ศาลอนุญาตประกันตัว ไอซ์-รักชนก รอดนอนคุก หลังศาลตัดสินจำคุก 6 ปี คดี ม.112 และ พ.ร.บ.คอมฯ

.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ศาลมีคำสั่งให้ประกันตัว ด้วยหลักทรัพย์ 500,000 บาท ทำให้ รักชนก ยังไม่สูญเสียสมาชิกภาพการเป็น สส.

ศาลอาญา รัชดา มีคำพิพากษาจำคุก รักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล 6 ปี ไม่รอลงอาญา ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ แต่ศาลมีคำสั่งให้ประกันตัว ด้วยหลักทรัพย์ 500,000 บาท ทำให้ รักชนก ยังไม่สูญเสียสมาชิกภาพการเป็น สส.

ในวันที่ 13 ธ.ค. 66 ซึ่งถือเป็นวันที่สองของการเปิดสมัยประชุมสภาประจำปีครั้งที่สอง รักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ต้องมาปรากฏตัวที่ศาลอาญา รัชดา

ภารกิจของเธอในวันนี้ คือการมารับฟังคำพิพากษาของศาล จากข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ นี่ถือเป็นคดีแรกเกี่ยวกับสถาบันฯ ที่ สส.สมัยแรกผู้โค่น “บ้านใหญ่” จากการเลือกตั้งต้องเผชิญ

รักชนก ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนรับฟังคำพิพากษาว่า เธอได้ทำเรื่องขอเลื่อนฟังคำพิพากษาไปแล้ว เพราะวันนี้มีภารกิจการประชุมสภาฯ แต่ศาลไม่อนุญาต

คดีนี้ รักชนก ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยถูกกล่าวหาว่าทวิตข้อความที่พาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ในช่วงปี 2564 นอกจากนี้ ยังถูกแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการทวิตและรีทวิตข้อความที่ถูกมองว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาทสถาบันจำนวน 2 ข้อความ

ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกรักชนกเป็นเวลา 6 ปี จากความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ 2 ข้อความ ข้อความละ 3 ปี

ในช่วงเช้าวันนี้ ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยืนยันว่าจะใช้ตำแหน่ง สส. ของตนเอง และเงินจำนวน 3 แสนบาท เพื่อเป็นหลักทรัพย์สำหรับการประกันตัวรักชนก

.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ สส.ก้าวไกล มาให้กำลังใจในช่วงเช้า

อย่างไรก็ดี รักชนกไม่ได้เป็น สส. เพียงคนเดียวที่มีคดีติดตัว ยังมี สส. ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ที่ต้องตกที่นั่งในฐานะจำเลยและผู้ต้องโทษคดีอีกหลายคน ต่างกรรมต่างวาระกันไป

บีบีซีไทย รวบรวมคดีที่น่าสนใจมา ดังนี้

3 ส.ส.ก้าวไกล กับคดี ม.112

ชลธิชา ถูกฟ้องในคดี ม.112 จากสองกรณี

.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

นอกเหนือจาก รักชนก ที่ถูกสั่งฟ้องคดีมาตรา 112 ยังมี สส. จากพรรคก้าวไกลอีกหลายคนที่กำลังอยู่ระหว่างการสู้คดีด้วยเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือ ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ ลูกเกด สส.พรรคก้าวไกล จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นอดีตนักกิจกรรมทางการเมืองที่เคยออกมาต่อต้านรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมถึงเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันฯ

กรณีแรก คือการโพสต์ข้อความถึงสถาบันฯ ในกิจกรรม “ราษฎรสาส์น’ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2563 โดย นพดล พรหมภาสิต เลขาธิการศูนย์ช่วยเหลือทางกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิดทางสังคมออนไลน์ (ศชอ.) เป็นผู้แจ้งความกล่าวหาเธอต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า อัยการได้สั่งฟ้องคดีนี้ต่อศาลอาญาโดยให้เหตุผลว่า ข้อความที่ ชลธิชา โพสต์ในเฟซบุ๊กนั้น มีลักษณะที่เข้าข่ายการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น และอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์

อัยการได้มีคำสั่งฟ้อง ชลธิชา ในวันที่ 15 มี.ค. 2565 โดยศาลรับฟ้องและให้สิทธิประกันตัวระหว่างการพิจารณาคดี โดยได้ใช้หลักประกันเป็นเงินสดจำนวน 90,000 บาท และต้องใส่กำไล EM นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราว 4 ข้อ แบ่งเป็น “3 ห้ามและ 1 ให้” ซึ่งได้แก่

1. ห้ามทำกิจกรรมที่มีลักษณะเดียวกับกรณีที่ถูกกล่าวหา

2. ห้ามเข้าร่วมกิจกรรมที่มีลักษณะเป็นการกระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

3. ห้ามออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 20.00-05.00 น.

