ย้อนปฏิบัติการ ทอ. ใช้เอฟ-16 โจมตีคลังเก็บยุทโธปกรณ์ในปอยเปต ด้านกัมพูชาชี้เป็นพื้นที่พลเรือน

.

ที่มาของภาพ, Thai Air Force

คำบรรยายภาพ, ภาพบันทึกจากพื้นที่ปฏิบัติการซึ่ง พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ ระบุว่าเป็นภาพปฏิบัติการโจมตีที่โกดังแห่งหนึ่งนอกเมืองปอยเปตของกัมพูชา ระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2568

ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาเข้าสู่วันที่ 13 หลังปะทุขึ้นมาระลอกใหม่ต้นเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา

จุดศูนย์กลางของความสนใจในวันนี้ (19 ธ.ค.) อยู่ที่ปฏิบัติการของกองทัพอากาศไทยในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี (18 ธ.ค.) ในพื้นที่เมืองปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ของกัมพูชาซึ่งเป็นจังหวัดที่เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งท่องเที่ยวกาสิโน

กองทัพอากาศของไทยระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในเขตชานเมืองและไม่ได้มุ่งเป้าไปที่พื้นที่พลเรือน ขณะที่ทางการกัมพูชาและสื่อมวลชนกัมพูชาเผยแพร่ความเสียหายในพื้นที่โกดังโดยอ้างว่าเกิดจากปฏิบัติการของฝ่ายไทย

ด้านความปลอดภัยของชาวไทยที่ยังติดค้างอยู่ในเมืองปอยเปต นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่าชาวไทยในพื้นที่ดังกล่าวปลอดภัยดี โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานกับคนไทยในพื้นที่รวมถึงสำนักงานประสานงานชายแดนไทย–กัมพูชาแล้ว พร้อมอำนวยความสะดวกด้านเอกสารเดินทางหรือเอกสารฉุกเฉิน หากมีผู้ประสงค์จะเดินทางออกจากปอยเปต

ย้อนปฏิบัติการ ทอ. ใช้เครื่องบินเอฟ-16 ทิ้งระเบิดในเขตปอยเปต

วานนี้ (18 ธ.ค.) กระทรวงกลาโหมของกัมพูชารายงานว่า กองทัพไทยได้ใช้เครื่องบินรบเอฟ‑16 เปิดปฏิบัติการทางอากาศในหลายพื้นที่ของกัมพูชา โดยนอกจากการทิ้งระเบิดในหลายหมู่บ้านช่วงก่อนเที่ยงแล้ว ทั้งนี้ยังมีการระบุว่าเมื่อเวลา 11.06 น. ของวันที่ 18 ธ.ค. ฝ่ายไทยใช้เครื่องบินเอฟ‑16 ทิ้งระเบิดจำนวน 2 ลูกในเมืองปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย

การแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกับการรายงานข่าวจากสำนักข่าวเฟรชนิวส์ของกัมพูชาระบุว่าการทิ้งระเบิดเกิดขึ้นบริเวณพื้นที่ "ดรายพอร์ต" หรือท่าบกที่ใช้สำหรับเก็บตู้คอนเทนเนอร์ ที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้วงเวียน จุดตัดระหว่างถนนแห่งชาติหมายเลข 58 และถนนแห่งชาติหมายเลข 5 โดยผู้สื่อข่าวระบุว่าเหตุการณ์ทิ้งระเบิดนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นในเขตชุมชนใจกลางเมืองปอยเปต แต่ตกลงในเขตชานเมือง "อย่างไรก็ตาม แรงระเบิดก็ทำให้ประชาชนบางส่วนในเมืองปอยเปตรู้สึกหวาดกลัว"

ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวเฟรชนิวส์ของกัมพูชา ระบุว่ายังไม่สามารถเข้าสำรวจพื้นที่ที่อาจได้รับความเสียหายได้จากเหตุผลด้านความปลอดภัย

ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ของประเทศไทย แถลงเมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 18 ธ.ค. เกี่ยวกับปฏิบัติการดังกล่าว โดย พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้เปิดเผยลำดับเวลาก่อนปฏิบัติการโจมตีดังนี้

