สื่อนอกชี้เหตุภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง ขุมอำนาจเก่าหนุน – เกาะกระแสชาตินิยม – เล่นการเมืองแบบอุปถัมภ์คนรากหญ้า

ที่มาของภาพ, Getty Images
หลังได้ทราบผลอย่างไม่เป็นทางการของการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดของไทย สื่อต่างชาติหลายสำนักตีข่าวถึงชัยชนะครั้งใหญ่ของฝ่ายอนุรักษนิยม ซึ่งมีพรรคภูมิใจไทยเป็นตัวแทนปลุกกระแสรักชาติ และดึงดูดใจผู้ออกเสียงด้วยโครงการแจกเงินแบบประชานิยม จนทำให้พรรคฝ่ายปฏิรูปอย่างพรรคประชาชนต้องพ่ายแพ้ไป ด้วยคะแนนที่ทิ้งห่างกันอย่างเหลือเชื่อ
บีบีซีรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของไทย ได้ประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยพรรคฝ่ายอนุรักษนิยมนำโดยพรรคภูมิใจไทยของเขา มีคะแนนทิ้งห่างพรรคฝ่ายปฏิรูปที่เป็นคู่แข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งหมายความว่าพรรคภูมิใจไทยของนายอนุทินจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่ และตัวเขาเองจะได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป
ผู้สื่อข่าวบีบีซียังรายงานว่า ผลการเลือกตั้งดังกล่าวทำให้บรรดานักปฏิรูปผู้สนับสนุนพรรคประชาชน "ช็อก" และผิดหวังอย่างยิ่ง หลังต้องพ่ายแพ้ให้กับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้นจากบรรดานักอนุรักษนิยม ที่สนับสนุนแนวนโยบายที่ปฏิบัติได้จริงและนโยบายชาตินิยมมากกว่า

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
การที่อนุทินสามารถยกระดับพรรคภูมิใจไทย จากพรรคการเมืองเล็ก ๆ ของคนต่างจังหวัด ให้กลายมาเป็นพรรคใหญ่ที่ได้รับคะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศได้นั้น มีปัจจัยสนับสนุนที่เป็นสาเหตุอยู่หลายประการ รวมถึงการหาเสียงโดยเน้นแสดงอารมณ์ความรู้สึกรักชาติบ้านเมือง หลังไทยเกิดความขัดแย้งเรื่องแนวพรมแดนกับกัมพูชาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ทั้งยังแสดงท่าทีปกป้องสถาบันที่เป็นขุมอำนาจเก่าแก่ดั้งเดิมของไทย อย่างเช่นกองทัพกับสถาบันกษัตริย์อีกด้วย
นอกจากนี้ การหาเสียงโดยเน้นนำเสนอนโยบายประชานิยมที่แจกเงินให้กับประชาชน และการแย่งชิง "บ้านใหญ่" หรือผู้กุมคะแนนเสียงในระดับท้องถิ่นของจังหวัดต่าง ๆ ให้ย้ายเข้ามาสังกัดพรรคภูมิใจไทยได้เป็นจำนวนมาก ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่ง ที่เป็นแรงส่งให้พรรคของนายอนุทินชนะการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต ซึ่งคิดเป็นจำนวนที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรถึง 80% ของทั้งหมด
ในขณะที่พรรคประชาชนได้คะแนนเสียงจากการเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อสูงกว่ามาก แต่กลับตกเป็นรองพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ต่างจังหวัดนอกกรุงเทพมหานคร ซึ่งหมายความว่าพรรคฝ่ายปฏิรูปหัวก้าวหน้านี้ ยังคงขาดการสร้างเครือข่ายฐานเสียงในระดับท้องถิ่นนอกเมืองหลวงอยู่
ยังคงไม่แน่นอนว่า ผลการเลือกตั้งในครั้งนี้จะส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ย่ำแย่กระเตื้องขึ้นหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาการขาดเสถียรภาพทางการเมือง และไม่มีวี่แววว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ได้ทำให้นักลงทุนต่างชาติวิตกกังวลและขาดความมั่นใจอย่างมาก แต่ถึงกระนั้น ชัยชนะของภูมิใจไทยทำให้ฝ่ายอนุรักษนิยมของไทยรู้สึกอุ่นใจขึ้น ว่าจะไม่ถูกคุกคามจากฝ่ายปฏิรูปไปในระยะหนึ่ง และจะไม่เกิดวิกฤตทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง เพราะพรรคที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในครั้งนี้
