“ความพินาศ” และ “คราบน้ำตาบนผืนดิน” คนโคราช จากเหมืองแร่โปแตชที่เศรษฐาต้องการ

PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, "หนองไทรกำลังพินาศ” จงดี มินขุนทด ตัวแทนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด
    • Author, ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ผืนดินปกคลุมด้วยผลึกสีขาวโพลน เป็นภาพที่อาจดูสวยงามและแปลกตา ที่สัมผัสได้ตั้งแต่ปากทางเข้า ต.หนองไทร จ.นครราชสีมา แต่มันกลับเป็นสิ่งย้ำเตือนความทรมานของเกษตรกรจำนวนมาก ที่ต้องสูญเสียวิถีทำกิน อย่างยากฟื้นคืน

หากมองดูดี ๆ สีขาวเหล่านี้ ไม่ใช่หิมะ แต่เป็นผลึกเกลือบนผิวดินที่มากผิดปกติ ซึ่งประชาชนและนักเคลื่อนไหว เชื่อว่าเป็นผลจากการทำเหมืองของบริษัท “ไทยคาลิ” หนึ่งในสามผู้ได้ประทานบัตรทำเหมืองโปแตช ซึ่งประเมินว่าไทยมีแร่ชนิดนี้มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก

บริษัท ไทยคาลิ จำกัด (บจก.ไทยคาลิ) ได้รับประทานบัตรในปี พ.ศ. 2558 และมีกำลังการผลิตแร่โปแตช 100,000 ตันต่อปี แต่ประสบปัญหาทำให้ต้องระงับการดำเนินงาน ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา

“ขุดอุโมงค์ลงไปใต้ดินแล้ว แต่เกิดปัญหามีน้ำรั่วเข้ามาในอุโมงค์ และไม่สามารถดำเนินงานต่อไปได้” รายงานแจ้งผลดำเนินการ ในมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 28 มิ.ย. 2565 ระบุ

สุปราณี ทองอุไร เกษตรกรที่มีผืนนาอยู่ไม่ไกลจากเหมือง บอกบีบีซีไทยว่า ปัญหาไม่ได้เพิ่งเกิดตามที่แจ้ง ครม. ในปี 2565 แต่เกิดตั้งแต่ราวปี 2562 มาแล้ว เพราะ “น้ำเกลือ” และ “สารเคมี” จากเหมืองได้ไหลลงสู่ผืนดินและแหล่งน้ำสาธารณะ ทำให้ดิน-น้ำ มีความเค็มกว่าปกติ

เกษตรกรผู้นี้บอกว่า ความเค็มนั้นได้แปรเปลี่ยนผืนนา 29 ไร่ที่เคยอุดมสมบูรณ์ ตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย จนมาวันนี้ ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น

“อยากได้แร่โปแตช แร่ใต้ดินของประชาชน บนผืนแผ่นดินที่มีแต่คราบน้ำตาประชาชน” สุปราณี กล่าว พลางมองไปที่ผืนนาไร้ข้าว ไร้สีเขียว ที่ทำได้เพียงให้วัวเดินเล่น

ไม่เพียงแค่สุปราณี บีบีซีไทยได้พูดคุยกับเกษตรกรอีกหลายคนใน ต.หนองไทร ซึ่งต่างก็สูญเสียพื้นที่ทำกินในลักษณะคล้ายกัน

PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ผืนนา 29 ไร่ของสุปราณี ปลูกข้าวไม่ขึ้นมาหลายปีแล้ว

ด้าน บจก.ไทยคาลิ ชี้แจงกับบีบีซีไทย โดยอ้างอิงข้อมูลพื้นฐานสิ่งแวดล้อมจากรายงาน EIA (2556) และรายงานกรมควบคุมมลพิษและสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 11 (2558) ซึ่งเป็นช่วงก่อนการก่อสร้างเหมือง เทียบกับผลวัดค่าความเค็มจนถึงปัจจุบัน ชี้ว่า พื้นที่แถบนี้ “มีค่าพื้นฐานความเค็มอยู่แต่เดิมตามธรรมชาติ” และการทำเหมืองนั้น “ไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด”

