ข้อสงสัย อมงบ-เลี่ยงระบบจัดซื้อ-ล็อกสเปกของ: คำชี้แจงของ 'กันจอมพลัง' ทำให้เกิดคำถามอะไรบ้างต่อกองทัพบก

จากซ้ายไปขวา: นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กันจอมพลัง และ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (ทบ.)

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/กันจอมพลังช่วยสู้,ทีมโฆษกกองทัพบก

คำบรรยายภาพ, จากซ้ายไปขวา: นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กันจอมพลัง และ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (ทบ.)
    • Author, จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ยิ่งฟังชี้แจงยิ่งเกิดคำถามกลับไปที่กองทัพบก อาจเป็นการสรุปภาพรวมสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร วานนี้ (30 ต.ค.) ได้ดีที่สุด

วันที่ 30 ต.ค. ที่ผ่านมา กมธ.การทหารฯ ซึ่งมีนายเอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เป็นประธาน เชิญนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กันจอมพลัง และ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (ทบ.) เข้าชี้แจงในการประชุมพิจารณาวาระการบริหารทรัพยากรกองทัพในเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยทั้งคู่เข้าชี้แจงต่อ กมธ.การทหารฯ ผ่านระบบการประชุมแบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

ประเด็นหลัก ๆ ที่ทาง กมธ.การทหารฯ ต้องการคำชี้แจงจากกันจอมพลังและกองทัพบก คือ กิจกรรมของพลเรือนในพื้นที่ข้อพิพาทและพื้นที่ความมั่นคง โดยต้องการทราบว่าการปล่อยให้มีบุคคลภายนอกซึ่งเป็นพลเรือนเข้าไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทนั้น เป็นมาตรการในส่วนใดของฝ่ายความมั่นคง และจริง ๆ แล้วสามารถปล่อยให้บุคคลภายนอกทำกิจกรรมเช่นนี้ได้หรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นข้อกังวลเรื่องการใช้สื่อและการสร้างภาพลักษณ์โดยบุคคลภายนอก ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ รวมถึงทำให้สาธารณะเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือไม่

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือการสอบถามเกี่ยวกับปัญหาขาดแคลนสิ่งของในหลายด้าน เช่น ยุทโธปกรณ์ ยุทธภัณฑ์ บังเกอร์ อาหาร ฯลฯ ซึ่งทาง กมธ.การทหารฯ เห็นทางกันจอมพลังโพสต์ขอบริจาคผ่านหน้าเฟซบุ๊กเป็นระยะ ๆ ทั้งที่กองทัพบกชี้แจงมาโดยตลอดว่างบประมาณความมั่นคงมีมากพอ และสามารถนำมาบริหารจัดการได้อย่างทันท่วงที

ทาง กมธ.การทหารฯ บอกว่าการเชิญบุคคลทั้งสองมาเข้าร่วมประชุม เป็นเพราะต้องการตรวจสอบและทำความเข้าใจปัญหาเชิงระบบ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการงบประมาณด้านความมั่นคง ความโปร่งใสในการรับบริจาคยุทธภัณฑ์ และความเหมาะสมในการให้พลเรือนเข้าทำกิจกรรมในพื้นที่ทางยุทธวิธี

กันจอมพลังระบุ บริจาคยุทโธปกรณ์ตามที่หน่วยงานรัฐขอมา มูลนิธิมีความคล่องตัวด้านการเบิกจ่ายเงินกว่ากองทัพ

กันจอมพลังแสดงเอกสารขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่ส่งไปยังเขา แต่เนื่องจากเป็นการประชุมออนไลน์ทำให้ภาพเอกสารที่เขาแสดงมองเห็นได้ไม่ชัด เขาจึงอ่านเนื้อหาในเอกสารให้ กมธ.การทหารฯ ฟัง โดยขออนุญาตไม่ระบุชื่อหน่วยงานที่อยู่ในเอกสาร แต่บอกว่าหน่วยงานที่ติดต่อขอความอนุเคราะห์เข้ามานั้นมีทั้ง "ทหารและตำรวจ"

ต่อมาเขาโพสต์ภาพเอกสารดังกล่าวลงบนเฟซบุ๊ก แต่ยังเบลอชื่อหน่วยงานและบุคคลในเอกสารดังกล่าว

