"ไม่เอาระยะยาว เราจะเอา [การแก้ปัญหา] ตอนนี้" อยุธยาน้ำท่วมระลอกที่ 3 ของปี ชาวบ้านไม่ทน ปิดถนนประท้วง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
วันนี้ (7 พ.ย.) ชาวบ้าน จ.พระนครศรีอยุธยา ราว 300 คนรวมตัวกันปิดถนนสายอยุธยา–เสนา บริเวณสี่แยก อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 8.00 น. เพื่อร่วมประท้วงการจัดการปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 เดือน
สำนักงานข่าวอโยธยา รายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่ อ.เสนา, อ.บางบาล และ อ.ผักไห่ ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยมีบ้านเรือนกว่า 30,000 ครัวเรือนถูกน้ำท่วม ประชาชนต้องอพยพออกมาพักอาศัยริมถนนเนื่องจากระดับน้ำยังไม่ลดลง
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ปภ.อยุธยา) รายงานสถานการณ์ล่าสุดว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งรวม 10 อำเภอ 132 ตำบล 902 หมู่บ้าน รวมกว่า 56,700 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 14 ราย นับตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. 68 จนถึงปัจจุบัน โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักได้แก่ อ.เสนา, อ.บางบาล, อ.บางไทร, อ.ผักไห่ และ อ.พระนครศรีอยุธยา
ปภ.อยุธยา เผยกับบีบีซีไทยด้วยว่า เหตุน้ำท่วมครั้งนี้ถือเป็นระลอกที่ 3 ของ จ.พระนครศรีอยุธยาในปีนี้ โดยครั้งที่หนึ่งคือตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. - 8 มิ.ย. 68, ครั้งที่สองคือ 21 ก.ค. - 9 ส.ค. 68 และครั้งล่าสุดคือตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค. จนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบันตัวแทนชาวบ้านเรียกร้องให้กรมชลประทานพิจารณาชะลอการระบายน้ำลงในพื้นที่ และขอให้เร่งบริหารจัดการน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด
ขณะที่วันนี้ (7 พ.ย.) กรมชลประทาน เผยสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา ว่ามีการระบายน้ำในอัตรา 2,700 ลบ.ม./วินาที แล้ว ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยคลองบางบาล และ ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกประกาศเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
'ท่วมลึก-ท่วมนาน-ท่วมถี่' สถานการณ์น้ำท่วมอยุธยา

ที่มาของภาพ, วีรวัฒน์ วังบรรพต
"มันท่วมยาวนานมากปีนี้ เริ่มท่วมมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปลายสิงหาคม จนกันยายน [ระดับน้ำ] เพิ่ม ๆ ลด ๆ กันมาตลอด ผลกระทบจริง ๆ มาจากเขื่อนเจ้าพระยา" นายวีรวัฒน์ วังบรรพต ชาวบ้านหมู่ 5 ต.บางชะนี อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา บอกกับบีบีซีไทย
