You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ทรัมป์สงสัยถึงความปรารถนาในสันติภาพของปูติน หลังจากพบกับเซเลนสกีที่วาติกัน
- Author, เอ็มมา รอสซิเตอร์, พอล เคอร์บี และเอียน แอคแมน
- Role, บีบีซีนิวส์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ตั้งคำถามถึงความตั้งใจของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ในการยุติสงครามในยูเครน หลังจากได้พูดคุยนอกรอบกับผู้นำยูเครน โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ในพิธีปลงพระศพสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส
ทรัมป์โพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียหลังออกจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี ว่าเขาเกรงว่าปูตินได้ "หลอกล่อผม" หลังรัสเซียโจมตีกรุงเคียฟเมื่อต้นสัปดาห์ พร้อมระบุว่า "ไม่มีเหตุผลใด ๆ เลยที่ปูตินจะยิงขีปนาวุธเข้าไปในพื้นที่พลเรือน"
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ทรัมป์และเซเลนสกีได้หารือกันอย่างจริงจังในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ไม่นานก่อนที่พิธีปลงพระศพจะเริ่มต้นขึ้น
ทำเนียบขาวอธิบายการหารือราว 15 นาทีกับเซเลนสกีว่า "มีประสิทธิผลมาก" ขณะที่ประธานาธิบดียูเครนกล่าวว่า การพูดคุยดังกล่าว "มีแนวโน้มที่จะเป็นประวัติศาสตร์"
นี่เป็นการเผชิญหน้าครั้งแรกระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับประธานาธิบดียูเครนนับตั้งแต่การปะทะคารมกันอย่างดุเดือดในห้องทำงานรูปไข่ภายในทำเนียบขาว เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา
ทรัมป์ระบุในบัญชีทรูธโซเชียล (Truth Social) ของเขาว่า การโจมตีของรัสเซียไปยังเมืองต่าง ๆ ในยูเครน "ทำให้ผมคิดว่าบางทีเขาอาจจะไม่อยากจบสงคราม เขาแค่หลอกล่อผมไปเรื่อย ๆ และควรต้องได้รับการจัดการที่แตกต่างจากเดิม ผ่าน 'การธนาคาร' หรือ 'การคว่ำบาตรเพิ่มเติม' หรือไม่"
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยกล่าวว่า รัสเซียและยูเครน "ใกล้จะบรรลุข้อตกลงแล้ว" หลังการเจรจาราว 3 ชั่วโมงระหว่างผู้แทนของเขา สตีฟ วิตคอฟฟ์ กับประธานาธิบดีรัสเซีย
ขณะที่รัฐบาลรัสเซียเปิดเผยเมื่อวันเสาร์ว่า ปูตินได้ยืนยันกับวิตคอฟฟ์ถึงความพร้อมของรัสเซียที่จะเข้าเจรจาโดยตรงกับยูเครน "โดยไม่มีเงื่อนไขเบื้องต้น"
การนั่งพูดคุยระหว่างทรัมป์และเซเลนสกีในกรุงโรม นับเป็นครั้งแรกที่ผู้นำทั้ง 2 ประเทศได้เผชิญหน้ากัน หลังการพบปะในทำเนียบขาวซึ่งทรัมป์บอกกับเซเลนสกีว่า "คุณไม่มีไพ่ในมือ" และเขาจะไม่ชนะรัสเซีย
เขากล่าวถ้อยคำลักษณะเดียวกันอีกครั้งในสัปดาห์นี้ โดยบอกว่าผู้นำยูเครน "ไม่มีไพ่ให้เล่น" โดยก่อนหน้านี้ทรัมป์ยังเคยกล่าวโทษยูเครนว่าเป็นผู้เริ่มสงคราม และกล่าวหาเซเลนสกีหลายครั้งว่าเป็นอุปสรรคต่อการเจรจาสันติภาพ
แต่ทำเนียบขาวแสดงท่าทีเชิงบวกมากขึ้นต่อการพบกันของสองผู้นำเมื่อวันเสาร์ ขณะที่เซเลนสกีอธิบายการนั่งคุยดังกล่าวว่าเป็น "การพบกันที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ และมีแนวโน้มที่จะเป็นประวัติศาสตร์ หากเราบรรลุผลลัพธ์ร่วมกันได้"
ภาพการพูดคุยดังกล่าวถูกปล่อยออกมา 2 ภาพ ซึ่งแสดงให้เห็นผู้นำสหรัฐฯ ในชุดสูทสีน้ำเงิน และประธานาธิบดียูเครนในเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวสีดำ นั่งเผชิญหน้ากันในการสนทนาอย่างเข้มข้น
