เยือน “เคอนิกไรช์ ดอยช์ลันด์” ดินแดนที่สถาปนาตัวเองเป็นราชอาณาจักรใหม่ในเยอรมนี

ตราสัญลักษณ์ของ "เคอนิกไรช์ ดอยช์ลันด์"
คำบรรยายภาพ, ตราสัญลักษณ์ของ "เคอนิกไรช์ ดอยช์ลันด์" ติดอยู่ที่ประตูด้านหน้าของปราสาทที่พำนักของบุคคลที่สถาปนาตัวเองเป็น "กษัตริย์ปีเตอร์ที่ 1" แห่งราชอาณาจักรเยอรมนี
    • Author, เจนนี ฮิลล์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำกรุงเบอร์ลิน

ณ พื้นที่ห่างไกลในชนบททางภาคตะวันออกของเยอรมนี มีเขตแดนที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา 

หอคอยของปราสาทโผล่พ้นยอดไม้ให้เห็นแต่ไกล ป้ายสัญลักษณ์อันเคร่งขรึมที่ประตูด้านหน้าประกาศให้ผู้มาเยือนรู้ว่ากำลังเขาสู่ดินแดนของประเทศใหม่ที่เรียกตัวเองว่า “เคอนิกไรช์ ดอยช์ลันด์” 

เคอนิกไรช์ ดอยช์ลันด์ ซึ่งแปลว่า “ราชอาณาจักรเยอรมนี” สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นรัฐอิสระพร้อมกับสถาปนากษัตริย์ขึ้นมาปกครอง 

ชายที่เรียกตัวเองว่า "กษัตริย์ปีเตอร์ที่ 1" แห่งราชอาณาจักรเยอรมนี เชื้อเชิญทีมข่าวบีบีซีเข้าไปในห้องโถงที่กรุผนังด้วยไม้เปิดไฟสลัว ๆ

พิธีราชาภิเษกกษัตริย์ปีเตอร์ที่ 1 จัดขึ้นเมื่อราว 10 ปีที่แล้ว ครบเครื่องด้วยเครื่องราชกกุธภัณฑ์อย่างลูกโลกประดับกางเขนและคทา พร้อมกับสถาปนาราชอาณาจักรเยอรมนีโดยมีสกุลเงินของตัวเอง มีธงเป็นของตัวเองและออกบัตรประจำตัวประชาชนเอง

กษัตริย์ปีเตอร์ที่ 1 เป็นบุคคลที่ทางการเยอรมนีขึ้นบัญชีว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มไรช์บัวร์เกอร์ที่แปลว่า “พลเมืองแห่งไรช์” ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดประมาณ 21,000 คน หน่วยข่าวกรองของเยอรมนีระบุว่า สมาชิกกลุ่มไรช์คือพวกที่เชื่อในทฤษฎีสมคบคิด ไม่ยอมรับรัฐเยอรมนีหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และปฏิเสธอำนาจของรัฐบาลเยอรมนี 

ชื่อกลุ่มไรช์สบัวร์เกอร์ตกเป็นข่าวใหญ่ในสัปดาห์นี้ หลังจากที่ทางการเยอรมนีจับกุมบุคคล 25 คนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ฐานเป็นผู้ต้องสงสัยว่าวางแผนก่อเหตุบุกอาคารรัฐสภาและก่อเหตุรุนแรงเพื่อโค่นล้มรัฐบาล

กษัตริย์ปีเตอร์ยืนยันว่าเขาไม่มีแผนจะก่อเหตุรุนแรงเช่นนั้น แม้จะเชื่อว่าเยอรมนีเป็นรัฐที่ “มีพิษภัยและป่วย”