เอกสารฉบับนี้ระบุว่า "ขอรับการสนับสนุนแผ่นเกราะแข็งป้องกันกระสุนระดับ IV" จำนวน 250 แผ่น โดยในเอกสารระบุ "เรียน กรรมการผู้จัดการมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ ผ่าน บริษัท (เบลอชื่อ) จำกัด"

แม้เนื้อหาในเอกสารถูกเบลอข้อความต่าง ๆ แต่จากการเปิดเผยของกันจอมพลังในที่ประชุม กมธ.การทหารฯ ก็พอทำให้ทราบได้ว่าเป็นหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ต่อเนื่องจนถึงช่องบก จ.อุบลราชธานี โดยในเอกสารระบุว่า วัตถุประสงค์คือเพื่อเตรียมความพร้อมของกำลังพลและอุปกรณ์ ให้พร้อมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อีกทั้งเพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจและความเชื่อมั่นแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่

เขาชี้แจงว่าเป็นการขอรับการสนับสนุนจากมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ ผ่านมาทางบริษัทเอกชน แต่ไม่ได้เอ่ยชื่อบริษัทดังกล่าวในระหว่างการร่วมประชุมกับ กมธ.การทหารฯ

.

ที่มาของภาพ, Facebook กันจอมพลัง ช่วยสู้

คำบรรยายภาพ, เอกสารขอความอนุเคราะห์จากหน่วยงานหนึ่ง โดยกันจอมพลังโพสต์ภาพนี้ลงในเฟซบุ๊กของเขา หลังชี้แจงต่อ กมธ.การทหารฯ

จากนั้น เขาแสดงเอกสารอีกฉบับหนึ่งที่มีเนื้อหาคล้ายกัน ระบุหัวเอกสารว่า "ด่วนที่สุด" ซึ่งขอความอนุเคราะห์สนับสนุนแผ่นเกราะระดับสี่ จำนวน 120 แผ่น แต่ไม่เปิดเผยชื่อหน่วยงานและบริษัทที่ปรากฏในเอกสารดังกล่าว

เมื่อนายเอกราชท้วงว่า กันจอมพลังทราบหรือไม่ว่าพลเรือนไม่สามารถซื้อยุทธภัณฑ์หรือยุทโธปกรณ์เองได้ ทางกันจอมพลังชี้แจงว่า ผู้ทำเอกสารขอการสนับสนุนมายังมูลนิธิฯ คือหน่วยงานของรัฐ ตนเองไม่ได้ดำเนินการในส่วนของการทำเอกสารเพื่อดำเนินการจัดซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ แต่อย่างใด

ทางมูลนิธิฯ เพียงแค่จ่ายเงินให้กับบริษัทที่หน่วยงานของรัฐประสานมาเท่านั้น จากนั้นทางบริษัทจะเป็นผู้ดำเนินการส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ต่อไป ส่วนตัวเขาเองแค่ไปถ่ายรูปร่วมเฟรม และการสกรีนชื่อ "กันจอมพลังช่วยสู้" บนเสื้อเกราะ ทางบริษัทก็เป็นผู้ดำเนินการเอง

ส่วนประเด็นการเข้าไปในพื้นที่กฎอัยการศึกนั้น ทางกันจอมพลังชี้แจงว่าไม่ได้มีแค่เขาเท่านั้น แต่มีพระสงฆ์และชาวบ้านเข้าไปในพื้นที่ด้วย และเขามองว่าไม่ได้เข้าไปสร้างความเดือดร้อน เพราะ "ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน" รวมถึงมีการพูดคุยและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตลอด

นอกจากนี้ การที่ตนเองให้การสนับสนุนอุปกรณ์ต่าง ๆ กับเจ้าหน้าที่ ก็เพราะว่ามีข้อความทักเข้ามาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ เพื่อขอความอนุเคราะห์ เช่น คอมพิวเตอร์พกพาหรือโน้ตบุ๊คนั้น ถูกขอเพื่อนำไปใช้ในการคำนวณเพื่อ "กดกระสุนใหญ่" เนื่องจากของเดิมมีสภาพเก่า เป็นความจำเป็นเร่งด่วนของทหารชั้นผู้น้อย เพราะคอมพิวเตอร์ตัวเดิมอาจเปิดไม่ได้ ทางมูลนิธิฯ จึงเร่งดำเนินการให้

"ผมมั่นใจว่าทางกองทัพมีเงินอยู่แล้ว แต่ในเรื่องความรวดเร็วนั้นไม่แน่ใจว่าขนาดไหน" กันจอมพลัง กล่าว

มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ สร้างบังเกอร์ป้องกันผู้รุกรานให้ทหารตำรวจตรง บ้านหนองหญ้าแก้ว ใกล้เสร็จแล้วครับ

ที่มาของภาพ, Facebook กันจอมพลัง ช่วยสู้

คำบรรยายภาพ, 19 ก.ย. 68 เพจเฟซบุ๊กกันจอมพลัง ช่วยสู้ โพสต์ภาพว่าได้สร้างบังเกอร์ป้องกันผู้รุกรานให้ทหารตำรวจตรงบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ใกล้เสร็จแล้ว

สำหรับการสร้างถนนและเส้นทางลำเลียงเข้าไปในพื้นที่ กันจอมพลังบอกว่าเข้าใจดีว่ากองทัพมีศักยภาพทำ แต่คงต้องใช้เวลาเพื่อรอขั้นตอนต่าง ๆ ขณะที่ตัวมูลนิธิฯ เองสามารถทำได้ในอีกสองวันถัดมา

"ถนน ถ้าไม่รีบทำ คนติดอยู่ข้างในเข้าไปช่วยก็ลำบาก หรือเวลาจะหนีออกมา หรือมีคนเจ็บ ก็ออกมาลำบาก" เขาชี้แจง

เขายังขอร้องกับทาง กมธ.การทหารฯ ว่าอย่าให้การให้ข้อมูลของตนเองกระทบกับทหารชั้นผู้น้อย และถ้ามีโอกาสขอเชิญคณะกรรมาธิการไปดูพื้นที่หน้างานจริง บางฐานตั้งมา 10 ปี ขาดแคลนห้องน้ำ บางที่มีทหารอยู่ถึง 50-60 นาย แต่มีห้องน้ำใช้เพียงห้องเดียวเท่านั้น ซึ่งทางมูลนิธิฯ ได้เข้าไปช่วยสร้างห้องน้ำและปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของทหารชั้นผู้น้อยด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามถึงจำนวนเอกสารขอความอนุเคราะห์ทั้งหมดที่ได้รับ กันจอมพลังบอกว่ายังไม่สามารถนับจำนวนให้ได้ในทันที เนื่องจากทราบว่าต้องเข้ามาชี้แจงกับ กมธ.การทหาร ไม่ถึงวัน แต่ยินดีส่งเอกสารเพิ่มเติมให้กับ กมธ.

โฆษก ทบ. แจง กองทัพบกไม่มีนโยบายขอรับบริจาค แต่อาจมีบ้างที่หน่วยย่อยขอความอนุเคราะห์ไป

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษก ทบ. ชี้แจงว่า ตามจริงแล้วสิ่งของที่ได้รับการสนับสนุนเมื่อมีวิกฤต มีทั้งหมด 2 ลักษณะด้วยกัน คือ การช่วยเหลือกำลังพล และการช่วยเหลือชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ปฏิบัติงานบริเวณแนวหน้า

เขาบอกว่า ทั้งสองส่วนนี้มีนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่จะไม่รับเป็นเงิน เพราะบริหารจัดการยุ่งยาก รวมถึงอาจมีปัญหาในแง่กฎหมาย ดังนั้นจึงมีวิธีการที่ระบุว่าขอเป็นสิ่งของแทน หากต้องการแสดงน้ำใจ แต่ถ้าหากยืนยันจะให้เป็นเงินเพื่อส่งต่อให้กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต หรือครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ ทางกองทัพจะเป็นสะพานเชื่อมให้

"ในส่วนของกองทัพบก ยอมรับว่ามีผู้ประสานเข้ามาเยอะ แต่ก็ยืนยันว่าอยากให้เป็นสิ่งของมากกว่า และไม่อยากเสียมารยาทว่าจะไปเจาะจงเป็นอะไร ทั้งหมดนี้ก็เพื่อจุนเจือความเป็นอยู่ และมีการแสดงเจตจำนงมาในลักษณะที่รับของ" โฆษก ทบ. กล่าว

ก่อนหน้านี้ สื่อมวลชนพบโพสต์บนเฟซบุ๊กของร้านเหล็กและร้านโลหะภัณฑ์ที่รับตัดเหล็กและเย็บเป็นเสื้อเกราะ จึงสอบถามว่าทำได้หรือไม่ เขาจึงชี้แจงว่าเรื่องนี้ต้องมีมาตรฐาน เพราะผู้บังคับบัญชาต้องรักษาชีวิตลูกน้อง ดังนั้นไม่น่าจะอนุญาตให้ใช้เสื้อเกราะที่ตัดเย็บเอง

