You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
กกต. ออกระเบียบฉบับ 3 แนะผู้สมัครกลุ่มเดียวทั้งอำเภอไปโหวต-เพื่อเอาสิทธิไปฟ้องศาล
เหลือไม่ถึง 24 ชม. ก่อนกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระดับแรกจะเริ่มต้น 9 มิ.ย. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. เป็นฉบับที่ 3
ค่ำวานนี้ (7 มิ.ย.) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2567 โดยมีผลใช้บังคับในวันที่ 8 มิ.ย. หรือ 1 วันก่อนเลือก สว. ระดับอำเภอ
ระเบียบฉบับนี้ลงนามโดยนายปกรณ์ มหรรณพ กรรมการ กกต. ปฏิบัติหน้าที่แทนประธาน กกต. มีเนื้อหาเพียง 5 ข้อ โดยเป็นการเพิ่มเติมเนื้อหาเกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. ใน 3 ประเด็นหลัก
1. การเลือกระดับอำเภอ: อำเภอใดมีผู้สมัครกลุ่มเดียว ผู้อำนวยการ (ผอ.) การเลือกระดับอำเภอต้องจัดให้มีการ “เลือกกันเอง” ในกลุ่มเดียวกัน ส่วนการคะแนนในรอบ “เลือกไขว้” กลุ่มอื่นที่อยู่ในสายเดียวกัน “ให้การงดดำเนินการเลือกเนื่องจากไม่มีผู้สมัครกลุ่มอื่นให้เลือกและผู้สมัครจะเลือกตนเองไม่ได้”
นั่นหมายความว่า ผู้สมัคร สว. ในอำเภอที่มีกลุ่มเดียว จะตกรอบไปตามเดิม
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 40 ระบุถึงขั้นตอนการเลือกระดับอำเภอ โดยกำหนดให้ผู้สมัครต้องเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพเดียวกันให้เหลือ 5 คน เป็นผู้ได้รับเลือกขั้นต้นของกลุ่ม แล้วไปจับสลากแบ่งสายเลือกไขว้ เพื่อลงคะแนนให้ผู้สมัครกลุ่มอื่น ๆ และเลือกให้เหลือ 3 คน
หากกลุ่มใดมีผู้สมัครในระดับอำเภอไม่เกิน 5 คน ก็ไม่ต้องเลือกกันเอง ผู้สมัครทุกคนจะได้เป็นผู้ได้รับเลือกขั้นต้น ผ่านเข้าสู่รอบเลือกไขว้ได้เลย
แต่ในรอบเลือกไขว้ กฎหมายไม่ได้เขียนว่า หากกลุ่มใดมีผู้สมัครในระดับอำเภอไม่เกิน 3 คน สามารถผ่านเข้าสู่ระดับจังหวัดได้ทันที ตรงกันข้าม แม้มีผู้สมัคร 1 คน หรือ 2 คน หรือ 3 คน มาตรา 40 (12) บังคับว่า ต้องไปเลือกไขว้ และ "ในกรณีที่มีผู้ได้คะแนนไม่ถึง 3 คน ให้เฉพาะผู้ซึ่งได้คะแนนเป็นผู้ได้รับเลือก" ดังนั้นผู้ที่จะผ่านเข้าสู่รอบจังหวัดต่อไป ต้องมีอย่างน้อย 1 คะแนน
บีบีซีไทยตรวจสอบข้อมูลจากแอปพลิเคชันสมาร์ทโหวตของสำนักงาน กกต. พบว่า มีผู้สมัคร 11 คน จาก 8 อำเภอซึ่งมีผู้สมัครเพียงกลุ่มเดียว ต้อง “ตกรอบ” โดยเทคนิคทางกฎหมาย เพราะไม่สามารถเลือกไขว้ได้ จากเดิมมี 10 คน จาก 7 อำเภอ ทว่านี่เป็นข้อมูลล่าสุดหลัง กกต. ประกาศรับรองรายชื่อผู้สมัครซึ่งมีผู้ถูกตัดสิทธิไป 2,020 คน
ในระหว่างแถลงข่าวเมื่อ 7 มิ.ย. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงปัญหาในการมีผู้สมัคร 1 อำเภอ 1 กลุ่ม โดยยืนยันว่า กกต. ไม่ได้ตัดสิทธิผู้สมัครกลุ่มนี้ หลังมีคนถามว่า “ชาวบ้านผิดอะไร จ่าย 2,500 บาทแล้วถูกตัดสิทธิ”
“เราจะจัดให้มีการเลือกเหมือนเดิม ท่านเข้าไปอยู่ในสนาม อาจไม่คุ้มค่าเงิน 2,500 บาท แต่คือการเข้าไปใช้สิทธิ ขอให้มาใช้สิทธิ มาเลือก เพื่อให้เอาสิทธินี้ไปร้องศาลต่อ เราอยากช่วย แต่เพราะกฎหมายมันให้เราทำได้เท่านั้น ถ้าท่านรู้สึกว่ากฎหมายไม่เป็นธรรม อยากใช้สิทธิ (ร้องศาล) เพื่อให้ความเป็นธรรมท่านได้” เลขาธิการ กกต. กล่าวชี้ช่อง
2. การเลือกระดับประเทศ: กลุ่มใดมีผู้รับเลือกระดับประเทศไม่ถึง 15 คน ให้ ผอ.การเลือกระดับประเทศ (เลขาธิการ กกต.) รายงาน กกต. ทราบโดยเร็ว และให้ กกต. มีมติสั่งให้มีการเลือกเพิ่มเติมจากผู้สมัครกลุ่มอื่นในสายเดียว จนได้ผู้รับเลือก 15 คนจากแต่ละกลุ่ม
สำหรับผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดลำดับที่ 1-10 ของแต่ละกลุ่มอาชีพ จะได้เป็น สว. ของกลุ่มนั้น ๆ ส่วนลำดับที่ 11-15 จะอยู่ในบัญชีรายชื่อสำรอง
3. ก่อนประกาศผลเลือก สว.: หากว่าที่ สว. ซึ่งได้คะแนนลำดับที่ 1-10 ไม่สามารถเป็น สว. ได้ เพราะขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม หรือถูกลบชื่อออกจากบัญชีรายชื่อ หรือตาย หรือเพราะเหตุอื่น ให้เลื่อนบุคคลที่อยู่ในบัญชีสำรองของกลุ่มขึ้นมาเป็น สว. ได้เลย โดยไม่ต้องรอให้มีการประกาศผลการเลือก สว. อย่างเป็นทางการ แล้วค่อยมาเลื่อนรายชื่อสำรองขึ้นทีหลัง ส่วนผู้ที่ได้รับคะแนนอยู่ในบัญชีสำรองของกลุ่มให้มีจำนวนเท่าที่เหลืออยู่