ส่วนการออกเสียงประชามติ เพื่อให้ความเห็นชอบต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ผู้สื่อข่าวบีบีซีมองว่ามีแนวโน้มความเป็นไปได้สูงที่ประชาชนส่วนใหญ่จะให้ความเห็นชอบ เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปีพ.ศ. 2560 ที่เป็นมรดกตกทอดมาจากรัฐบาลทหารนั้น ทำให้ระบอบประชาธิปไตยของประเทศตกอยู่ในสภาพถูกผูกมัดจำกัดอิสระ เสมือนกับถูกใส่ "กุญแจมือ" อยู่นั่นเอง

ที่มาของภาพ, Getty Images
ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายอนุทินซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของไทย "ชนะพนัน" ด้วยการเลือกแทงเข้าข้างกระแสชาตินิยม ซึ่งชัยชนะนี้อาจทำให้เขาเป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนแรกในรอบกว่าสองทศวรรษ ที่ได้รับเลือกตั้งให้กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศเป็นสมัยที่สอง
ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ยังมองว่า ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ได้ผลักดันให้นายอนุทินซึ่งเป็นนักอนุรักษนิยมที่จงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์อย่างยิ่ง ได้โอกาสเรียกคะแนนเสียงเพิ่มจากเหล่าคนไทยผู้รักชาติ จนสามารถคว้าชัยชนะด้วยคะแนนเสียงที่ทิ้งห่างคู่แข่งไปไกลได้
รอยเตอร์ยังกล่าวถึงประวัติของนายอนุทินว่า เขาเกิดในครอบครัวเชื้อสายจีนที่มีทั้งเงินและอิทธิพล ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่สนับสนุนให้เขาแจ้งเกิดและเติบโตบนเวทีการเมืองได้อย่างราบรื่น โดยนายอนุทินดำเนินรอยตามบิดาของเขา ทั้งในเรื่องของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและการลงเล่นการเมืองระดับชาติ
ดร.ณพล จาตุศรีพิทักษ์ นักวิจัยจากสถาบันอนาคตไทยศึกษา แสดงความเห็นกับรอยเตอร์ว่า ชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้แสดงถึงความสามารถของนายอนุทิน ในการรักษาสมดุลระหว่างการชนะใจหัวคะแนนและผู้ออกเสียงเลือกตั้งในต่างจังหวัด กับการดึงดูดเหล่าผู้สนับสนุนในเมืองใหญ่ ซึ่งให้การยอมรับนโยบายที่เขานำ "เทคโนแครต" หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีการศึกษาสูง เข้ามาดำรงตำแหน่งสำคัญในกระทรวงต่าง ๆ
ดร.ณพลยังมองว่า ขุมอำนาจเก่าฝ่ายอนุรักษนิยมและผู้จงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ ต่างให้การสนับสนุนอนุทินและพรรคภูมิใจไทยอย่างชัดแจ้ง "ผมว่าหลายคนก็เห็นว่าในเชิงกลยุทธ์แล้ว ภูมิใจไทยถือเป็นโอกาสที่ดีที่สุด ที่ฝ่ายอนุรักษนิยมจะสามารถรับมือและป้องกันพวกหัวก้าวหน้า และพวกนิยมชมชอบทักษิณไม่ให้ขึ้นครองอำนาจได้ จะว่าไปแล้วนี่ก็เหมือนกับการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์นั่นเอง"
ด้านสำนักข่าวเอพีรายงานว่า แม้พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นฝ่ายอนุรักษนิยมจะได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่ก็ยังคงต้องจัดตั้งรัฐบาลผสมร่วมกับพรรคอื่น โดยบรรดาผู้สังเกตการณ์เชื่อกันว่า พรรคเพื่อไทยซึ่งได้เป็นรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว แต่ได้คะแนนเสียงลดลงมาเป็นอันดับสามในครั้งนี้ จะตอบรับคำเชิญของภูมิใจไทย เพื่อเข้าร่วมรัฐบาลสมัยที่สองของนายอนุทิน
ส่วนพรรคประชาชนที่ได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับสองนั้น เชื่อว่าจะไม่สามารถชิงจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคใดได้ เนื่องจากมีแนวนโยบายปฏิรูปที่ไม่สอดคล้องกับจุดยืนของพรรคอื่น ๆ ที่มีคะแนนเสียงในอันดับต้นเลย นอกจากนี้ นายณัฐพล เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ยังได้แถลงยอมรับผลการเลือกตั้งแล้ว และยืนยันว่าจะเปิดโอกาสให้พรรคที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาลก่อน โดยจะไม่ชิงจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับภูมิใจไทยในขณะนี้อย่างแน่นอน