“ชาวบ้านใกล้เคียงเขาบอกดินเค็มมา 20-30 ปีแล้ว” หนึ่งในเจ้าหน้าที่มวลชนสัมพันธ์ของ บจก.ไทยคาลิ กล่าว พร้อมยืนยันว่าเสียงคัดค้านและต่อต้านเหมือง เป็นเพียงเสียงส่วนน้อยเท่านั้น

การทำเหมืองโปแตช กำลังทำลายวิถีชีวิตของคนอีสานจริงหรือไม่ บีบีซีไทยพาไปสำรวจ ในห้วงเวลาที่นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน กระตุ้นให้เร่งผลิตแร่โปแตช เพื่อลดการนำเข้าปุ๋ยเคมี ที่นับวันราคายิ่งผันผวน จากวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด

หนองไทร... กำลังพินาศ ?

“โปแตสเซียม ถือเป็นสารตั้งต้นสำคัญของการทำปุ๋ยเคมี... ขายได้ราคาดีในต่างประเทศ มีความต้องการสูงที่จีน ปัจจุบัน มีผู้ได้รับสัมปทานแล้ว 3 ราย แต่ยังไม่มีการดำเนินงานเลย เรื่องนี้ ต้องให้เร่งรัดว่าต้องมีการดำเนินงาน ถ้าเกิดไม่สามารถทำได้ ก็หาผู้รับประมูลมาทำงานใหม่” เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2566

คำแถลงความยาวไม่ถึงนาทีนี้ ซ้ำเติมจิตใจเกษตรกรหลายคนใน ต.หนองไทร ที่ทำนาไม่ได้มาหลายปีแล้ว จากปัญหาดินเค็มจัด

“ที่เห็นชัด คือหลังปี 2562 พื้นที่รอบเหมืองที่เคยปลูกข้าวได้ ใช้น้ำได้ เราก็เริ่มเห็นความเค็มที่มากผิดปกติ” จงดี มินขุนทด ตัวแทนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด กล่าว โดยในมือถือผลึกเกลือแผ่นหนา ที่เธอเพิ่งแซะขึ้นมาจากผืนดิน

“เราคิดว่าความเสียหายมันเกิน 80% (ของพื้นที่ ต.หนองไทร) เสียด้วยซ้ำ... หนองไทรกำลังพินาศ”

PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ผืนดินที่แห้งแล้ง ผลึกเกลือเกาะหนาแน่น จนดูคล้ายหิมะ
TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ภาพมุมสูงในพื้นที่เดียวกัน

บีบีซีไทยตระเวนทั่ว ต.หนองไทร ที่ตั้งของเหมืองโปแตชของ บจก.ไทยคาลิ และเห็นสิ่งแวดล้อมที่ผิดปกติหลายอย่าง ไม่ว่าจะต้นไม้สูงใหญ่ที่ยืนต้นตาย แหล่งน้ำใสที่สัตว์ไม่เข้าไปดื่มเพราะเค็มจัด และผืนนากว้างใหญ่ที่โล่งเตียนหรือเป็นโคลนแฉะสีสนิม

บนที่นากว่า 24 ไร่ของจรูญ ดีขุนทด ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเหมือง สภาพทุกวันนี้ไม่เหลือความเป็นนาข้าว แต่ใกล้เป็นนาเกลือเข้าไปทุกที ส่วนยุ้งข้าวเก็บข้าวเปลือกก็ว่างร้าง หยากไย่ขึ้น

PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, สองตายายที่มีที่ดิน 24 ไร่ แต่ก็ต้องไปเช่าที่นาคนอื่นปลูกข้าว

“ก่อนเหมืองมา ข้าวขึ้นดี ปีหนึ่งก็ได้ 20-30 กระสอบ พออยู่พอกิน” จรูญ วัย 82 ปี กล่าว พร้อมยอมรับว่า เขาเองก็อยากได้ปุ๋ยเคมีราคาถูกที่ทางเหมืองเคยสัญญา “แต่เมื่อไม่มีนาให้ทำแล้ว” ก็ไม่รู้จะเอาปุ๋ยถูกไปทำอะไร