พล.ต.วินธัย กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ขอยืนยันว่าหากไปดูคำชี้แจงของเขาทั้งหมด ตนเองไม่เคยห้าม เพราะมองว่าหากเกิดวิกฤต "สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่สิ่งของ แต่มันแสดงให้เห็นว่าเราไม่เคยถูกทอดทิ้ง มันเลยทำให้การบริหารมันไม่เหมือนช่วงปกติ" โฆษก ทบ. กล่าว และยืนยันด้วยว่ากองทัพบกไม่ได้ขาดแคลนยุทโธปกรณ์ และได้รับความเกื้อกูลด้านงบประมาณจากฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติมาโดยตลอด

เริ่มทดสอบแล้วเกราะ LV4 ที่มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้และFCกันจอมพลังจัดให้กับทหารตำรใจโดยชุดเกราะเราสุ่มหยิบจากลอตที่มาส่งสดๆ โดยมีตำรวจ ตชด และ นักรบชุดดำที่ได้รับเกราะไปร่วม 10 ท่านเป็นสักขีพยานและเป็นผู้ทดสอบระยะกลางและประชิด โดยใช้ AK แบบผู้รุกรานกดเปิดใส่เกราะ 4 นัดทั่วแผ่นและกดซ้ำรูเดิมด้วยและต่อด้วย M16 ของไทยกดเข้าอีก 2 นัดซึ่งเกราะสามารถป้องกันกระสุนได้จริงกระสุนไม่ทะลุแผ่นเกราะLV4 เลยมันโคตรสุดยอดเห็นแบบนี้ยิ่งอุ่นใจ ถ้าตามระบบเกราะจะใช้เวลา 6 เดือนถึง 1 ปีในการจัดเกราะแต่ในสถานการแบบนี้แบบเดิมจะไม่ทัน วันนี้ผมทำงานร่วมกับหลายหน่วยงานเพื่อเร่งให้เกราะถึงแนวหน้าเร็วที่สุดบางลอตใช้เวลาเพียง2อาทิตย์เท่านั้นเพราะเราเน้นเกราะถึงคนหน้างานเร็วเพิ่มโอกาสกลับไปเจอครอบครัวให้กับพวกเค้าทันที ข้อดีของพวกเราคือไม่ติดระบบได้ของดีไม่แพงตรงความต้องการคนใช้จริงรวดเร็วทันใช้ครับ

ที่มาของภาพ, Facebook กันจอมพลัง ช่วยสู้

คำบรรยายภาพ, วันที่ 6 ส.ค. 68 กันจอมพลังโพสต์ภาพว่าเริ่มทดสอบเกราะระดับ 4 ที่ทางมูลนิธิฯ และแฟนคลับช่วยกันจัดให้กับทหารและตรวจด้วยใจ โดยชุดเกราะที่เขาถือนี้เป็นล็อตที่เตรียมส่งให้ ตชด.

กรณีของเสื้อเกราะนั้น ทางกองทัพบกมีการจัดหายุทโธปกรณ์ตามมาตรฐานสากลที่ใช้ เช่น มาตรฐาน NIJ (กองทัพสหรัฐฯ) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นระดับเลเวล 3+ ซึ่งสามารถป้องกันปืนเล็กยาวได้ โดยปัจจุบัน กองทัพบกมีชุดเกราะอยู่ประมาณ 70,000 ชุด และหมุนเวียนใช้อยู่ในสนามรบ แต่บางครั้งอาจไม่เห็นกำลังพลใส่ชุดเกราะ เนื่องจากภาระงานและตำแหน่งที่ตั้ง แต่ยืนยันว่าแนวหน้าทุกคนมีชุดเกราะใช้งาน

พล.ต.วินธัย กล่าวว่า เพิ่งทราบจากการประชุม กมธ. ในครั้งนี้ว่ากันจอมพลังจัดหาเกราะระดับ 4 ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานที่กองทัพบกทั่วไปใช้ และยังไม่ทราบถึงระบบการทดสอบ (testing) ของเกราะชุดนี้ จึงเห็นว่าการที่พลเรือนเข้ามาบริจาคชุดเกราะ เป็นเรื่องที่กองทัพไม่เคยคาดคิดมาก่อน เพราะเป็นเรื่องทางเทคนิคและมีราคาสูง หากมีการรับมอบเกราะที่มีสเปกดีกว่าที่กองทัพใช้จริง ทหารที่ได้รับก็จะเหมือนมีเสื้อเกราะ 2 ตัว