อันดรีย์ ซือบีฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของยูเครน โพสต์ภาพดังกล่าวลงบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) เช่นกัน โดยระบุว่า "ไม่จำเป็นต้องหาคำใด ๆ มาอธิบายถึงความสำคัญของการพูดคุยครั้งประวัติศาสตร์นี้ ผู้นำทั้งสองกำลังทำงานเพื่อสันติภาพ ในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์"
อีกภาพจากภายในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่โพสต์โดยผู้แทนยูเครน แสดงให้เห็นชายอีก 2 คนที่ยืนเคียงข้าง คือ เซอร์ เคียร์ สตาเมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร และ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ที่แตะมือลงบนบ่าของเซเลนสกี
ภาพนี้มีความหมายอีกนัยคือ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรและประธานาธิบดีฝรั่งเศส อาจมีส่วนช่วยให้ผู้นำยูเครนและสหรัฐฯ ได้พูดคุยกัน ท่ามกลางฉากหลังที่เศร้าหมองของพิธีปลงพระศพ
หลังการพูดคุย ทรัมป์และเซเลนสกีเดินลงบันไดมหาวิหาร ที่ซึ่งเซเลนกีได้รับเสียงปรมมือจากฝูงชน ก่อนที่ทั้งคู่จะไปนั่งที่นั่งแถวหน้า
ในระหว่างพิธี ทั้งคู่นั่งอยู่ไม่ไกลกัน โดยมีมาครงและประมุขแห่งรัฐคนอื่น ๆ นั่งคั่นกลาง
ช่วงหนึ่งในพิธี พระคาร์ดินัล จิโอวานนี บัตติสตา เร กล่าวถึงการเรียกร้องสันติภาพอย่างไม่หยุดยั้งของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส "'สร้างสะพาน ไม่ใช่กำแพง' คือคำเตือนที่พระองค์ทรงกล่าวซ้ำหลายครั้ง" พระคาร์ดินัลระบุ
เจ้าหน้าที่ทางการยูเครนเปิดเผยว่า อาจเป็นไปได้ที่จะมีการพูดคุยกันครั้งที่สอง แต่ขบวนรถของทรัมป์ขับออกจากเซนต์ปีเตอร์ทันทีที่สิ้นสุดพิธี และหลังจากไม่นานเครื่องบินของเขาก็ออกจากกรุงโรม
ในทางกลับกัน เซเลนสกี พบประธานาธิบดีมาครงที่สวนภายในวิลล่า โบนาปาร์ต ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานทูตฝรั่งเศสประจำสันตะสำนัก
เขายังได้พบกับเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ ที่วิลล่า โวลคอนสกี ซึ่งเป็นที่พักของเอกอัครราชทูตอังกฤษ รวมถึงมีการพูดคุยแยกต่างหากกับ อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานกรรมาธิการยุโรป อีกด้วย
บนโพสต์ของเขาในแพลตฟอร์มเอ็กซ์ มาครงระบุว่า การจบสงครามในยูเครนเป็นเป้าประสงค์ที่ "เรามีร่วมกันกับประธานาธิบดีทรัมป์" โดยเสริมว่ายูเครนพร้อมสำหรับ "การหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข"
ขณะที่โฆษกรัฐบาลอังกฤษกล่าวว่า สตาร์เมอร์และเซเลนสกีหารือกันถึงพัฒนาการในเชิงบวกที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ในการ "รักษาสันติภาพที่ยุติธรรมและยั่งยืนในยูเครน" พร้อมเปิดเผยว่าทั้งคู่ได้ตกลงที่จะ "รักษาโมเมนตัม" และจะ "พูดคุยกันอีกครั้งในโอกาสที่เร็วที่สุด"
ในการตอบโต้กันอย่างดุเดือดเมื่อเดือน ก.พ. ทรัมป์กล่าวหาประธานาธิบดียูเครนว่า "กำลังเดิมพันกับสงครามโลกครั้งที่สาม" จากการไม่ทำตามแผนหยุดยิงที่นำโดยรัฐบาลสหรัฐฯ
จากนั้นรัฐบาลยูเครนก็เผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากทรัมป์ให้ยอมรับการเสียดินแดน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงกับรัสเซียในการจบสงคราม
มีรายงานว่าข้อตกลงนี้รวมถึงการเสียสละดินแดนส่วนใหญ่ รวมถึงคาบสมุทรไครเมียที่ถูกรัสเซียผนวกเข้าด้วยอย่างผิดกฎหมายในปี 2014
ที่ผ่านมาเซเลนสกีปฏิเสธแนวคิดนี้มาโดยตลอด เขาบอกกับบีบีซีเมื่อวันศุกร์ว่า "การหยุดยิงอย่างเต็มรูปแบบและไม่มีเงื่อนไข จะเปิดโอกาสสำหรับการหารือในทุก ๆ อย่าง"