พวงดี ดีขุนทด ภรรยาที่เกิดและเติบโตในพื้นที่ บอกว่าทุกวันนี้ ต้องไปเช่าที่นาของคนอื่น เพื่อปลูกข้าวให้พอเลี้ยงครอบครัวได้ ทั้งนี้ เธอยอมรับว่าสมัยก่อนเหมืองมาก็มีคราบเกลือขึ้นอยู่บ้าง

“แต่ก่อนเป็นเกลือธรรมชาติ มันก็ไม่เป็นแบบนี้ มันไม่ตายแบบนี้ ทำนาได้กินทุกปี” พวงดี โอดครวญ “นี่ทำอะไรไม่ได้เลย 2-3 ปีมานี้”

ไม่เพียงแต่คน แต่ปศุสัตว์เองก็ได้รับผลกระทบ เพราะดินเค็มจนหญ้าที่เคยขึ้นเต็มพื้นที่ ร่อยหรอแทบไม่เหลือ จนเกษตรกรต้องพาพวกมันเดินไกล เพื่อพาไปกินหญ้าที่พอขึ้นอยู่บ้างในที่ห่างไกลจากเหมือง

PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, “ลำบากทุกอย่างเลย ข้าวก็ตาย หญ้าก็ตาย ที่นี่เมื่อก่อนวัวกินหญ้าเต็มเลย” ชายสูงวัยคนหนึ่ง กล่าว ระหว่างพาฝูงวัวที่ผอมโซ เดินผ่านผืนดินที่ร้างความเขียวขจี
PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ต้นไม้สูงยืนต้นตายเป็นจำนวนมาก ในพื้นที่รอบเหมือง
.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, บางพื้นที่ของหนองไทร คล้ายอยู่ในแอฟริกาที่แล้งจัด

ปริศนา “ความเค็ม”

บจก.ไทยคาลิ มีกรรมการบริหาร 2 คน หนึ่งในนั้นคือ วุฒิชัย สงวนวงศ์ชัย อดีต สส.ชัยภูมิ หลายสมัย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ช่วงปี 2542-2544 (ยุคชวน หลีกภัย) ก่อนย้ายพรรคและมาเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ที่ต่อมาถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง หรือในชื่อกลุ่ม "บ้านเลขที่ 111"

แล้วหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ บจก.ไทยคาลิ อ้างว่า ดินบริเวณนี้ “เค็มอยู่แล้ว” คืออะไร

ทีมข่าวบีบีซีไทยได้รับอนุญาตให้เข้าไปสำรวจการดำเนินงานในเหมืองโปแตชไทยคาลิ พบว่า ตัวโรงสกัดแร่นั้น ไม่มีการดำเนินงานใด ๆ มาหลายปีแล้ว จนฝุ่นเกาะ หลังต้องระงับการขุดเจาะอุโมงค์แนวราบเมื่อหลายปีก่อน

ภายในยังมีโรงงานผลิตเกลือ สำหรับต้มเกลือที่เป็นผลพลอยได้จากการสกัดแร่โปแตช แต่ปัจจุบัน ทางเหมืองฯ ชี้ว่า “ซื้อเกลือสินเธาว์” จากภายนอกมาต้มเกลือเป็นครั้งคราว “เพื่อให้คนงานมีงานทำ” เพราะจนทุกวันนี้ ก็ยังไม่ได้แร่โปแตชขึ้นมาสกัดเลย

“สิ่งที่เราทำนี้ก็เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งคนอื่นไม่เข้าใจ เพราะว่าการผลิตโปแตช มันจะมีเกลือออกมาด้วย เราก็เอามาสร้างมูลค่าเพิ่ม” ชูพงษ์ วิเศษจินดาวัฒน์ ผู้จัดการเหมืองโปแตชไทยคาลิ อธิบาย พร้อมยืนยันว่า เหมืองดำเนินการในระบบปิด จึง “ไม่มีน้ำในโรงงานออกไปข้างนอกเลย”

PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, เหมืองแห่งนี้ดำเนินการในระบบปิด จึง "ไม่มีน้ำในโรงงานออกไปข้างนอกเลย" ชูพงษ์ วิเศษจินดาวัฒน์ ผู้จัดการเหมืองโปแตช ไทยคาลิ ยืนยัน
PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, โรงสกัดแร่ที่ยังไม่เคยเปิดใช้งานเลย

คณะเจ้าหน้าที่ของเหมืองแร่โปแตชไทยคาลิ นำโดย ชูพงษ์ ยังพาทีมข่าวบีบีซีไทยชมบ่อน้ำต่าง ๆ ภายในพื้นที่เหมือง ที่ส่วนใหญ่ปูผ้ายาง HDPE เพื่อป้องกันน้ำรั่วซึมลงดินแล้ว โดยเขาอธิบายว่า ได้ปูผ้ายาง HDPE ให้ทุกบ่อ “เพื่อความสบายใจของชาวบ้าน” หลังถูกร้องเรียนอย่างหนัก

พร้อมกันนี้ ทางเหมืองได้กางข้อมูลตรวจวัดค่าความเค็มอ้างอิงจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ ภาค 11 และสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขต 6 ให้บีบีซีไทยตรวจสอบ รวมถึงการตรวจสอบเองของทางเหมือง ดังนี้

.

ตัวเลขเทียบก่อน-หลังด้านบน เป็นสิ่งที่ ไทยคาลิ ใช้เป็นหลักฐานว่า พื้นที่บริเวณรอบโครงการที่ทีมข่าวพบเห็นความเสียหาย “มีค่าพื้นฐานความเค็มอยู่แต่เดิมตามธรรมชาติ” และจากการวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ ถึงปัจจุบัน พบว่า “ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ” ยกเว้น การเปลี่ยนแปลงค่าความเค็มเล็กน้อยตามฤดูกาล

ยกตัวอย่าง จุดบ่อเก็บน้ำหนองไทร ที่ทางเหมืองชี้แจงว่า มีค่าความเค็มอยู่ที่ 64 ppt ในปี 2558 ที่ยังไม่ก่อสร้างเหมือง ต่อมาในปี 2562 ค่าความเค็มพุ่งสูงขึ้นเป็น 78 ppt และลดลงเล็กน้อยในปีต่อ ๆ มา

*ค่า ppt คือ มาตรวัดค่าความเค็ม หนึ่ง ppt เท่ากับหนึ่งกรัมต่อน้ำหนึ่งลิตร โดยน้ำจืดที่บริโภคได้ มีค่าความเค็มน้อยกว่า 0.5 ppt ส่วนน้ำทะเลมีค่าความเค็ม 35ppt

แต่เกษตรกรหลายคนไม่คิดเช่นนั้น “ก่อนหน้าที่เหมืองจะเกิด เรายังอยู่ได้กับผืนดินที่ปลูกข้าวกินได้ สายน้ำที่ใช้อุปโภคบริโภคได้ แต่พอเหมืองมา เหมืองก็บอกว่า สิ่งเหล่านี้มาจากความเค็มที่มีอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งไม่ยุติธรรมกับเรามากเหลือเกิน” จงดี แสดงความเห็นต่อจุดยืนของทางเหมือง

บีบีซีไทยตรวจสอบเอกสารการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 (นครราชสีมา) ที่ลงพื้นที่ช่วงกลางปี 2565 ได้พบถึงสิ่งผิดปกติหลายประการ ที่ไม่สอดคล้องกับคำชี้แจงของทางเหมือง ดังนี้

