สำรวจจุดยืนชาติต่าง ๆ ทั่วโลก ยังสนับสนุนอิสราเอลอยู่ไหม ในวันที่กาซามีผู้เสียชีวิตทะลุ 10,000 ราย

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

ยิ่งยอดผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนปัจจุบัน ทะลุ 10,000 คนไปแล้ว ก็ยิ่งทำให้ความคิดเห็นของประชาคมโลกต่อการโจมตีกาซาของอิสราเอล แตกแยกมากขึ้นเรื่อย ๆ

หลายประเทศในช่วงแรกออกตัวสนับสนุนอิสราเอล หลังฮามาสก่อเหตุโจมตีอิสราเอลและสังหารผู้คนไป 1,400 คน เมื่อวันที่ 7 ต.ค. แต่การระดมโจมตีทางอากาศและปฏิบัติการภาคพื้นดินที่กำลังเกิดขึ้นในฉนวนกาซา เรียกกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง บางประเทศที่เคยสนับสนุนอิสราเอลในช่วงต้น ดูเหมือนจะเริ่มเปลี่ยนจุดยืนที่มีต่อสงครามครั้งนี้

ประเด็นที่กำลังถกเถียงกันอยู่ในระดับนานาประเทศ คือการหยุดยิง

เมื่อ 27 ต.ค. ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติรับมติการเรียกร้องให้มีการ “หยุดยิงทางมนุษยธรรมที่ยั่งยืนในทันที” เข้ามาพิจารณาในที่ประชุมสมัชชา

มติที่ไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายที่ถูกเสนอโดยประเทศจอร์แดนนี้ ได้เสียงเห็นชอบ 120 เสียง ไม่เห็นชอบ 14 เสียง และมี 45 ประเทศงดออกเสียง

รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอล อีไล โคเฮน ชี้ว่า มติของสหประชาชาติเป็นมติที่ “น่ารังเกียจ” ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ปฏิเสธเสียงเรียกร้องให้หยุดยิงดังกล่าว พร้อมอ้างว่า การหยุดปฏิบัติการในเวลานี้ เท่ากับเป็นการ “ยอมแพ้” ให้ฮามาส

นับแต่นั้น บางประเทศได้ยกระดับการวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอล ไปถึงขั้นเรียกตัวเอกอัครราชทูตประจำอิสราเอลกลับประเทศ และยกเลิกความสัมพันธ์ทางการทูต แม้แต่สหรัฐฯ ที่โหวตไม่เห็นชอบกับการหยุดยิงในมติของยูเอ็น ก็เริ่มมีท่าทีอ่อนลง โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ เรียกร้องให้ “พัก (pause)” การต่อสู้

บีบีซีได้ตรวจสอบนานาประเทศทั่วโลกว่า แต่ละประเทศพูดถึงสงครามอิสราเอล-ฮามาส อย่างไรบ้าง รวมถึงจุดยืนในการลงมติในสมัชชายูเอ็น ซึ่งต้องย้ำว่า ความเห็นเหล่านี้เป็นของรัฐบาลแต่ละประเทศ ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศนั้น ๆ จะมีความเห็นเช่นนี้

ชาติตะวันตก

รัฐบาลชาติตะวันตกหลายประเทศ ประกาศออกสาธารณะว่าสนับสนุนอิสราเอล นับแต่สงครามเริ่มต้น

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ฉบับแรก ๆ ภายหลังกลุ่มฮามาสก่อเหตุโจมตี ยืนกรานว่า สหรัฐฯ ยืนหยัดเคียงข้างอิสราเอล และจะทำให้มั่นใจว่า “อิสราเอลมีสิ่งที่จำเป็นเพื่อพิทักษ์ประชาชนของตนเอง”

ต่อมา ในการทำกิจกรรมทางการเมืองเมื่อวันที่ 2 พ.ย. ประธานาธิบดีไบเดน เรียกร้องให้พักความขัดแย้งครั้งนี้ หลังมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้เขาผลักดันข้อตกลงหยุดยิง

ทำเนียบขาวยืนกรานในเวลาต่อมาว่า การพักการต่อสู้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวและครอบคลุมเฉพาะพื้นที่บางจุดเท่านั้น พร้อมประกาศปฏิเสธข้อเรียกร้องจากชาติอาหรับและอีกหลายประเทศ ที่ต้องการให้มีการหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ในสงครามครั้งนี้

