจุดสมดุลเสมอกันในท้ายที่สุด แต่ในกรณีของถ้วยไพทากอรัสนี้ ภาชนะสองชิ้นที่เชื่อมต่อกันด้วยท่อกาลักน้ำได้แก่ถ้วยสุราขนาดเล็กกับโลกทั้งใบ จึงช่วยไม่ได้ที่เหล้าไวน์ซึ่งมีมากเกินไปในถ้วยไพทากอรัสจะต้องรั่วไหลลงนองพื้น
แม้จะดูเป็นหลักการทางฟิสิกส์ง่าย ๆ แต่กลไกดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งในทางวิศวกรรมมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน เห็นได้จากเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างเช่นอุปกรณ์ควบคุมน้ำในชักโครกไม่ให้ไหลล้นออกมาก็ถือเป็นถ้วยไพทากอรัสชนิดหนึ่งเช่นกัน
แม้จะได้ชื่อว่าเป็นนักคณิตศาสตร์ผู้เคร่งขรึมจริงจัง แต่ตำนานเรื่องถ้วยไพทากอรัสก็แสดงให้เห็นว่า ปราชญ์ชาวกรีกโบราณผู้นี้ชอบหลอกอำผู้คนเป็นงานอดิเรกกับเขาเหมือนกัน ทั้งยังเป็นนักคิดที่มีความเชื่อแปลก ๆ ว่า การโคจรของดวงดาวในจักรวาลถูกควบคุมด้วยท่วงทำนองที่เหมือนกับการสั่นของสายเครื่องดนตรี ส่วนถั่วชนิดต่าง ๆ ที่เรากินกันอย่างเอร็ดอร่อยนั้น แท้จริงคือมนุษย์ที่กลับชาติมาเกิดใหม่
เรื่องที่ไพทากอรัสเชื่อว่า ถั่วคือเพื่อนมนุษย์ที่ตายไปแล้วและหวนกลับมาอีกครั้งในร่างของพืช ทำให้เขาไม่กินถั่วตลอดชีวิตทั้งยังสั่งสอนบรรดาศิษย์และสาวกที่อยู่อาศัยในชุมชนปรัชญาของเขาให้งดกินถั่วทุกชนิดด้วย หลังจากที่ได้ทำการทดลองปลูกถั่วแล้วพบว่า ต้นอ่อนใต้ดินที่มีอายุไม่กี่สัปดาห์ของมันมีรูปร่างไม่ต่างไปจากตัวอ่อนในครรภ์ของมนุษย์
นอกจากจะไม่กินแล้ว สาวกของไพทากอรัสจะต้องไม่บดทำลายเมล็ดถั่วหรือเหยียบย่ำต้นถั่วในทุกกรณี เพราะอาจมีวิญญาณของมนุษย์สิงสถิตอยู่ ซึ่งจะส่งผลให้การกระทำดังกล่าวเป็นบาปร้ายแรงเท่ากับก่อเหตุฆาตกรรมเลยทีเดียว
มีเรื่องเล่าว่าครั้งหนึ่งไพทากอรัสกล่าวสอนให้วัวงดกินถั่ว ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของคนเลี้ยงวัวที่เฝ้ามองอยู่ใกล้ ๆ แต่ภายหลังปรากฏว่าวัวตัวนั้นเชื่อฟังและเลิกกินถั่วเป็นอาหารได้อย่างน่าอัศจรรย์
ทว่าความเชื่อประหลาดนี้ได้นำมาซึ่งจุดจบที่น่าอนาถของไพทากอรัสเอง หลังจากเขาปฏิเสธไม่รับไคลอน (Kylon) บุตรคนชั้นสูงผู้มีอิทธิพลในยุคนั้นเป็นศิษย์ ทำให้ชายคนดังกล่าวแค้นเคืองจนหันไปรวบรวมผู้คนมาบุกโจมตี รวมทั้งเผาทำลายชุมชนที่อยู่อาศัยของไพทากอรัสและสาวก
ตำนานกระแสหนึ่งระบุว่า ในตอนแรกไพทากอรัสสามารถหนีไฟและหลบเลี่ยงฝูงชนที่เข้ามาดักรุมทำร้ายร่างกายได้ แต่ในเวลาต่อมาเขากลับเตลิดหนีเข้าไปในท้องทุ่งที่ใช้ปลูกถั่วแห่งหนึ่ง ทำให้ต้องหยุดยืนนิ่งไม่อาจหลบหนีต่อไปได้ เพราะเกรงจะไปเหยียบย่ำต้นถั่วซึ่งถือเป็นบาปหนักตามความเชื่อของเขา นักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่จึงต้องยอมจำนน โดยถูกสังหารด้วยมีดขณะอยู่ในทุ่งปลูกถั่วแห่งนั้นเอง