  • ค่าความเค็ม “บ่อน้ำวัดหนองไทร” ที่ทางบริษัทฯ มักนำไปอ้างว่าเป็นค่าความเค็มก่อนมีโครงการ (64 ppt ในปี 2558) แต่จากการตรวจสอบพบว่า ในขณะที่เก็บตัวอย่างน้ำในบ่อ บจก.ไทยคาลิ ได้เริ่มดำเนินการขุดบ่อพักน้ำในพื้นที่โครงการที่อยู่ติดกับบ่อน้ำของวัดหนองไทรมาตั้งแต่ปี 2557 ทั้งที่เวลานั้น ยังมิได้รับประทานบัตรมาแต่อย่างใด ดังนั้นค่าความเค็มที่ตรวจวัดได้ในปี 2558 จึงถือว่าเป็นค่าความเค็มที่ตรวจพบภายหลังการปรับพื้นที่ ขณะที่ วันชนะ สงวนวงศ์ชัย รองผู้จัดการบริษัทฯ ยอมรับว่า ได้นำน้ำใต้ดินขึ้นมาพักในบ่อดังกล่าวตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งในขณะนั้นยังไม่ได้รับประทานบัตรแต่อย่างใด
  • พบการรั่วซึมของน้ำออกมาจากพื้นดินบริเวณวัดหนองไทร ติดกับคันดินขอบบ่อพักน้ำของโครงการ ในลักษณะรั่วซึมต่อเนื่องแล้วไหลสู่บ่อน้ำของทางวัดฯ เมื่อตรวจสอบพบว่า เป็นน้ำที่ “มีเกลือมาก” และน้ำจากบ่อน้ำวัดหนองไทร ก็ไหลลงสู่พื้นที่ทำการเกษตรของประชาชนต่อไป
  • พบน้ำหลากในทุ่งนาของประชาชน ไหลมาจากที่ตั้งของเหมืองแร่ โดยเป็นน้ำคุณภาพต่ำและมีเกลือมาก
  • การผลิตเกลือของโรงงานเป็นกิจกรรมที่ไม่ได้ปรากฏในรายงาน EIA รวมทั้งไม่ได้กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
คำบรรยายวิดีโอ, เหมืองแร่โปแตซที่ "เศรษฐา" ต้องการ ทำลายผืนดินโคราชจริงหรือ ?

บีบีซีไทยติดต่อ ธนัญชัย วรรณสุข ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 เพื่อสอบถามความเห็นถึงตัวรายงานฉบับนี้ ซึ่งเขาตอบเพียงว่า สิ้นสุดกระบวนการในฝั่งของตน และส่งรายงานทั้งหมดให้คณะทำงานของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) แล้ว

ด้าน ผู้จัดการเหมืองโปแตชไทยคาลิ ชี้แจงกับบีบีซีไทยว่า คัดค้านรายงานฉบับดังกล่าวของสำนักงานสิ่งแวดล้อมฯ และได้ดำเนินการร้องเรียนไปแล้ว เพราะเป็นการใช้ข้อมูลเพียงชุดเดียวเพื่อกล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นเกิดจากการดำเนินงานของเหมือง

น้ำทะลักเหมือง

รายงานของสำนักงานสิ่งแวดล้อมฯ ยังเปิดเผยรายละเอียดถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ บจก.ไทยคาลิ ต้องระงับการขุดอุโมงค์แนวราบต่อ เพราะ “เกิดน้ำเค็มใต้ดินรั่วซึมเข้ามาในอัตรา 18,000 ลิตรต่อนาที แม้จะอุดรอยแตกด้วยซีเมนต์ หรือ เกราทิง (grouting) แต่ยังมีน้ำรั่วไหลในอัตรา 6,000 ลิตรต่อนาที” ทำให้ “ไม่สามารถบริหารจัดการน้ำใต้ดินที่รั่วซึม” ได้

นายแมน (นามสมมติ) อดีตคนงานเหมืองโปแตช ที่ทำหน้าที่ขับรถอยู่ในอุโมงค์ดังกล่าว เล่าให้บีบีซีไทยฟังถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นว่า “น้ำไม่ได้ทะลักแรง พื้นที่ก็กว้าง ตอนนั้นอยู่ที่ชั้นเกลือแล้ว น้ำมันมาถึงปล่องชาฟท์ที่จะเอาเกลือขึ้น” แมน เล่าถึงวันหนึ่งในปี 2563