เมื่อทาง กมธ.การทหารฯ ซักถามว่า ยืนยันหรือไม่ว่ากองทัพขอรับการอนุเคราะห์ยุทธภัณฑ์จากมูลนิธิฯ ทาง โฆษก ทบ. บอกว่า ในส่วนของกองทัพบกไม่มีการขอความอนุเคราะห์ แต่พบว่าในระดับหน่วยงานย่อยอาจมีการร้องขอ เช่น ขอรับการสนับสนุนยางรถยนต์ ยาฆ่าแมลง ยาเส้น หรือผ้าใบกันฝน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ชัดเจนว่าไม่ได้อยู่ในบัญชีสิ่งอุปกรณ์ทางทหาร 1-5

ทาง กมธ.การทหารฯ ถามต่อว่า ทางกองทัพบกทราบหรือไม่ว่าระเบียบกลาโหมว่าด้วยการเงิน รวมถึงระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเรี่ยไรและบริจาค หน่วยงานที่จะรับของบริจาคได้จะต้องเป็นหน่วยงานราชการ

พล.ต.วินธัย กล่าวว่า เรื่องนี้เขาไม่มั่นใจ แต่จะขอไปสอบถาม และจะไปหารายละเอียดที่ตรงกับที่ถามมา แต่มีความเห็นว่าลักษณะของการรับมอบของเช่นนี้ สามารถมองได้หลายมุม เช่น เรื่องห้องน้ำ หากมีคนปรารถนาดี อยากให้ทหารได้เข้าห้องน้ำที่ดีกว่านั้น และไม่ได้อยู่ในระบบของ ทบ. ตามปกติ เขาก็มองว่าเป็นเรื่องสร้างสรรค์ แต่ขอไปตรวจสอบก่อนว่ามีหน่วยงานอื่น ๆ ในสังกัดทำใบขอความอนุเคราะห์ไปยังมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้หรือไม่ เพราะเท่าที่เขาทราบคือ "ไม่มี"

พร้อมกันนี้ โฆษก ทบ. บอกว่าไม่มีนโยบายขอรับบริจาค แต่มีนโยบายชัดเจนว่าต้องอยู่รอดด้วยตัวเอง แต่ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า มีประชาชนต้องการแสดงน้ำใจเข้ามาเป็นจำนวนมาก

พล.ต.วินธัย กล่าวต่อว่า กรณีที่พลเรือนเข้าไปทำกิจกรรมในพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึกนั้น กองทัพไม่ได้ออกข้อกำหนดห้ามเข้า เพราะถือเป็นเสรีภาพของประชาชน และมีการใช้คำว่า "อำนวยความสะดวก"

อย่างไรก็ตาม บางพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ทางยุทธวิธีจริง ๆ เช่น พื้นที่หนึ่งใน จ.สุรินทร์ พลเรือนจะถูกจำกัดการเข้าถึงโดยใช้คำว่า "ขอความร่วมมือ"

hello my friend กลางคืนจะไม่เหมือนเดิมแล้วนะเพื่อน หลายหน่วยประสานมาที่มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ต้องการกล้องใช้สู้ในเวลากลางคืน พวกเราจึงจัดให้ตามที่ทหารแนวหน้าและตำรวจ ตชด รีเควสมาเพราะเป็นคนที่ใช้งานจริงย่อมรู้ดีที่สุดว่าอะไรใช้ได้ใช้ไม่ได้ และได้ร่วมทดสอบกับผู้บังคัญบัญชาหลายหน่วยยืนยันว่าใช้ได้จริงและใช้ดีมาก ไม่เปิดเผยตัวผู้ใช้ไม่สะท้อนไม่สามารถใช้กล้องอินฟาเรดตรวจจับได้ ตอนนี้ส่งมอบบางส่วนแล้วครับและจะมีอีกเรื่อยๆ ทุกแรงสนับสนุนที่เข้ามาที่มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ไม่มีผิดหวังเราจัดของใหม่ของล้ำตรงตามคนใช้จริงรวดเร็วไม่ติดระบบ