4. ให้มารายงานตัวต่อศาลทุก 15 วัน เป็นเวลา 3 เดือน

สำหรับคดีนี้ ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการสืบพยานจากทั้งสองฝ่าย โดยที่ ชลธิชา ได้ยื่นเรื่องขอให้ศาลมีคำสั่งตามคำร้องให้ถอดกำไล EM ออกจากข้อเท้าของเธอ ก่อนที่ศาลจะพิจารณาให้ถอดกำไล EM ได้เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2566

อย่างไรก็ตาม ชลธิชา ยังถูกอัยการสั่งฟ้องจากคดี ม.112 อีกหนึ่งคดี จากกรณีปราศรัยหน้าศาลจังหวัดธัญบุรี ภายใต้กิจกรรมเรียกร้องให้ปล่อยตัว พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2564

คดีนี้ศาลให้ปล่อยตัวชั่วคราว ภายใต้เงื่อนไข 4 ข้อ คือ

1. ห้ามทำกิจกรรมหรือกระทำการใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียหรือด้อยค่าสถาบันกษัตริย์และสถาบันศาลในทุกด้าน

2. ห้ามกระทำการใด ๆ อันเป็นการขัดต่อกระบวนการพิจาณาของศาล

3. ห้ามโพสต์ข้อความที่เป็นการยั่วยุ ปลุกปั่น หรือชักชวนให้มวลชนร่วมกิจกรรมชุมนุมในสื่อโซเชียลมีเดีย หรือเข้าร่วมชุมนุมที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง

4. ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล

โตโต้-ปิยรัฐ จงเทพ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล และอดีตหัวหน้าการ์ดกลุ่ม WeVo

.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ปิยรัฐ เป็น สส.จากพรรคก้าวไกลอีกคนหนึ่งที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 จำนวนทั้งหมดสามคดี โดยคดีทั้งหมดเกิดขึ้นในระหว่างที่เขาออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อต่อต้านรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และเรียกร้องการปฎิรูปสถาบันฯ ในช่วงระหว่างปี 2563-64 ทั้งสามคดีมีรายละเอียด ดังนี้

1. คดีข้อความบนป้ายไวนิลที่วิจารณ์การกระจายวัคซีนเมื่อปี 2564: คดีนี้ ปิยรัฐ เคยถูกฝากขังที่เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ก่อนได้รับการประกันตัว

2. คดีโพสต์ข้อความการสลายการชุมนุมของกลุ่ม WeVo เมื่อปี 2563: คดีนี้ศาลนัดสืบพยานในเดือน ม.ค. 2567

3. คดีปราศรัยในการชุมนุมที่ จ.อุบลราชธานี เมื่อปี 2563: คดีนี้อยู่ระหว่างการสืบพยาน

ปิยรัฐ ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวเช่นเดียวกับกรณีของชลธิชา โดยศาลกำหนดเงื่อนไข เช่น ห้ามมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้ และห้ามทำกิจกรรมที่เสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์

ย้อนดูอดีต สส.ฝั่งรัฐบาล ต้องพ้น สส. หลังต้องโทษจำคุก

แม้ว่า สส. จะได้รับเอกสิทธิคุ้มครองจากคดีอาญาบางประเภทในช่วงที่อยู่ระหว่างสมัยประชุม สส. แต่รัฐธรรมนูญ 60 มาตรา 101 ระบุถึงการสิ้นสภาพของ สส. เอาไว้ว่า หาก สส.คนใดถูกพิพากษาถึงที่สุดให้ต้องรับโทษจำคุก หรือถูกพิพากษาและไม่ได้รับการประกันตัว สส.คนดังกล่าวจะต้องพ้นจากการเป็น สส.

ที่ผ่านมาเคยมี สส.ฝั่งรัฐบาล ที่ต้องจบยุติบทบาทในรัฐสภาด้วยอำนาจของรัฐธรรมนูญ เนื่องจากถูกคำพิพากษาให้ต้องจำคุกมาก่อน

หนึ่งในนั้นคือ นายสิระ เจนจาคะ อดีต สส.พลังประชารัฐ ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้สินสภาพ สส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6) จากกรณีที่เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดของศาลแขวงปทุมวัน โดยคดีนี้สิระตกเป็นผู้ต้องหาและจำเลยจากคดีฉ้อโกงเมื่อปี 2537

คดีดังกล่าวมี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นผู้ยื่นเรื่องให้ประธานสภาผู้แทนราษฏร ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสถานภาพ ส.ส. ของนายสิระ ว่ายังสามารถดำรงตำแหน่งเป็น สส.ได้อยู่หรือไม่ เมื่อปรากฎหลักฐานว่าเขาเคยต้องคำพิพากษาจำคุกมาก่อน

อีกหนึ่งตัวอย่าง ต้องย้อนกลับไปในวันที่ 8 ธ.ค. 2564 เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ 5 อดีตแกนนำ กปปส. ได้แก่ นายชุมพล จุลใส (พรรคประชาธิปัตย์), นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ (พรรคพลังประชารัฐ), นายอิสสระ สมชัย (พรรคประชาธิปัตย์), นายถาวร เสนเนียม (พรรคประชาธิปัตย์) และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) ต้องสิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็น สส. จากกรณีที่ทั้ง 5 คนต้องคำพิพากษาจำคุก และถูกคุมขังโดยหมายศาลในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ล้มล้างระบอบการปกครอง มั่วสุมชุมนุมก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ และข้อหาอื่น ๆ จากการจัดการชุมนุมขับไล่รัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ระหว่างปี 2556-2557