“อันที่จริง มันทะลักสองครั้ง ครั้งแรกเขาเอาอยู่ พอครั้งที่สองเขาเอาไม่อยู่ มันเลยต้องปิด เพราะน้ำมันขึ้นถึงช่วง 500 เมตรของระยะทางถึงปล่องชาฟต์แล้ว (ยาวทั้งหมด 1,500 เมตร)”

PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, แมนบอกว่า ที่กล้าออกมาต่อสู้ เพราะหนองไทรก็เป็นบ้านเกิดของเขาเหมือนกัน

ในฐานะที่อยู่ในเหมืองช่วงนั้นด้วย เขายืนยันว่า น้ำที่ซึมออกมามีความเค็มจัด และตอนนั้นบ่อน้ำต่าง ๆ ที่ บจก.ไทยคาลิ ขุดไว้ (อย่างน้อย 5 บ่อตั้งแต่ปี 2562) ยังไม่มีการปูแผ่นยางเหมือนที่เห็นในปัจจุบัน

บีบีซีไทยถามแมนว่า เจ้าของและทางผู้จัดการเหมือง ชี้แจงอะไรกับคนงานบ้างหรือไม่ อดีตคนงานเหมืองที่เป็นชาว ต.หนองไทร โดยกำเนิด ตอบว่า “ไม่ได้อธิบายเลย เขาจะเอาแต่แร่ คนไหนกระทบก็ช่วยคนนั้น สิ่งแวดล้อมเป็นยังไงเขาไม่สน”

“ผมเสียใจนะ ผมก็มีความผิดเพราะเป็นคนขุด” ถึงตรงนี้ แมนกล่าวเสียงเศร้า แต่เพราะสวมแว่นกันแดดและต้องปิดบังใบหน้าระหว่างสัมภาษณ์ เราจึงไม่เห็นสีหน้าเขาชัดเจน “มันก็บ้านเรานะ แล้วเขามาทำกับบ้านเราอย่างนี้”

ด้านวิศวกรของ บจก.ไทยคาลิ ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในอุโมงค์ดังกล่าว ไม่ได้กระทบต่อน้ำบาดาลแต่อย่างใด

“มันมีน้ำใต้ดินอยู่ก่อนแล้ว อุโมงค์เราแค่ 5 คูณ 6 เมตร ผลกระทบต่อชั้นน้ำบาดาลแทบไม่มีเลย ถ้ามีจริง ต้นไม้ต้นหญ้าที่ผมปลูก (ในโรงงาน) ไม่ตายก่อนหรือ” จารุพล สงวนวงศ์ชัย วิศวกรโครงการ กล่าว

ระเบิดอุโมงค์ใหม่... หลังนายกฯ สั่ง

เยื้องลงมาทางใต้ของเหมืองโปแตช ไทยคาลิ บริเวณดอนหนองโพธิ์ คนงานกำลังก่อสร้างรั้วลวดหนามล้อมรอบที่ดินกว้างใหญ่แปลงหนึ่ง เมื่อมองเข้าไปจะเห็นอาคารขนาดเล็ก และกองดินที่เกิดจากการขุดเจาะ นี่คือที่ตั้งของอุโมงค์ใหม่ 3 แห่งที่เจาะถึงชั้นหินเกลือแล้ว และเตรียมใช้ระเบิดไดนาไมต์กว่า 1,000 กิโลกรัม ระเบิดเพื่อเจาะให้ถึงชั้นแร่

TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, บีบีซีไทยบินโดรนจากที่ดินของจิราพร ไปยังจุดที่เชื่อว่าเป็นจุดตั้งอุโมงค์แนวดิ่งแห่งใหม่
PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ป้าย "ไม่เอาเหมือง" บนที่ดินของจิราพร