“ผมไม่ประสงค์จะเป็นส่วนหนึ่งของระบบฟาสซิสต์อันชั่วร้ายนี้” เขาประกาศกร้าว

กษัตริย์ปีเตอร์พาทีมข่าวไปนั่งสนทนาต่อในอีกห้องหนึ่งซึ่งประดับประดาด้วยโคมไฟระย้าระยิบระยับ เก้าอี้นวมบุผ้าพลัฌอย่างดี มีไฟและกล้องตั้งอยู่โดยรอบ นี่เป็นสตูดิโอของช่องโทรทัศน์ที่เขากำลังเตรียมเปิดตัว เรามารู้ภายหลังว่าการพูดคุยครั้งนี้จะถูกบันทึกภาพและเสียงไว้เพื่อเผยแพร่ในรายการโทรทัศน์ดังกล่าวด้วย

ปีเตอร์ ฟิตเซก
คำบรรยายภาพ, นายปีเตอร์ ฟิตเซก สถาปนาตัวเองเป็น "กษัตริย์ปีเตอร์ที่ 1" ตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว

ชายผู้นี้เปิดใจกับบีบีซีว่า เขาได้พยายามแล้วที่จะเข้าไปสร้างความเปลี่ยนแปลงในระบบ ทั้งด้วยการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่เมื่อไม่ประสบความสำเร็จ เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสถาปนาราชอาณาจักรของตัวเองขึ้นมา 

“พวกคนฉ้อฉล ก่ออาชญากรรม และพร้อมที่จะถูกใช้ กลับได้ดิบได้ดีในระบบเยอรมัน ขณะที่คนใจซื่อมือสะอาดและปรารถนาจะเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดีขึ้นเพื่อประโยชน์ส่วนร่วมกลับไม่มีที่ยืน”

ด้วยความที่ทางการเยอรมนีไม่ยอมรับการดำรงอยู่หรือเอกสารทางราชการใด ๆ ของราชอาณาจักรแห่งนี้ กษัตริย์ปีเตอร์ที่ 1 ซึ่งมีชื่อจริงว่านายปีเตอร์ ฟิตเซก จึงมักถูกดำเนินคดีบ่อยครั้ง เขาถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดมาแล้วหลายคดี จากการขับรถโดยไม่มีขับขี่และทำกิจการประกันสุขภาพโดยผิดกฎหมาย เขาเคยถูกจำคุกอยู่นานหลายปีในคดียักยอกทรัพย์ แต่ต่อมาศาลได้กลับคำตัดสินว่าเขาไม่มีความผิด 

เจ้าหน้าที่ข่าวกรองในพื้นที่ซึ่งเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวของนายฟิตเซกและราชอาณาจักรของเขามานานเกือบ 2 ปี บอกกับบีบีซีว่าคนกลุ่มนี้ถือเป็นภัยคุกคาม เป็นเสมือนลัทธิที่ล่อลวงให้ผู้คนหลงเชื่อทฤษฎีสมคบคิดและอุดมการณ์สุดโต่ง 

ทฤษฎีสมคบคิดและแนวคิดสุดโต่งแพร่หลายในเยอรมนีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ช่วยโหมกระพือ จนนำมาสู่การเพิ่มจำนวนผู้สนับสนุนและสมาชิกของราชอาณาจักรเยอรมนี

นายฟิตเซกบอกว่าขณะนี้ราชอาณาจักรเยอรมนีมีประชากรอยู่ 5,000 คน และเขากำลังขยายอาณาเขตด้วยการซื้อที่ดินสร้างชุมชนเพื่อรองรับประชากรที่เพิ่มขึ้น

เหรียญและธนบัตร
คำบรรยายภาพ, โฉมหน้าเงินเหรียญและธนบัตรที่ผลิตขึ้นมาใช้กันเองใน "ราชอาณาจักรเยอรมนี"

ทีมข่าวบีบีซีเดินทางไปสังเกตการณ์ที่ชุมชนหนึ่งของราชอาณาจักร ซึ่งอยู่ห่างจากปราสาทของกษัตริย์ปีเตอร์ออกไปราว 240 กิโลเมตร ถ้าขับรถจากกรุงเบอร์ลินไปทางทิศใต้ก็จะใช้เวลาราว ๆ หนึ่งชั่วโมงครึ่ง

คอมมูนแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ปราสาทเก่าแก่แห่งหนึ่งในหมู่บ้านบาร์วาลด์ มีสมาชิกอยู่ประมาณ 30 คน ส่วนหนึ่งอาศัยในรถบ้านที่กระจัดกระจายอยู่บนลานหญ้ารอบ ๆ อีกส่วนหนึ่งอาศัยอยู่ในตัวปราสาทที่แม้จะยังเหลือเค้าความงาม แต่ก็ดูทรุดโทรม เรือนกระจกร้างที่เหลือแต่โครงมีต้นไม้งอกขึ้นมาเต็มไปหมด ชาวชุมชนกำลังช่วยกันซ่อมแซมตัวปราสาทและถางวัชพืชที่ปกคลุมทั่วบริเวณ 

แม้จะยังต้องปรับปรุงอีกมาก แต่สมาชิกชุมชนแห่งนี่ล้วนภูมิใจในที่อยู่ของพวกเขา ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักร 

ประชาชนของราชอาณาจักรเยอรมนีปฏิเสธที่จะจ่ายภาษีให้รัฐบาลเยอรมนี ไม่ส่งลูกหลานเข้าโรงเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายในประเทศเยอรมนี พวกเขาอยู่ภายใต้ระบบกฎหมายที่กำกับโดยกษัตริย์ปีเตอร์ และแผนการว่าจะสร้างระบบประกันสุขภาพของตัวเองขึ้นมา

“ราชอาณาจักรของเราสามารถจัดหาทุกอย่างที่จำเป็นในชีวิตให้ประชาชนของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร สิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีพ ความมั่นคงทางสังคม เรามีทุกอย่างที่นี่” เบนจามิน ซึ่งรับหน้าที่เป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ของราชอาณาจักรบอกกับเรา เบนจามินเพิ่งพาภรรยาและลูกเล็กของเขาย้ายมาอยู่ที่ชุมชนแห่งนี้ 

ตำรวจเยอรมันจับผู้ต้องสงสัย

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่า วางแผนโค่นล้มรัฐบาลเยอรมนี รวมถึงสมาชิกกลุ่มไรคส์เบอร์เกอร์ด้วย

แม้จะสนใจการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในชุมชนเพื่อสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม แต่คนที่นี่กลับไม่ค่อยศรัทธาการแพทย์สมัยใหม่ เบนจามินบอกว่า ในชุมชนแห่งนี้ ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 

สมาชิกกลุ่มไรชส์บัวร์เกอร์เป็นพวกต่อต้านการฉีดวัคซีนโควิด-19 หลายคนเข้าร่วมการประท้วงมาตรการควบคุมการระบาดใหญ่มาแล้ว 

“คนที่เลือกหนทางของตัวเองมักถูกตราหน้าว่าเป็นพวกเชื่อทฤษฎีสมคบคิด” เบนจามินตัดพ้อ “หารู้ไม่ว่าคนอย่างพวกเรานี่แหละที่เฝ้าครุ่นคิดหาทางแก้ปัญหาต่าง ๆ ไม่ใช่แค่ปัญหาของตัวเอง แต่ปัญหาของสังคมและการเมือง”

ขากลับจากคอมมูน เราขับรถออกมาตามถนนของหมู่บ้านบาร์วาลด์ ระหว่างทางเราพบกับชายคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน จึงถามถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อเพื่อนบ้านกลุ่มนี้ เขาแสดงความไม่พอใจและบอกว่าคนเหล่านั้นควรจะจ่ายภาษี เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังต้องใช้บริการพื้นฐานของรัฐ 

แต่สิ่งที่ทำให้ชาวบ้านรายนี้กังวลมากที่สุดคือ อิทธิพลของไรช์สบัวร์เกอร์ที่อาจจะมีต่อความรู้สึกนึกคิดของเด็ก ๆ

ทางการเยอรมนีเริ่มรับมือกับกลุ่มไรช์สบัวร์เกอร์อย่างจริงจังมากขึ้น หลังจากที่คนกลุ่มนี้ถูกมองว่าเป็นตัวตลกหรือพวกคนสติฟั่นเฟือนที่ไม่มีพิษภัยมาเป็นเวลานาน