  • 17 ธ.ค. 2568 เวลา 17.00 น. พบทหารฝ่ายกัมพูชาขนอาวุธยุทโธปกรณ์เข้ามาในพื้นที่เมืองปอยเปต ตรงข้ามจุดผ่านแดนบ้านคลองลึก จ.สระแก้ว
  • 18 ธ.ค. 2568 เวลา 08.00 น. ฝ่ายกัมพูชายังคงระดมอาวุธหนักเข้ามาในดินแดนอธิปไตยของไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องป้องกันตนเอง
  • 18 ธ.ค. 2568 เวลา 11.15 น.ฝ่ายไทยสกัดกั้นการซ่องสุมกำลังของฝ่ายกัมพูชา ภายในโกดังบริเวณนอกตัวเมืองปอยเปตใกล้แนวชายแดน จ.สระแก้ว

พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ ชี้แจงถึงปฏิบัติการดังกล่าวว่ามีเป้าหมายเป็นคลังเก็บยุทโธปกรณ์ซึ่งถูกใช้เป็นศูนย์รวบรวมและขนส่งจรวด BM‑21 ที่กัมพูชานำมาใช้โจมตีทั้งกำลังพลและพลเรือนฝั่งไทยเมื่อช่วงเย็นวันก่อนหน้านี้

โฆษกกองทัพอากาศระบุ ว่า "ก่อนที่จะมีการโจมตีทางกองทัพไทยเองได้ดำเนินการด้านการข่าวผ่านขีดความสามารถที่เรามีในการที่จะพิสูจน์ทราบชัดเจนว่าเป้าหมายดังกล่าวเป็นเป้าหมายทางทหาร และเราก็สังเกตกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบริเวณโดยรอบอาคารสถานที่ก็พบว่ามีการนำรถเข้าไปโหลดจรวด BM-21 ซึ่งทำให้เราค่อนข้างมั่นใจได้ว่าเป้าหมายตรงนั้นเป็นเป้าหมายที่มีคุณค่าในการโจมตี" นอกจากนี้เขายืนยันด้วยว่าไม่มีพลเรือนอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงตัดสินใจโจมตีในฐานะเป้าหมายทางทหาร

"จะเห็นภาพที่มีการปะทุขึ้นของระเบิดในจุดต่าง ๆ ก็คือ จรวด BM-21 ที่ ๆ ถูกเก็บอยู่ในพื้นที่ตรงนี้" พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ บรรยายระหว่างเปิดภาพวิดีโอที่ระบุว่าเป็นภาพบันทึกจากพื้นที่ปฏิบัติการระหว่างการแถลงข่าวเมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 ธ.ค.

อย่างไรก็ดี ไม่มีการยืนยันพิกัดชัดเจนว่าปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในตำแหน่งใดจากทางการไทยและกัมพูชา

ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายวันเดียวกันกระทรวงกลาโหมของกัมพูชายังรายงานการโจมตีด้วยเครื่องบินเอฟ-16 อีกระลอกที่เมืองศรีโสภณ ในจังหวัดบันเตียเมียนเจย

This image can only be used within 30 days of the upload date. This is a subscription image to only be used by BBC News outlets and platforms (UK & Global) including current affairs programmes within the News Division. Current affairs programmes outside of News do not have the rights to use this image.
Other in-house productions will need to clear via the General Permissions Agreement (GPA). Externals/indies need to license directly with the agency.
NARCH/NARCH30 3TP MNDTY

ที่มาของภาพ, Royal Thai Army/HandOut

คำบรรยายภาพ, ภาพการโจมตีทางอากาศ ซึ่งกองทัพไทยระบุว่าเกิดขึ้นในเขตอำเภอพระเนตรพระ จังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ถ่ายเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 68

ทั้งนี้ข้อมูลจากฝั่งกัมพูชากล่าวหาว่าการโจมตีในวันที่ 18 ธ.ค. สร้างความเสียหายต่ออาคารพลเรือน