นี่คือภาพที่ จิราพร แวงดงบัง เจ้าของที่ดินขนาด 50 ไร่ ที่อยู่ห่างเพียงไม่ถึง 100 เมตรจากจุดเจาะอุโมงค์แห่งใหม่ เห็นทุกครั้งที่มาตรวจตราสวนอ้อยที่อุดมสมบูรณ์ของเธอ และมันก็เกิดขึ้นเร็วมาก ไม่นานหลังนายกรัฐมนตรีแถลงข่าวเร่งให้ผู้ได้รับประทานบัตรเร่งดำเนินงาน

“เราเคยเห็นผลกระทบของบ้านหนองไทรแล้ว แล้วเขาจะมาเจาะอุโมงค์ติดกับแม่ น้ำเค็มดินเค็มก็จะไหลมาตรงนี้เวลาฝนตก” จิราพร กล่าว แต่เธอยอมรับว่า ต่อสู้เท่าไหร่ คงห้ามการระเบิดอุโมงค์ที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่ได้

“รัฐบาลต้องมองเห็นประชาชนบ้าง เขาจะเอื้อแต่นายทุน แต่เขามองไม่เห็นประชาชน” แต่ “ถ้าเกิดเขาจะมาขอซื้อที่ แม่ก็ไม่ขาย เพราะถ้าขายไป จะเอาที่ไหนทำ รุ่นลูกรุ่นหลานจะมีอะไรทำ” เธอกล่าว

จารุพล ซึ่งเป็นวิศวกรโครงการของ บจก.ไทยคาลิ อธิบายถึงการเตรียมใช้ไดนาไมต์ระเบิดเจาะชั้นเกลือว่า ได้รับการอนุมัติจากหลายหน่วยงานแล้ว รวมถึงสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าจะปลอดภัย และไม่กระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียง

“ในชั้นเกลือไม่มีน้ำ เราสำรวจแล้วว่าตรงนี้ไม่มี” เขาระบุด้วยว่า “สถานที่เจาะอุโมงค์ห่างจากพื้นที่ชาวบ้านมาก ถ้ามีผลกระทบจริง เราต้องได้รับก่อน”

PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, จิราพร แวงดงบัง (คนที่ 1 จากซ้าย) จงดี มินขุนทด และจุฑามาศ ศรีหัตถผดุงกิจ (คนที่ 2-3 ตัวแทนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด) และเดือนรุ่ง มูลขุนทด (ขวาสุด) จาก ต.หนองบัวตะเกียด

ห่างลงมาทางใต้ของเหมืองราว 20 นาที บีบีซีไทยมาถึง ต.สระขี้ตุ่น และสังเกตเห็นป้ายต่อต้านการทำเหมืองโปแตช ตามบ้านเรือนต่าง ๆ แทบทุกหลัง

มีบ้านหลังหนึ่งที่อาจดูเป็นร้านค้าของชุมชนแห่งนี้ แต่ที่นี่คือฐานปฏิบัติงานของกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด ที่ต่อต้านการทำเหมืองของ บจก.ไทยคาลิ

จุฑามาศ ศรีหัตถผดุงกิจ นักศึกษาด้านกฎหมาย ผู้ผันตัวสู่นักเคลื่อนไหวต่อต้านเหมืองแร่ในภาคอีสาน ได้กางแผนที่วาดด้วยมือ เพื่อชี้ให้เห็นว่า การระเบิดอุโมงค์ใหม่ทั้ง 3 แห่ง เสี่ยงจะทำให้เกิด “หนองไทร 2” ในอีกหลายตำบล

“ดอนหนองโพธิ์ (ที่ตั้งอุโมงค์ใหม่) เป็นจุดสูงสุดในบริเวณนี้ มันคือสันปันน้ำ ฝนตกลงมา น้ำจะไหลลงได้หลายทิศทาง เพราะพื้นที่รอบข้างเป็นพื้นที่ต่ำทั้งหมด” เธอกล่าว พร้อมใช้นิ้วลากจากตัวเหมืองมายังตำบลต่าง ๆ ที่ประเมินว่าจะได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะ ต.สระขี้ตุ่น และ ต.หนองบัวตะเกียด