วันต่อมา แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เดินทางเยือนกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอลเป็นครั้งที่สอง เพื่อผลักดันการพักการสู้รบเพื่อมนุษยธรรม พร้อมหารือถึงมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อลดอันตรายต่อพลเรือนในกาซา

“สหรัฐฯ เชื่อว่า และคิดว่าเราเพียงยืนกรานในจุดยืนของเรา นับแต่วันที่ 7 ต.ค. ว่านี่คือหนทางที่ดีที่สุด และนี่อาจเป็นเส้นทางเดียว... นั่นคือหลักการสองรัฐสำหรับประชาชนสองเชื้อชาติ” บลิงเคน กล่าวในกรุงเทลอาวีฟ หลังพบกับเนทันยาฮู และผู้นำอาวุโสคนอื่น ๆ

A protest march in central London

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ประชาชนหลายหมื่นคนรวมตัวในกรุงลอนดอน เพื่อเรียกร้องการหยุดยิงในกาซา

นายกรัฐมนตรีแคนาดาและสหราชอาณาจักร เป็นอีกสองประเทศที่สนับสนุน “สิทธิของอิสราเอลในการปกป้องตัวเอง” ในแถลงการณ์ชุดแรก ๆ หลังความขัดแย้งปะทุขึ้น อย่างไรก็ดี สองประเทศนี้งดออกเสียงในมติสมัชชาสหประชาชาติ

ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์ได้ออกมาเดินขบวนใจกลางกรุงลอนดอน เรียกร้องให้มีการหยุดยิงในสงคราม

ด้านสหภาพยุโรปประณาม “อย่างรุนแรงต่อการโจมตีของกลุ่มฮามาส” พร้อมประกาศยืนหยัดเคียงข้างอิสราเอล แต่สมาชิกอียูหลายประเทศ แสดงความเห็นที่ต่างกันออกไปในเรื่องการหยุดยิง

ยกตัวอย่าง เยอรมนีและอิตาลี ที่สนับสนุนสิทธิในการปกป้องตัวเองของอิสราเอล งดออกเสียงในมติสมัชชายูเอ็น ขณะที่สเปนและฝรั่งเศส ลงมติเห็นชอบต่อมติการหยุดยิงดังกล่าว

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ประกาศก่อนหน้านี้ว่าเขายืนหยัดต่อสิทธิการปกป้องตนเองของอิสราเอล แต่ตอนนี้มาครงปรับจุดยืนของตัวเองเล็กน้อย ซึ่งอาจเป็นผลจากยอดผู้เสียชีวิตในกาซาที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

“ในกาซา ต้องมีการแบ่งแยกระหว่างฮามาสและพลเรือน” มาครง โพสต์ในเอ็กซ์ (ทวิตเตอร์ในอดีต)

“การสงบศึกเพื่อมนุษยธรรมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อปกป้องกลุ่มผู้ที่เปราะบางที่สุด และเปิดโอกาสให้ดำเนินการกับผู้ก่อการร้ายได้ตรงเป้ายิ่งขึ้น”

Two children in a scene of destruction in Gaza

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซาเลวร้ายลงเรื่อย ๆ

ตะวันออกกลาง

ชาติตะวันออกกลางส่วนใหญ่ลงมติเห็นชอบต่อการเรียกร้องการหยุดยิงของสหประชาชาติ และหลายประเทศประณามอย่างรุนแรงต่อปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรน ซึ่งเป็นประเทศที่ฟื้นคืนความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลผ่านข้อตกลงอับราฮัม เคยประณามการโจมตีกลุ่มฮามาสในช่วงแรก

แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บาห์เรนได้ถอนเอกอัครราชทูตของตนจากอิสราเอล ขณะที่อิสราเอลก็ถอนเอกอัครราชทูตของตนจากกรุงมานามาของบาห์เรนเช่นกัน

จอร์แดน เป็นอีกประเทศที่เรียกเอกอัครราชทูตของตนในอิสราเอลกลับประเทศ โดยประณามว่า อิสราเอลได้ก่อให้เกิด “โศกนาฏกรรมทางมนุษยธรรมอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน”