เนธ เพียกตรา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข้อมูลข่าวสารของกัมพูชา โพสต์เฟสบุ๊กแสดงภาพอาคารโกดังเก็บยานพาหนะได้รับความเสียหาย พร้อมข้อความระบุว่าแม้กองทัพไทยจะยืนยันว่าการโจมตีด้วยอากาศยานมุ่งเป้าเฉพาะต่อฐานที่มั่นทางทหาร แต่ข้อเท็จจริงคือเครื่องบินรบเอฟ‑16 ได้ทิ้งระเบิดในเมืองปอยเปตและเมืองศรีโสภณ จังหวัดบันเตียเมียนเจย "ซึ่งเป็นพื้นที่พลเรือน"

เขากล่าวหาต่อไปว่ากองทัพไทยจงใจโจมตีประชาชนและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในการปฏิบัติการเชิงรุกครั้งนี้ โดยชี้ว่าเป็นการใช้อาวุธก่อความรุนแรงที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และทำให้ไทยต้องรับผิดชอบโดยสมบูรณ์ต่อการกระทำดังกล่าว

ทั้งนี้ในการแถลงข่าวของโฆษกกระทรวงมหาดไทยของรัฐบาลกัมพูชาในวันนี้ (19 ธ.ค.) ระบุความเสียหายเพิ่มเติมจากเดิม ได้แก่ โกดังเก็บยานพาหนะอีกหนึ่งแห่งด้วย

ด้านกองทัพไทยยังไม่ได้ชี้แจงต่อข้อกล่าวหาในการแถลงจากศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ ในวันนี้

.

ที่มาของภาพ, Neth Pheaktra

คำบรรยายภาพ, ภาพอาคารโกดังเก็บยานพาหนะได้รับความเสียหายซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงข้อมูลข่าวสารของกัมพูชา ระบุว่าเกิดจากปฏิบัติการของกองทัพไทย

จีนส่งสัญญาณหวังให้ไทย-กัมพูชายุติการรบ

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า นายหวัง อี้ กรรมการกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้หารือทางโทรศัพท์กับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศไทย และนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศกัมพูชา ทั้งสองประเทศได้รายงานความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมย้ำความตั้งใจที่จะลดความตึงเครียดและผลักดันให้เกิดการหยุดยิงโดยเร็ว

นายหวัง อี้ ระบุว่า จีนในฐานะประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดไม่ต้องการเห็นไทยและกัมพูชาตกอยู่ในภาวะปะทะ พร้อมแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียทั้งชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ล่าสุด ซึ่งเขามองว่ามีความรุนแรงมากกว่าครั้งก่อนอย่างชัดเจน และย้ำว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อจะยิ่งสร้างความเสียหายต่อทั้งสองประเทศ และอาจกระทบต่อความเป็นเอกภาพของอาเซียน จีนจึงเห็นว่าภารกิจเร่งด่วนที่สุดคือการผลักดันให้เกิดการหยุดยิงโดยเร็ว ลดความสูญเสีย และฟื้นฟูความไว้วางใจร่วมกัน

นายหวัง อี้ ยังกล่าวด้วยว่าจีนยึดหลักการส่งเสริมการเจรจาอย่างเป็นธรรมต่อกรณีปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมสนับสนุนความพยายามไกล่เกลี่ยของอาเซียน โดยขณะนี้ทูตพิเศษด้านกิจการเอเชียของกระทรวงการต่างประเทศจีนได้เดินทางไปยังสองประเทศเพื่อประสานงาน โดยจีนยืนยันว่าจะยังทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อและมีบทบาทสร้างสรรค์เพื่อฟื้นฟูสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชา รวมถึงขอให้ทั้งสองชาติใช้มาตรการเพื่อคุ้มครองโครงการและบุคลากรจีน และเพิ่มความระมัดระวังต่อการเผยแพร่ข่าวลือที่อาจบั่นทอนความสัมพันธ์กับจีน

"นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้วและนายปรัก สุคนชื่นชมท่าทีที่เป็นกลางและไม่ลำเอียงของจีนอย่างสูง รวมถึงบทบาทของจีนในการไกล่เกลี่ย ยินดีกับการเดินทางมาไกล่เกลี่ยของทูตพิเศษจีน และหวังว่าฝ่ายจีนจะมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในการคลี่คลายความตึงเครียดและฟื้นฟูสันติภาพ" ข้อความของเพจสถานเอกอัครราชทูตจีนระบุทิ้งท้าย