Thai News Pix

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ประชาชนจากหลายตำบลเดินขบวนไปชุมนุมหน้า บจก.ไทยคาลิ เพื่อต่อต้านเหมือง
.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, "ไม่กินโปแตช"

ประชาชนจำนวนมากใน 2 ตำบลนี้ ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านเหมืองหลายครั้ง รวมถึงการชุมนุมใหญ่หน้าเหมืองเมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2567

“ทำเหมืองได้ชุ่ยมาก ไม่มีมาตรการดูแลหรือป้องกันอะไรเลย” เดือนรุ่ง มูลขุนทด เกษตรกรวัย 49 ปี ใน ต.หนองบัวตะเกียด ที่มาร่วมต่อสู้ต่อต้านเหมือง กล่าว

“น้ำเกลือน้ำเค็มมันไหลลงพื้นที่ลุ่มต่ำอยู่แล้ว... แล้วพี่น้องเราทำมาหากินที่ต่ำหมดเลย ถ้าผลกระทบหรือน้ำไหลลงมา มันก็ต้องมาบ้านเราอยู่แล้ว”

PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ลำธารกลายเป็นทะเลเกลือ

วิกฤตสิ่งแวดล้อมใน ต.หนองไทร และกระแสต่อต้านของประชาชน ถือเป็นบททดสอบสำคัญสู่การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแร่โปแตชของไทย ซึ่งปัจจุบัน มี 3 บริษัทที่ได้ประทานบัตรใน 3 จังหวัดที่ใกล้เคียงกัน ดังนี้

  • บริษัท อาเซียนโปแตช ชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) จ.ชัยภูมิ พื้นที่ 9,356 ไร่ กำลังการผลิต 1.1 ล้านตัน/ปี
  • บริษัท ไทยคาลิ จำกัด จ.นครราชสีมา พื้นที่ 9,799 ไร่ กำลังการผลิต 1 แสนตัน/ปี
  • บริษัท เอเชีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด จ.อุดรธานี พื้นที่ 26,446 ไร่ กำลังการผลิต 2 ล้านตัน/ปี

จนถึงวันนี้ บริษัททั้ง 3 แห่ง ยังไม่สามารถขุดแร่ขึ้นมาสกัดได้เลย แม้ได้ประทานบัตรมาตั้งแต่ปี 2558

PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

การดำเนินการของเหมืองที่มีกำลังผลิตต่ำสุดอย่าง บจก.ไทยคาลิ (1 แสนตันต่อปี) ก่อให้เกิดการตั้งคำถามถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นวงกว้าง นักเคลื่อนไหวจึงมองว่า หากเหมืองอีก 2 แห่งเดินสายพานแร่ ตามที่นายกฯ เศรษฐา กระตุ้น อาจก่อให้เกิดผลกระทบมหาศาลกว่านี้อีก

แต่ดูเหมือนรัฐบาลจะเดินหน้านำอุตสาหกรรมโปแตช ไปดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศแล้ว เพราะเมื่อเดือน ม.ค. 2567 น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยหลังเยือนซาอุดีอาระเบียว่า ได้ชักชวนให้ซาอุฯ มาลงทุนในเหมืองแร่โปแตชของไทย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในอีก 3-4 ปี เฉลี่ยผลิตได้ปีละ 3 ล้านตัน

“ถ้าไม่มีปัญญาจะบริหารประเทศโดยที่ประชาชนไม่เดือดร้อน ก็อย่ามาบริหารเลย” เดือนรุ่ง เกษตรกรจาก ต.หนองบัวตะเกียด กล่าว เมื่อบีบีซีไทยถามถึงความพยายามผลักดันเหมืองแร่โปแตชของนายเศรษฐา

“นายกฯ อยู่เต็มที่แค่ 4 ปี คุณจะมาสั่งทำลายบ้านเราในพริบตาไม่ได้ มันไม่ยุติธรรมกับบ้านเราเลย”