You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ชายแท้ที่มี “ยีนไบเซ็กชวล” ลูกดกมากกว่าเพื่อน
ทีมนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ค้นพบหน่วยพันธุกรรมหรือยีนในบางรูปแบบ ซึ่งมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมไบเช็กชวล (bisexual) เป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งยีนนี้สามารถจะมีอิทธิพลบางส่วน ในการทำให้คนผู้หนึ่งมีแนวโน้มจะหลงรักได้ทั้งเพศตรงข้ามและเพศเดียวกัน แม้จะไม่แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม
นอกจากนี้ยังมีการค้นพบว่า หากชายแท้ที่รักแต่ผู้หญิงมียีนไบเซ็กชวลดังกล่าวแอบแฝงอยู่ในตัว เขาคนนั้นมีแนวโน้มจะโดดเด่นในเรื่องของการสืบเผ่าพันธุ์ โดยมีโอกาสจะ “ลูกดก” ผลิตทายาทได้มากมายหลายคน ยิ่งกว่าชายแท้ที่ไม่มียีนนี้หลายเท่า
รายงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science Advances เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่าปรากฏการณ์ประหลาดทางพันธุศาสตร์ดังกล่าว อาจให้คำอธิบายที่ค้นหากันมานานในเรื่องที่ว่า เหตุใดการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (natural selection) จึงไม่ขจัดยีนที่ทำให้คนรักเพศเดียวกันออกไป แม้จะเป็นพฤติกรรมที่ทำให้มนุษย์ดำรงเผ่าพันธุ์ได้ยากขึ้นก็ตาม
ศาสตราจารย์จาง “จอร์จ” เจี้ยนจี ผู้นำทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนของสหรัฐฯ บอกว่าได้วิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมและข้อมูลการสำรวจความคิดเห็นของชาวยุโรปกว่า 450,000 คน ที่รวบรวมไว้โดยฐานข้อมูล UK Biobank จนพบว่ายีนที่สัมพันธ์เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมไบเซ็กชวล กับยีนที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมรักเพศเดียวกันหรือโฮโมเซ็กชวลนั้น เป็นยีนคนละตัวกันโดยสิ้นเชิง
แม้ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์จะออกมาระบุว่า ไม่มีหน่วยพันธุกรรมหรือยีนตัวใดที่เป็น “ยีนเกย์” ซึ่งสามารถจะกำหนดให้มีพฤติกรรมรักเพศเดียวกันได้โดยเฉพาะ แต่ก็ยอมรับว่ามีรูปแบบของยีนหรือ “อัลลีล” (Allele) บางตัว ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องและมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมดังกล่าวได้บ้าง โดยทีมผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนคาดว่า พฤติกรรมรักเพศเดียวกันนั้นมาจากพันธุกรรมเพียง 40% ในขณะที่มาจากปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ถึง 60%
นอกจากจะพบว่ายีนไบเซ็กชวลและยีนโฮโมเซ็กชวลเป็นคนละตัวกันแล้ว การศึกษาครั้งล่าสุดยังพบว่า ชายแท้ที่รักเพศตรงข้าม แต่มียีนในรูปแบบที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมไบเซ็กชวล (BSB - associated alleles) มีโอกาสที่จะดำรงเผ่าพันธุ์สูงกว่าเพื่อน โดยจะให้กำเนิดลูกเป็นจำนวนมากกว่าชายแท้ที่ไม่มียีนนี้หลายเท่า
ศ.จาง อธิบายว่า BSB - associated alleles ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของยีน มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมชอบเสี่ยง กล้าได้กล้าเสีย อันอาจส่งผลให้คนผู้นั้นชื่นชอบ “การผจญภัยทางเพศ” ไปด้วย โดยอาจมีคู่นอนหลายคนและมีสัมพันธ์รักแบบไม่ป้องกันหรือไม่คุมกำเนิดได้กับคนทุกเพศในทุกสถานการณ์
พฤติกรรมดังกล่าวเป็นผลดีต่อการดำรงเผ่าพันธุ์ และทำให้ยีนนี้สืบทอดมาสู่ลูกหลานในรุ่นปัจจุบัน โดยไม่ถูกกระบวนการคัดเลือกโดยธรรมชาติขจัดทิ้งไปเสียก่อน ต่างจากยีนที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมรักเพศเดียวกันหรือโฮโมเซ็กชวล (eSSB) ซึ่งกำลังมีแนวโน้มที่จะเลือนหายไปจากเส้นทางวิวัฒนาการ เนื่องจากชายแท้ที่มียีนนี้แฝงอยู่กลับมีบุตรยากกว่า โดยมีบุตรน้อยคนหรือไม่มีเลย
อย่างไรก็ตาม ทีมผู้วิจัยย้ำว่าสัดส่วนของคนที่ตอบแบบสำรวจว่าตนเองเป็นไบเซ็กชวลหรือโฮโมเซ็กชวล มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละปี เนื่องจากสังคมเปิดกว้างยอมรับความหลากหลายทางเพศมากขึ้นในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะมีคนที่มีพันธุกรรมแบบรักเพศเดียวกันเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
“เราอยากให้เข้าใจกันอย่างชัดเจนว่า การศึกษาครั้งนี้เป็นไปเพื่อสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ และความเข้าใจต่อเพศสภาวะของมนุษย์ที่ดียิ่งขึ้น เราไม่มีเจตนาให้นำความรู้นี้ไปใช้แบ่งแยกกีดกันเพื่อนมนุษย์ โดยอ้างสาเหตุที่มาจากพฤติกรรมทางเพศ” ทีมผู้วิจัยกล่าวสรุป