ซาอุดีอาระเบียเอง ได้เรียกร้องให้ยุติความรุนแรงในทันที แต่ไม่ได้ประณามกลุ่มฮามาสอย่างชัดเจน โดยซาอุดีอาระเบียได้หารือกับอิสราเอลมานานหลายเดือนแล้ว เพื่อฟื้นคืนความสัมพันธ์ทางการทูต แต่ไม่ใช่ผ่านข้อตกลงอับราฮัม

ย้อนไปเมื่อวันที่ 26 ต.ค. รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์แดน บาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย โอมาน กาตาร์ คูเวต อียิปต์ และโมร็อกโก ประณาม “การโจมตีพุ่งเป้าไปที่พลเรือนและการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศในกาซา”

แถลงการณ์ร่วมของชาติอาหรับเหล่านี้ ระบุว่า สิทธิในการป้องกันตนเองไม่ได้สร้างความชอบธรรมในการละเมิดกฎหมาย และละเมิดสิทธิของชาวปาเลสไตน์

Recep Tayyip Erdogan addressing pro-Palestinian rally in Istanbul

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีตุรกีเรียกฮามาสเป็น กลุ่มอิสระที่ต่อสู้เพื่อพิทักษ์ดินแดนปาเลสไตน์

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อะยาโตลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เรียกร้องให้ชาติมุสลิมตัดความสัมพันธ์กับอิสราเอล พร้อมตัดการส่งออกน้ำมันและอาหารไปยังอิสราเอล

ทั้งคาเมเนอี และประธานาธิบดีอิหร่าน อีบราฮิม ไรซี ต่างแสดงความยินดีกับฮามาสในการโจมตีอิสราเอล โดยชื่นชมกลุ่มติดอาวุธถึง “ความกล้าหาญ การยืนหยัดต่อสู้ และความคิดริเริ่ม” อย่างไรก็ดี อิหร่านปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตี

ประธานาธิบดีตุรกี เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน พยายามวางจุดยืนเป็นกลางในช่วงแรก ก่อนจะเริ่มเพิ่มแรงวิพากษ์วิจารณ์ ภายหลังเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลอัล-อาห์ลี เมื่อวันที่ 17 ต.ค.

เหตุระเบิดโรงพยาบาลแห่งนี้ ยังเป็นที่ถกเถียงว่าเป็นการโจมตีของฝ่ายใด ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขของฮามาสในกาซา ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 500 คน จากเหตุระเบิดดังกล่าว

ในการชุมนุมใหญ่ของผู้สนับสนุนปาเลสไตน์ในนครอิสตันบูล เมื่อวันที่ 28 ต.ค. แอร์โดอัน ระบุว่า ตุรกีกำลังเตรียมประกาศให้อิสราเอลเป็น “อาชญากรสงคราม”

รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี กล่าวเมื่อวันที่ 4 พ.ย. ว่า ได้เรียกเอกอัครราชทูตของตนกลับจากกรุงเทลอาวีฟแล้ว พร้อมกล่าวหาอิสราเอลที่ไม่ยอมรับคำเรียกร้องให้หยุดยิง อีกทั้งยังเดินหน้าโจมตีใส่พลเรือน รวมถึงไม่อนุญาตให้มีการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปยังฉนวนกาซา

ตุรกีถือว่าแตกต่างจากสมาชิกองค์การนาโตประเทศอื่น ๆ เพราะตุรกีไม่ได้กำหนดให้ฮามาสเป็นองค์กรก่อการร้าย อีกทั้งยังให้สมาชิกฮามาสเข้ามาพำนักในตุรกีอีกด้วย โดยประธานาธิบดีแอร์โดอัน กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า ฮามาสเป็น “กลุ่มอิสระที่ต่อสู้เพื่อปกป้องดินแดนปาเลสไตน์”

ตุรกียังเป็นอีกประเทศที่ลงมติเห็นชอบการหยุดยิงในการลงมติของสหประชาชาติเมื่อวันที่ 27 ต.ค. ขณะที่ประเทศแถบตะวันออกกลางประเทศเดียวที่งดออกเสียง คือ อิรัก และไม่มีประเทศใดในตะวันออกกลางลงมติไม่เห็นชอบ ยกเว้น อิสราเอล

รัสเซีย

Gaza

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้เสียชีวิตในกาซาทะลุ 10,000 คนแล้ว