ที่มาของภาพ, Facebook กันจอมพลัง ช่วยสู้

คำบรรยายภาพ, วันที่ 12 ส.ค. กันจอมพลังโพสต์ภาพว่ามีหลายหน่วยงานประสานมาที่มูลนิธิฯ เพราะต้องการกล้องใช้สู้ในเวลากลางคืน พวกเขาจึงจัดให้ตามคำขอ โดยบอกว่า "ได้ร่วมทดสอบกับผู้บังคับบัญชาหลายหน่วย ยืนยันว่าใช้ได้จริงและใช้ดีมาก ไม่เปิดเผยตัวผู้ใช้ ไม่สะท้อน ไม่สามารถใช้กล้องอินฟาเรดตรวจจับได้"

ส่วนการที่กันจอมพลังใช้สื่อสร้างภาพลักษณ์ของการเป็นฮีโร่ เขาคิดว่าเป็นเรื่องที่แล้วแต่คนจะมอง

ทั้งนี้ พล.ต.วินธัย รับปากว่าจะไปรวบรวมรายละเอียดและบัญชีรายการสิ่งของบริจาคทั้งหมดที่หน่วยงานย่อยได้รับมา เพื่อตอบคำถามของ กมธ.การทหารฯ อย่างละเอียดอีกครั้ง หากทาง กมธ. ทำหนังสือมาอย่างเป็นทางการ

พร้อมกันนี้ เขายังแสดงความกังวลว่าบรรยากาศวงประชุมครั้งนี้ไม่เป็นมิตรกับทหาร โดยเฉพาะเมื่อมีการใช้คำว่า "มั่วซั่ว" ซึ่งอาจกระทบต่อขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน และยืนยันว่าการทำงานของทหารนั้น ทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน

ที่ปรึกษา กมธ.การทหารฯ ระบุ การบริจาคเสื้อเกราะของกันจอมพลังไม่น่าผิด กม. ควบคุมยุทธภัณฑ์ แต่โกงไหม "ไม่รู้"

นายอนาลโย กอสกุล ที่ปรึกษา กมธ. การทหารฯ ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กของเขาว่า การบริจาคเสื้อเกราะของกันจอมพลัง ที่ให้หน่วยงานไปติดต่อซื้อกับบริษัทแล้วทางมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้เป็นผู้จ่ายเงินนั้น ในทางทฤษฎีไม่ถือว่ากันจอมพลังเป็น "ผู้ครอบครอง" ถือว่า "เลี่ยง" ข้อกำหนดในทางกฎหมายได้

"ดังนั้นผมว่าไม่น่าผิดกฎหมายควบคุมยุทธภัณฑ์ แต่โกงไม่โกง ซื้อแพงไม่แพง ไม่รู้" เขาระบุ

ทว่า นายอนาลโยก็เห็นว่าการที่กันจอมพลังกับหน่วยงานระบุเฉพาะเจาะจงว่าต้องการซื้อเกราะจากบริษัทไหนนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเช่นกัน

เขาอธิบายว่าเกราะเป็นสินค้าที่มีผู้ผลิตน้อยราย แต่โชคดีว่าในประเทศมีบริษัทแห่งหนึ่งที่ผลิตเกราะได้ และมีความสามารถส่งออกขายทั้งในและต่างประเทศ โดยไม่มีปัญหาอะไร

"ถ้าสมมุติว่าหน่วยอยากได้เกราะด่วน หน่วยทำหนังสือไปหากันจอมพลัง แล้ววิ่งไปบริษัทขอซื้อ ให้กันโอนเงินเข้าบริษัทตรง ผมว่า process (กระบวนการ) นี้ มันก็ไม่แปลก นี่พูดตรง ๆ ไม่ได้โลกสวย"

"ทำไมเฉพาะเจาะจง อย่างที่บอกผู้ผลิตเกราะในประเทศไทยมันมีแค่นี้แหละ แล้วบริษัทนี้ก็น่าเชื่อถือที่สุดด้วย จะเจาะจงบริษัทนี้ก็ไม่แปลก" นายอนาลโย ระบุ

ที่ปรึกษา กมธ.การทหารฯ เห็นว่าสิ่งที่อยากให้สังคมสนใจมากกว่าคือ เหตุใดแต่ก่อนกองทัพบอกว่าไม่เคยขอรับบริจาค "แต่ตอนนี้มีหนังสือตราครุฑมาขอรับบริจาคเสียอย่างงั้น" ต่างจากกรณีของตำรวจที่ "มีดราม่าน้อยหน่อย" เพราะไม่เคยประกาศว่าไม่ขอรับบริจาค