เขาอธิบายว่า หากน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาถูกระบายออกมาแค่ 900 ลบ.ม./วินาที บ้านของชาวอยุธยาทั้งที่อาศัยอยู่ริมตลิ่ง อยู่นอกคันกั้นน้ำ อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ริมคลองบางหลวง หรืออยู่หัวเวียง ก็จะถูกน้ำท่วมแล้ว
แต่ปัจจุบันระดับการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 2,700 ลบ.ม./วินาที แล้ว
นายวีรวัฒน์บอกด้วยว่า สองสัปดาห์ก่อน ระดับน้ำที่เคยท่วมอยู่มานานกว่าสองเดือนได้ลดลงไปในหลายพื้นที่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ทำให้ชาวบ้านนิ่งนอนใจและเริ่มทำความสะอาดที่พักอาศัย แต่ไม่นานหลังจากนั้นฝนก็ตกเพิ่มขึ้นอีกและทำให้เกิดน้ำท่วมหนักอีกครั้ง
"แต่มารอบนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วด้านฝั่งตะวันตกมีฝนตกเยอะ... น้ำมันก็กลับลงมาอีก จากที่เคยลำบากอยู่แล้ว มันก็กลับมาท่วมอีกเยอะ ณ วันนี้มันมากกว่าจุดที่เคยท่วมสูงสุดเมื่อสองสามสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าในปี 65" เขาอธิบาย
ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพระนครศรีอยุธยา รายงานสถานการณ์น้ำ แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าวัดไชยวัฒนาราม ว่าระดับน้ำประจำวันที่ 6 พ.ย. สูงอยู่ที่ 4.75 เมตร
"น้ำจากทางเหนือบนเขื่อนเจ้าพระยา มันควรจะระบายออกฝั่งตะวันตก หรือฝั่งตะวันออก เพื่อลดภาระที่น้ำจะมาตรง ๆ จากเขื่อนเจ้าพระยามาอ่างทอง มาอยุธยา ให้ลดปริมาณลง แต่การบริหารจัดการมันมีประเด็นมาโดยตลอด ที่เขาประท้วงกันก็เพราะแบบนี้" นายวีรวัฒน์กล่าว
เขาเสริมด้วยว่า ชาวบ้านมีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารจัดการทุ่งรับน้ำบางบาล ที่สามารถเปิดให้น้ำเข้าไปในทุ่งได้เพื่อลดปริมาณน้ำว่า "ทำไมไม่เปิด เปิดแล้วหรือยัง"
ก่อนหน้านี้ บีบีซีไทยรายงานว่าปกติในแต่ละปี จะมีข้อตกลงในพื้นที่ให้ชาวนาเก็บเกี่ยวผลผลิตให้ทันก่อนวันที่ 15 ก.ย. แต่ในทางปฏิบัติมักจะมีการต่อรองกันให้ระบายน้ำเข้าทุ่งช้า ด้วยสาเหตุเช่น เก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ทัน ซึ่งเมื่อน้ำไม่ถูกระบายเข้าไปยังทุ่งต่าง ๆ พื้นที่ที่ต้องแบกรับมวลน้ำไปก่อนคือบ้านเรือนริมน้ำของชาวบ้าน

ที่มาของภาพ, สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)
ด้านนายสวัสดิ์ สัญญะวิรี กำนัน ต.บางชะนี ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยว่า ในพื้นที่หมู่สองของ ต.บางชะนี ที่เขาดูแล ซึ่งมีประชาชนมากกว่า 570 ครัวเรือน ก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว "เต็มพื้นที่"
"ปีนี้แหละครับที่มันมาแบบกระท่อนกระแท่น ทุกปีมันก็ท่วมยาว ๆ แต่ปีนี้มันทั้งยาวและจำนวนครั้งก็เพิ่มขึ้น" เขาอธิบาย
นอกจากความถี่ที่เพิ่มขึ้นแล้ว นายสวัสดิ์ ยังชี้ว่าปริมาณน้ำขึ้นสูงอย่างรวดเร็วด้วย โดยในห้วงสามวันที่ผ่านมา น้ำ "ขึ้นมาเกินเมตร" และการแจ้งเตือนล่วงหน้าก็ไม่สามารถช่วยบรรเทาทุกข์ชาวบ้านได้