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย นิ่งเงียบตลอดช่วงวันแรก ๆ หลังฮามาสโจมตีอิสราเอล และการแสดงความเห็นของเขาครั้งแรกก็พุ่งเป้าไปที่สหรัฐอเมริกามากกว่า โดยปูตินชี้ว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นเป็นผลจาก “ความล้มเหลวของนโยบายของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง”

เมื่อสงครามปะทุผ่านไปได้ 1 สัปดาห์ ปูติน ระบุว่า “อิสราเอลเผชิญกับการโจมตีรุนแรงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนโดยความโหดร้ายของกลุ่มติดอาวุธฮามาส” แต่ก็ระบุด้วยว่า อิสราเอลเองก็ตอบโต้ด้วยความโหดร้ายในแบบของตนเอง

รัฐบาลรัสเซียไม่ได้แสดงความเสียใจต่ออิสราเอล และไม่ได้ประณามฮามาส ไม่เพียงเท่านั้น รัสเซียยังให้การต้อนรับผู้แทนจากฮามาสในกรุงมอสโก เมื่อวันที่ 26 ต.ค. เพื่อหารือถึงการปล่อยตัวประกัน รวมถึงพลเรือนรัสเซีย

รัสเซีย โหวตเห็นชอบในสมัชชาสหประชาชาติที่เรียกร้องให้มีการสงบศึกเพื่อมนุษยธรรม เมื่อ 27 ต.ค.

เอเชีย

เกือบทุกชาติเอเชียลงมติเห็นชอบให้มีการสงบศึกในที่ประชุมสมัชชายูเอ็น

จีน ซึ่งพยายามวางตัวเป็นตัวกลางเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลาง เรียกร้องให้ “ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอดทน อดกลั้น และยุติการใช้ความรุนแรง เพื่อปกป้องพลเรือน” ในแถลงการณ์แรก ๆ ภายหลังฮามาสก่อเหตุโจมตี

กระทรวงต่างประเทศจีนระบุว่า “หนทางออกจากวิกฤต ขึ้นอยู่กับการบังคับใช้แนวทางแก้ปัญหาแบบสองรัฐ และจัดตั้งรัฐอิสระปาเลสไตน์”

ภายหลังสงครามดำเนินไป 1 สัปดาห์ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ระบุว่า การกระทำของอิสราเอลในฉนวนกาซานั้น “เกินเลยกว่าการป้องกันตัวเองแล้ว” และรัฐบาลอิสราเอลจำเป็นต้อง “ยุติการลงโทษประชาชนในกาซา” ได้แล้ว

Map

อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่งดออกเสียงในการลงมติของยูเอ็น ซึ่งพรรคฝ่ายค้านอินเดียชี้ว่า เป็นเรื่อง “น่าตกใจมาก” เพราะในช่วงปีแรก ๆ ของการประกาศเอกราชของอินเดีย อินเดียมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชาวปาเลสไตน์ และนโยบายหลักของอินเดีย คือการสนับสนุนหลักการสองรัฐ

อย่างไรก็ดี นับแต่รัฐบาลแนวคิดฝ่ายขวา ของนายกรัฐมนตรีนาเรนดรา โมดี ขึ้นสู่อำนาจ อินเดียก็กระชับความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิสราเอลมากขึ้น

ในแถลงการณ์ชุดแรก ภายหลังการโจมตีของกลุ่มฮามาส เมื่อ 7 ต.ค. นายโมดีกล่าวว่า “ประชาชนชาวอินเดียยืนหยัดกับอิสราเอลในห้วงเวลาที่ยากลำบาก อินเดียขอประณามอย่างรุนแรงต่อการก่อการร้ายในทุกรูปแบบ”

ปากีสถาน ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล แสดงท่าทีเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดทนอดกลั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือดและการเสียชีวิต แต่ภายหลังเหตุโจมตีค่ายผู้ลี้ภัยจาบาเลียในกาซา เมื่อ 1 พ.ย. ปากีสถานปรับจุดยืนแข็งกร้าวขึ้น โดยกระทรวงการต่างประเทศประณามสิ่งที่เรียกว่า “การโจมตีอันป่าเถื่อนของอิสราเอล”

สำหรับไทยนั้น รัฐบาลภายใต้นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ออกแถลงการณ์ในช่วงวันแรก ๆ “ประณามการโจมตีอิสราเอลที่ทำให้เกิดการสูญเสีย” แต่ไม่ได้ประณามกลุ่มฮามาสโดยตรง และประกาศจะช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอลกลับประเทศ

ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ลงมติเห็นชอบให้มีการหยุดยิงด้านมนุษยธรรมในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ

แอฟริกา

Gaza

ที่มาของภาพ, Getty Images

สหภาพแอฟริกา ซึ่งมีสมาชิก 55 ประเทศ ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 7 ต.ค. เพื่อสนับสนุนปาเลสไตน์

“การลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานของชาวปาเลสไตน์ โดยเฉพาะสิทธิการมีรัฐอธิปไตยที่เป็นอิสระ เป็นสาเหตุหลักต่อความตึงเครียดถาวรระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์”

นายกรัฐมนตรีโซมาเลีย ระบุในแถลงการณ์ว่า รัฐบาลไม่ได้มองกลุ่มฮามาสเป็นผู้ก่อการร้าย และพร้อมจะให้การสนับสนุนฮามาส

ด้านตูนิเซีย แม้จะยืนหยัดอย่างเต็มที่เคียงข้างชาวปาเลสไตน์ในช่วงเริ่มต้นของสงคราม แต่กลับเลือกจะงดออกเสียงในการลงมติของยูเอ็น ซึ่งการงดออกเสียงนี้ เกิดขึ้นแม้ประธานาธิบดีตูนิเซีย ประณามว่าประชาคมโลกนิ่งเฉยต่อ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ที่อิสราเอลกำลังกระทำกับคนในกาซา

ชาติแอฟริกาอื่น ๆ ที่งดออกเสียงในการลงมติดังกล่าว คือ แคเมอรูน เอธิโอเปีย ซูดานใต้ และแซมเบีย แต่ไม่มีชาติแอฟริกาใดที่ลงมติไม่เห็นชอบกับการหยุดยิงในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติเมื่อ 27 ต.ค.

ลาตินอเมริกา

ชาติลาตินอเมริกาส่วนใหญ่ ลงมติเห็นชอบให้มีการหยุดยิงในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ

เมื่อสัปดาห์ก่อน ประเทศโบลิเวียเป็นชาติแรกในลาตินอเมริกา ที่ตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล นับแต่การบุกโจมตีกาซาภาคพื้นดินเริ่มต้นขึ้น โดยรัฐบาลโบลิเวียเรียกการโจมตีกาซาของอิสราเอลว่า “ก้าวร้าวและไม่เหมาะสม”

อิสราเอลตอบโต้โบลิเวียว่า “ยอมแพ้ให้กับการก่อการร้าย”

A woman takes part in a demonstration against Israel's military offensive in the Gaza Strip in Sao Paulo, Brazil

ที่มาของภาพ, Getty Images

ชาติลาตินอเมริกา 2 ประเทศ คือ โคลอมเบียและชิลี ได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตของตนเองกลับจากอิสราเอล จากวิกฤตมนุษยธรรมที่รุนแรงขึ้นในกาซา

ชิลี ซึ่งเป็นประเทศที่มีชาวปาเลสไตน์พำนักอยู่มากที่สุดนอกชาติอาหรับ ระบุว่า ชิลีจะดำเนินการเพื่อประท้วงต่อต้านการกระทำของอิสราเอลที่ถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

ด้านโคลอมเบีย ประณามการโจมตีของอิสราเอลต่อฉนวนกาซา นับแต่สงครามเริ่มต้น “เราไม่สนับสนุนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ประธานาธิบดีโคลอมเบียกล่าว พร้อมขู่จะตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล

ด้านประธานาธิบดีบราซิล ได้ประณามการโจมตีของฮามาสต่อพลเรือนชาวอิสราเอลในช่วงแรก และเรียกร้องให้ปล่อยตัวประกันทั้งหมด แต่ในแถลงการณ์ช่วงหลัง ๆ เขาประณามการบุกโจมตีของอิสราเอลในกาซา

“สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่สงคราม มันคือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่นำมาสู่การสังหารเด็กหลายพันคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับสงครามเลย พวกเขาเป็นเหยื่อของสงคราม”

ปารากวัย และกัวเตมาลา เป็นเพียงสองชาติจากอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ที่ลงมติไม่เห็นชอบกับการหยุดยิงในที่ประชุมสมัชชายูเอ็น