อย่างไรก็ดี นายชยพล สท้อนดี สส.กรุงเทพมหานคร เขต 8 พรรคประชาชน ในฐานะรองประธาน กมธ.การทหารฯ ให้ความเห็นกับบีบีซีไทยว่า กรณีนี้ยิ่งทำให้เกิดคำถามว่าหน่วยงานต่าง ๆ สามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเช่นนี้ก็ได้หรือ ซึ่งเขามองว่าเป็นการจัดซื้อโดยไม่ผ่านระบบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ

"แต่ละหน่วยสามารถหา supporter หรือผู้บริจาคของตัวเอง เสร็จแล้วก็จิ้มเลือกให้เขาไปซื้อของให้ตัวเองก็ได้เหรอ แล้วมันจะไม่ซ้ำซ้อนกับยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ที่เราอนุมัติงบประมาณซื้อไปก่อนหน้านี้เหรอครับ เราจะได้รู้ได้อย่างไรว่าไม่มีการอมเงินระหว่างทาง เพราะมันไม่ได้ผ่านระบบอะไรของส่วนกลางเลย" เขากล่าว

เหตุใดยิ่งฟังคำชี้แจง กองทัพยิ่งงานเข้า ?

นายชยพลมองว่าหากฟังคำชี้แจงวานนี้ในที่ประชุม กมธ.การทหารฯ เขาเห็นว่าทั้งกันจอมพลังและ พล.ต.วินธัย ไม่ได้ตอบคำถามหลัก ๆ ของ กมธ. มากนัก หรือเรียกได้ว่า "แทบจะไม่ได้คำตอบ" โดยเฉพาะกรณีการบริจาคยุทธภัณฑ์หรือยุทโธปกรณ์ แต่เนื่องจากเป็นชุด กมธ.การทหารฯ การตรวจสอบจึงโฟกัสไปที่กองทัพมากกว่า โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหมซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณล่าสุด 2 แสนล้านบาท

เขาบอกว่าเมื่อพิจารณาคำชี้แจงของโฆษก ทบ. ที่บอกว่าหน่วยย่อยขอรับบริจาคมา คือพวกยางรถยนต์ ยาเส้น ยากันยุง นั้น เป็นการเบี่ยงเบนประเด็น เพราะจริง ๆ แล้วสิ่งที่ทาง กมธ. พยายามจี้ถามไม่ใช่ของเล็กน้อยเหล่านั้น แต่เป็นพวกชุดเกราะ บังเกอร์ รวมถึงยุทธภัณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคุณภาพและความปลอดภัยของชีวิตกำลังพล

"แม้แต่การที่มีประชาชนเอาโดรนไปบริจาคให้ มันก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์การรบ ถ้าหากไม่มีมาตรฐานขึ้นมา มันก็เป็นอันตรายต่อกำลังพล"

"แม้แต่รถกระบะหรือเสื้อเกราะที่มีการสกรีนชื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ตัวรถกระบะที่บริจาคมา ผมเช็คเจอว่าทะเบียนรถยังเป็นของเต็นท์รถอยู่เลย ตรงนี้มันเสี่ยงว่าหน่วยงานอาจถูกฟ้องในการเอาทรัพย์สินคืนได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดอ่อนที่กองทัพไม่ได้ปิด" เขากล่าว

ส่วนอาหารต่าง ๆ นายชยพลเห็นว่า กองทัพควรจัดหาให้กำลังพลอย่างเพียงพอโดยไม่เปิดขอรับบริจาค กำลังพลไม่ควรต้องคอยพึ่งพาข้าวจากวัด หรือรอให้ประชาชนมาบริจาค เนื่องจากกำลังพลถูกหักค่าประกอบเลี้ยงไปแล้ว และกองทัพก็มีงบประมาณในการจัดหาอาหาร

ล่าสุด สื่อต่าง ๆ ของไทยรายงานว่า พล.ต.วินธัย ออกมายอมรับวันนี้ (31 ต.ค.) ว่าจากการตรวจสอบพบว่า กันจอมพลังสนับสนุนแผ่นเกราะแข็งระดับ 4 จำนวน 250 แผ่นให้กับตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และทหารพราน ดังข่าวที่ปรากฏออกมาก่อนหน้านี้จริง