"เขาก็มีแจ้งเตือนแค่นั้นว่าจะมีการระบายเพิ่ม แต่ระดับน้ำมันขึ้นสูงเร็วมาก เกินกว่าทุกปีที่เคยผ่านมา" เขาบอกกับบีบีซีไทย
ปัจจุบันมีชาวบ้านจากหมู่สอง ต.บางชะนี อย่างน้อยหกครัวเรือน ได้อพยพเข้ามาอยู่ที่โรงเรียนในพื้นที่แล้ว ตามการเปิดเผยของกำนัน ต.บางชะนี
"ไม่เอาระยะยาว เราจะเอาตอนนี้" ชาวบ้านประท้วงเรียกร้องแก้ไขปัญหาเร่งด่วน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
การประท้วงปิดถนนสายอยุธยา–เสนา บริเวณสี่แยก อ.เสนา ของชาวอยุธยาวันนี้ ระบุถึงสามข้อเรียกร้อง คือ
- ขอให้กรมชลประทานไม่ระบายน้ำเพิ่ม ในพื้นที่ ต.หัวเวียง และ ต.บ้านกระทุ่ม อ.เสนา
- ขอให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้ลดระดับลงโดยเร็ว
- ให้กรมชลประทานชี้แจงกำหนดวิธีการ ว่าสถานการณ์น้ำในพื้นที่จะลดลงเมื่อไร
หลังการประท้วงดำเนินไปได้ระยะเวลาหนึ่ง นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ก็เดินทางมาในพื้นที่เพื่อพูดคุยกับกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน
"คำถามแรก กรมชลประทานปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยามาเท่าไร บอกปล่อยมา 2,700 ลบ.ม./วินาที ปล่อยมาแค่ 700 [ลบ.ม./วินาที] เราก็อยู่ไม่ได้แล้วครับ" นายภราดร ประกาศต่อประชาชนชาวอยุธยาที่มาชุมนุมประท้วง
เขาอธิบายต่อไปว่า สาเหตุที่การปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาในระดับปัจจุบันที่ 2,700 ลบ.ม./วินาที แต่กลับทำให้เกิดน้ำท่วมสูงกว่าปี 2554 ที่มีการปล่อยน้ำสูงกว่าที่ระดับ 3,000 ลบ.ม./วินาที เป็นเพราะไม่มีการปล่อยน้ำไปยังพื้นที่อื่น ๆ
"ช่วงก่อนโน้นปล่อยมา 3,000 ลบ.ม./วินาที เมื่อปี 54 น้ำไม่สูงเท่านี้ครับ เพราะมันแตกไปที่ฝั่งตะวันออก พอมันแตกไปฝั่งโน้น ฝั่งเรามันก็ทุเลาเบาบาง พอมาปีนี้ฝั่งนู้นมันไม่มีแตกครับ ฝั่งสิงห์บุรีมันไม่แตก เมื่อเช้าเพิ่งมาแตกที่อ่างทอง สองสามที่ พอมันไม่แตกน้ำมันก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ" เขากล่าว พร้อมเสนอทางออก ว่าคือการปล่อยน้ำไปยังทุ่งรับน้ำต่าง ๆ โดยเจ้าหน้าที่เริ่มดำเนินการแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
"ต้องไม่ใช่ปล่อยน้ำมาแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อยอย่างเดียว ต้องระบายน้ำเข้าไปเก็บไว้ในทุ่งบ้าง แบ่งเบาภาระบ้าง ไม่ใช่ให้แต่พวกเราเดือดร้อน ต้องเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข" เขากล่าว
ทั้งนี้ ก่อนที่นายภราดรจะกล่าวต่อไปถึงแนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาว ก็มีเสียงตะโกนจากฝูงชนว่า "ไม่เอาระยะยาว เราจะเอาตอนนี้" และเกิดเสียงเฮในกลุ่มผู้ชุมนุมตามมา ทำให้บรรยากาศชุมนุมมีความวุ่นวายเสียงดัง จนนายภราดรต้องหยุดการปราศัยเพื่อลงมาเจรจาพูดคุยกับผู้ชุมนุม