เอพียังรายงานว่า นายอนุทินซึ่งเพิ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้เพียง 5 เดือน กล่าวแสดงความขอบคุณต่อผู้ลงคะแนนเสียงสนับสนุนให้พรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่าพี่น้องประชาชนได้มอบความไว้วางใจให้มากกว่าที่เคยคาดการณ์เอาไว้ และจากนี้ไปจะมุ่งทำงานรับใช้บ้านเมือง เพื่อตอบแทนอย่างสุดกำลังความสามารถ
ผู้สื่อข่าวเอพียังวิเคราะห์ว่า พันธมิตรกลุ่มอำนาจเก่าระหว่างกองทัพและสถาบันกษัตริย์ มองว่าพรรคภูมิใจไทยคือผู้พิทักษ์คนสำคัญและทางเลือกที่ดีที่สุดของฝ่ายตนเอง ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ยังเปิดโอกาสให้อนุทินปรับปรุงภาพลักษณ์และจุดยืนเสียใหม่ จนกลายเป็นผู้นำในยามสงครามที่ทั้งห้าวหาญเด็ดขาดและรักชาติ ซึ่งช่วยเรียกคะแนนนิยมที่เสียไปในช่วงแรกของการดำรงตำแหน่ง จากกรณีที่แก้ปัญหาน้ำท่วมล้มเหลว และกรณีการทุจริตคอร์รัปชัน ให้หวนกลับคืนมาอีกครั้ง
รายงานข่าวของเอพียังชี้ให้เห็นว่า พรรคภูมิใจไทยได้รับประโยชน์อย่างสูงจากกลยุทธ์การเลือกตั้งแบบเก่า ซึ่งอิงอาศัยการเมืองในระบอบอุปถัมภ์ และความเชี่ยวชาญเรื่องกลไกจัดตั้งรวบรวมคะแนนเสียงระดับรากหญ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีประชากรผู้มีสิทธิออกเสียงอยู่มาก
ส่วนการออกเสียงประชามติ เพื่อให้ความเห็นชอบต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ผู้สื่อข่าวเอพีรายงานว่า เสียงส่วนใหญ่อย่างน้อย 60% เห็นชอบให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปีพ.ศ. 2560 เนื่องจากกลุ่มผู้สนับสนุนประชาธิปไตยหวังว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะลดทอนอำนาจและอิทธิพลของสถาบันนอกระบบการเลือกตั้ง อย่างเช่นกองทัพและศาลรัฐธรรมนูญลงบ้าง ทว่าก่อนหน้านี้ฝ่ายอนุรักษนิยมกลับออกมาเตือนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายไร้เสถียรภาพแก่บ้านเมืองได้

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
สำนักข่าวแชนแนลนิวส์เอเชีย (CNA) ของสิงคโปร์ รายงานว่ากลยุทธ์ที่ช่วยให้พรรคภูมิใจไทยคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือการสร้าง "กำแพงสีน้ำเงิน" ปิดล้อมพื้นที่สีส้มของพรรคประชาชนในกรุงเทพมหานคร โดยเน้นการรณรงค์หาเสียงไปที่กลุ่มคนต่างจังหวัด ซึ่งเป็นฐานเสียงขนาดใหญ่ที่แข็งแกร่งกว่า
ซีเอ็นเอรายงานว่า แทนที่พรรคภูมิใจไทยจะเสนอนโยบายปฏิรูปหรืออุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นไปได้ยาก พวกเขากลับค่อย ๆ สร้างฐานเสียงที่คู่แข่งเจาะทะลวงเข้าทำลายได้ยากอย่างช้า ๆ ในหลายภูมิภาคที่สำคัญของไทย โดยสานสัมพันธ์กับตระกูลและกลุ่มการเมืองที่ทรงอิทธิพลในท้องถิ่น จนสามารถกุมบังเหียนขบวนการฝ่ายอนุรักษนิยมของไทยเอาไว้ได้ในที่สุด
ยิ่งไปกว่านั้น พื้นที่ซึ่งเคยเป็นฐานเสียงหลักของพรรคอื่น อย่างเช่นพื้นที่สีแดงในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ที่เคยเป็นของพรรคเพื่อไทยมาก่อน ในคราวนี้กลับตกเป็นของพรรคภูมิใจไทยไปได้อย่างเหลือเชื่อ ส่งสัญญาณว่าพรรคเพื่อไทยของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ยากที่จะกลับมาผงาดบนเวทีการเมืองได้ในอนาคตแล้ว
ดร.เติมศักดิ์ เฉลิมพลานุภาพ นักวิชาการอาวุโสประจำโครงการศึกษาประเทศไทย สถาบันเอเชียอาคเนย์ศึกษา ยูซุฟ อิสฮัค (ISEAS-Yusof Ishak Institute) ประเทศสิงคโปร์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นเอว่า เหตุผลที่พรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งนั้น เป็นเพราะผู้มีสิทธิออกเสียงส่วนใหญ่ ยังคงวิตกกังวลกับปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องเป็นสำคัญ ส่วนปัญหาความมั่นคงชายแดนที่เพิ่มเข้ามานั้น ยิ่งกระตุ้นให้คนไทยเล็งเห็นว่า สิ่งเหล่านี้คือปัญหาเร่งด่วนที่จำเป็นต้องแก้ไขก่อนสิ่งอื่นใดทั้งหมด
"ความมั่นคงของแนวพรมแดนเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขทันที นั่นคือเหตุผลว่าทำไมอนุทินจึงหันมาเล่นกับอารมณ์ความรู้สึกรักชาติ เพราะกระแสชาตินิยมจะทำให้เขาชนะการเลือกตั้งได้" ดร.เติมศักดิ์กล่าว "ที่ผ่านมาอนุทินร่วมมือกับทางกองทัพได้ดี ในการจัดการปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ผู้คนตามแนวชายแดนต่างพึงพอใจกับท่าทีแข็งกร้าวของอนุทินต่อกัมพูชา ในขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องท้าย ๆ ที่คนต่างจังหวัดจะคิดถึง"
สำนักข่าวซีเอ็นเอยังรายงานถึงกรณีของพรรคกล้าธรรม แนวร่วมฝ่ายอนุรักษนิยมที่ผงาดขึ้นมาเป็นอันดับสี่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยระบุว่าอิทธิพลทางการเมืองของพรรคกล้าธรรมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด หลังดึงดูด สส.กลุ่มใหญ่จากพรรคอื่น อย่างเช่นพรรคพลังประชารัฐให้เข้าร่วมก๊วนได้สำเร็จ จนคว้าที่นั่ง สส.ได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในภาคใต้และภาคเหนือของประเทศ โดยคาดว่าพรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลผสมกับพรรคภูมิใจไทยต่อไป

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
โทนี เฉิง ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่า บรรยากาศทั่วไปก่อนการเลือกตั้งครั้งนี้ในเขตกรุงเทพมหานคร เต็มไปด้วยกลิ่นอายของ "ความอ่อนล้าเหนื่อยหน่ายทางการเมือง" ผู้คนค่อนข้างเฉื่อยเนือย ไม่สู้จะกระตือรือร้นต่อการไปใช้สิทธิ์ออกเสียงมากเท่ากับการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ทว่าคนเมืองกรุงส่วนใหญ่ก็ยังคงหวังจะสร้างความเปลี่ยนแปลงผ่านการเลือกตั้งอยู่ ดังจะเห็นได้ว่าพรรคประชาชนซึ่งเป็นฝ่ายปฏิรูป กวาดที่นั่ง สส.เขตของกรุงเทพมหานครไปได้ทั้ง 33 เขต
ดร.ณพล จาตุศรีพิทักษ์ นักวิจัยจากสถาบันอนาคตไทยศึกษา ยังแสดงความเห็นกับอัลจาซีราถึงการลงประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า "ผมเชื่อว่าพรรคใดก็ตามที่ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ จะมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อทิศทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะเป็นผู้กำหนดว่า เราจะสามารถเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญฉบับเดิมที่รัฐบาลทหารเป็นผู้ร่างขึ้นได้หรือไม่"
สำนักข่าวเอบีซี (ABC) ของออสเตรเลีย รายงานถึงความคิดเห็นของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ที่วัดธาตุทองในเขตวัฒนาของกรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้สื่อข่าวเอบีซีมองว่า หน่วยเลือกตั้งแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตที่อยู่อาศัยของชนชั้นกลาง ซึ่งเป็นย่านธุรกิจใจกลางเมืองหลวง
นางนิตยา ตั้งสิริธรรมมา วัย 71 ปี บอกกับผู้สื่อข่าวเอบีซีว่าเธอเลือกพรรคภูมิใจไทย เพราะมีความห่วงกังวลเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ โดยไม่อยากให้ประชาชนต้องเจอกับปัญหาปากท้องมากไปกว่านี้ เพราะการทำมาหากินในปัจจุบันก็ฝืดเคืองยากลำบากมากอยู่แล้ว
ส่วนนางสาวศรีตลา ธนสารสมบัติ วัย 39 ปี บอกว่าเธอเลือกพรรคประชาชนเพราะต้องการ "เลือดใหม่" ให้เข้ามามีบทบาทในแวดวงการเมืองไทย แต่เธอเห็นด้วยว่าต้องเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับคนท้องถิ่นก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ในต่างจังหวัด