นายชยพล บอกว่า นี่ยิ่งทำให้เห็นความย้อนแย้งในคำชี้แจงของกองทัพหลายต่อหลายครั้ง

"ถ้าเกิดเขาพูดเช่นนี้ ก็ต้องตอบคำถามแล้วครับว่านายพลห้องแอร์ทั้งหลายรู้จริงหรือเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้นที่ชายแดน นี่แสดงว่ามันเกิดปัญหาเรื่องการบังคับบัญชา เรื่องการรายงานตามสายบังคับงานต่าง ๆ นี่แสดงว่าพวกคุณไม่รู้เลยใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นที่ชายแดน สภาพการรบจริง ๆ เป็นอย่างไร คุณกำลังยอมรับใช่ไหมว่าคุณบริหารราชการงบประมาณ 2 แสนล้านบาทได้ไม่มีประสิทธิภาพ"

วันที่ 31 ต.ค. กันจอมพลังบอกว่ามอบเสื้อเกราะให้ TMAC และลงความเห็นในช่องคอมเมนท์ว่าหยุดรับการบริจาคแล้ว เพราะ "เหนื่อย"

ที่มาของภาพ, Facebook กันจอมพลัง ช่วยสู้

คำบรรยายภาพ, วันที่ 31 ต.ค. กันจอมพลังบอกว่ามอบเสื้อเกราะให้ TMAC และลงความเห็นในช่องคอมเมนท์ว่าหยุดรับการบริจาคแล้ว เพราะ "เหนื่อย"

ขณะเดียวกัน กันจอมพลังโพสต์คลิปวิดีโอระบุว่าตนเองได้บริจาคชุดเกราะป้องกันระเบิดที่ทันสมัยและมีน้ำหนักเบากว่าเดิมจำนวน 15 ตัว ให้กับหน่วยทหารหน่วย TMAC หรือ ศูนย์ปฏฺิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ กองบัญชาการกองทัพไทย

เขาบอกว่าเจอทหารชุดนี้เมื่อสัปดาห์ก่อน และเห็นว่าสวมใส่ชุดอุปกรณ์ที่ค่อนข้างเก่า ทางมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้จึงร่วมกับกรมกิจการพลเรือน กองทัพไทย "ช่วยกันจัดซื้อ งบประมาณ 4 แสนกว่า ๆ อายุการใช้งานยาวนาน 10 ปี"

เขาบอกว่าหากจัดซื้อตามระบบ ต้องใช้เวลาราว 6 เดือน ถึง 1 ปี ขณะที่ "พวกเราใช้เวลาเพียงแค่ 1 อาทิตย์เท่านั้น นี่คือความพิเศษของพวกเรา"

กันจอมพลังยืนยันว่าเป็นของดี ไม่แพง ไม่ติดระบบ ตรงตามความต้องการ และได้ใช้งานจริง

ด้านนายชยพลเน้นย้ำว่า กองทัพต้องเคลียร์ตัวเองให้ได้ว่าเหตุใดจึงปล่อยให้หน่วยย่อยไปขอความอนุเคราะห์ได้ตามอัธยาศัยโดยที่หน่วยกลางไม่รับรู้ และเมื่อกองทัพยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าไม่ขาดแคลน แต่เหตุใดหน่วยย่อยต่าง ๆ จึงเปิดรับบริจาค

"สรุปแล้วเกิดการขาดแคลนจริงหรือไม่ แบบนี้แปลว่ามันต้องมีอะไรสักอย่าง" เขากล่าว

ขณะเดียวกัน นายเอกราช ประธาน กมธ.การทหารฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อที่รัฐสภาวันนี้ว่า ทาง กมธ. ไม่เชิญกันจอมพลังมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว แต่จะขอความร่วมมือให้ส่งเอกสารที่หน่วยงานต่าง ๆ ขอความอนุเคราะห์ไปยังมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ทั้งหมดแทน

กมธ. ยังขอเอกสารกับ พล.ท.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถให้คำตอบกับคำถามของ กมธ.ได้ และตอบรับว่าจะรวบรวมเอกสารส่งมาให้ กมธ. ซึ่งแสดงว่าทหารแนวหน้าขาดแคลนในสิ่งที่กองทัพปฏิเสธข้อเท็จจริงในเรื่องนี้มาตลอด รวมถึงรอเอกสารการชี้แจงต่าง ๆ จากทางกองทัพด้วย

ทั้งนี้ หากกองทัพส่งเอกสารมาไม่ครบถ้วน ทาง กมธ. จะรวบรวมข้อมูลเอง เพื่อปรับปรุงในเชิงนโยบาย และเพื่อเสนอแนะการปฏิรูปกระบวนการจัดงบประมาณของกองทัพ