ทั้งนี้ การประท้วงยุติในช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. หลังนายภราดร เดินทางไปเปิดประตูระบายน้ำขนมจีน ระบายน้ำเพิ่ม รวมถึงประสานกรมชลประทานในพื้นที่ที่รับผิดชอบให้กระจายมวลน้ำ
การเยียวยาที่ห่างจากคำว่าเพียงพอ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เมื่อวาน (6 พ.ย.) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยถึงแผนการระบายน้ำตามเขื่อน ๆ ต่าง เพื่อรับมือกับพายุ "คัลแมกี" ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าประเทศไทยในวันนี้ โดยตอนท้ายของแผนการดำเนินงานระบุว่า สทนช. จะเฝ้าระวังปริมาณน้ำ และจะจัดการการจราจรน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
"สทนช. และทุกหน่วยงานก็ยังคงต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ที่จะได้รับอิทธิพลจากพายุในช่วงถัดจากนี้ไปอย่างเข้มข้น โดยต้องวางแผนจัดการจราจรน้ำในแต่ละพื้นที่แบบเป็นกลุ่มลุ่มน้ำ เพื่อให้สอดคล้อง สัมพันธ์ และช่วยบรรเทาผลกระทบในแต่ละพื้นที่ให้ได้มากที่สุด" แถลงการณ์ของ สทชน. ระบุ
แต่นายวีรวัฒน์ กล่าวว่ายังมีบางสิ่งบางอย่างขาดหายไปจากประกาศฉบับนี้
"ที่มันขาดหายไป เขาได้แต่บอกว่าจะพยายามควบคุมให้ผลกระทบน้อยที่สุด แต่จริง ๆ ในฝั่งของชาวบ้าน มันกระทบมาตลอดอยู่แล้ว เขาค่อนข้างละเลย" ชาวบ้าน อ.บางบาล ผู้นี้กล่าว พร้อมเสริมว่าตอนนี้ชาวบ้านวิตกกังวลถึงสถานการณ์ข้างหน้าหากมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้นอีก
"ความกังวลคือมันอาจจะไม่ได้หยุดแค่นี้ น้ำที่มันจะมาสะสมใหม่ ถ้าเขื่อนป่าสักเต็ม แล้วระบายลงมาเนี่ย มันก็เข้าอยุธยาเหมือนกัน อีกสองสัปดาห์ข้างหน้าอาจจะขึ้นมาอีก... ตอนนี้มันเดือดร้อนที่สุดแล้ว ในเรื่องการอยู่อาศัย หลังบ้านเนี่ย หนุนจนไม่รู้จะหนุนยังไงแล้ว"
นายวีรวัฒน์ ยังเรียกร้องถึงค่าชดเชยจากภาครัฐที่มากขึ้นด้วย เพื่อให้ครอบคลุมกับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงกับชาวอยุธยา ไม่ใช่การ "เหมาจ่าย"
"ค่าชดเชยอะไรก็ตามมันน่าจะให้มากกว่านี้ ไม่ใช่ว่าน้ำท่วมแล้วจ่ายทีเดียว 9,000 บาท เหมาจ่าย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความเดือดร้อนในการใช้ชีวิตประจำวันมันเยอะแยะมาก" เขาอธิบาย พร้อมเสริมด้วยว่าแค่การล้างพื้น และซ่อมแซมบ้านที่ชำรุดจากน้ำท่วม ค่าใช้จ่ายก็สูงกว่าเงินชดเชยจำนวน 9,000 บาทแล้ว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
"ตัวเลขชดเชยแค่ 9,000 บาท ที่เยียวยา ชดเชยอย่างอื่นก็ไม่มี" นายสวัสดิ์ กำนัน ต.บางชะนี กล่าวเสริม เขาแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันกับนายวีรวัฒน์ ว่าเงินเยียวยาจากรัฐบาลนั้นไม่สมเหตุสมผล เพราะปีนี้เขาและชาวบ้านล้างโคลน ทำความสะอาดที่พักไปแล้วหลายรอบ
"ทำความสะอาดบ้านไปสองเที่ยวแล้วครับ สองรอบแล้ว ถ้ามันลงมาอีกก็เป็นเที่ยวที่สาม" เขากล่าวทิ้งท้าย











