ใครคือกลุ่มกบฏที่ยึดเมืองอเลปโป เมืองขนาดใหญ่อันดับ 2 ของซีเรีย ?

Three young men holding weapons pose on the back of a pick up truck. One has a RPG, another is holding a heavy machine gun. The man at the front holds a AK47-style assault rifle and is raising his fingers in salute.

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, เซบาสเตียน อัชเชอร์
    • Role, บรรณาธิการภูมิภาคตะวันออกกลาง

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (27 พ.ย.) กองกำลังกบฏเปิดฉากโจมตีรัฐบาลซีเรียในรอบหลายปี และเมื่อถึงวันอาทิตย์ (1 ธ.ค.) พวกเขาได้เข้าควบคุมพื้นที่ “ส่วนใหญ่” ของเมืองอเลปโป ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของซีเรีย และกำลังรุกคืบไปยังเมืองฮามาทางตอนใต้

การโจมตีที่น่าประหลาดใจเช่นนี้ทำให้กองทัพรัสเซียโจมตีเมืองอเลปโปเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2016 และเห็นแล้วว่ากองทัพซีเรียได้ถอนทหารออกจากเมืองดังกล่าว

การโจมตีครั้งนี้นำโดยกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ที่เรียกตัวเองว่า ฮายัต ทาห์รีร์ อัล-ชาม (Hayat Tahrir al-Sham-HTS) หรือ เอชทีเอส ซึ่งมีประวัติศาสตร์ความขัดแย้งกับซีเรียมาอย่างยาวนาน

กลุ่มติดอาวุธ ฮายัต ทาห์รีร์ อัล-ชาม คือใคร ?

A man in a camouflage jacket stands in the back of a van driving down a road, with one hand in the air.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, กลุ่ม HTS เข้าโจมตีเมืองอเลปโป

ในปี 2011 HTS เคยก่อตั้งในชื่ออื่น นั่นคือ จาบัต อัล-นุสรา (Jabhat an-Nusra) ซึ่งขึ้นตรงกับกลุ่มอัลกออิดะห์ (Al Qaeda) ในฐานะพันธมิตร และพบว่านายอาบู บาการ์ อัล-บักห์ดาดี ผู้นำของกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส (Islamic State-IS) ก็เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมก่อตั้งกลุ่มดังกล่าวเช่นกัน

นอกจากนี้ยังถือว่าจาบัต อัล-นุสรา เป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีประสิทธิภาพและอันตรายที่สุดในบรรดากลุ่มต่อต้านประธานาธิบดีอัสซาดของซีเรีย

แต่ดูเหมือนว่าแนวอุดมการณ์จีฮัดจะเป็นเพียงแรงผลักดันมากกว่าจะทำให้กลุ่มดังกล่าวลุกขึ้นมาก่อการปฏิวัติ ทำให้ในขณะนั้นพวกเขาถูกมองว่ามีแนวทางขัดแย้งกับแนวร่วมกบฏกลุ่มหลักที่รวมตัวกันภายใต้ธงซีเรียเสรี (Free Syria)

ต่อมาในปี 2016 อาบู โมฮัมหมัด อัล-โจลานี ผู้นำของกลุ่มออกมาประกาศตัดความสัมพันธ์กับกลุ่มอัลกออิดะห์ต่อสาธารณชน และยุบกลุ่มจาบัต อัล-นุสรา พร้อมกับจัดตั้งองค์กรใหม่ที่มีชื่อว่า ฮายัต ทาห์รีร์ อัล-ชาม (HTS) โดยควบรวมกับกลุ่มที่คล้ายคลึงกันอีกหลายกลุ่มในช่วงหนึ่งปีถัดมา

ใครเป็นผู้ควบคุมพื้นที่ในซีเรีย ?

c

สงครามในซีเรียที่ดำเนินมาตลอดช่วง 4 ปี ให้ความรู้สึกเหมือนว่ามันจบลงด้วยดีแล้ว

ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ปกครองเมืองใหญ่ ๆ ของประเทศโดยแทบไม่มีคู่แข่ง ขณะที่พื้นที่อื่น ๆ ของซีเรียนั้นไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเขาโดยตรง เช่น พื้นที่ส่วนใหญ่ทางตะวันออกของชาวเคิร์ด ซึ่งแยกจากการควบคุมของซีเรียไม่มากก็น้อยนับตั้งแต่ปีแรก ๆ ของความขัดแย้ง

ทว่ามันยังมีความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าค่อนข้างจะเป็นสถานการณ์ที่ไม่ได้รุนแรงมากนัก เช่น ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเกิดการปฏิบัติต่อต้านการปกครองของอัสซาดตั้งแต่ปี 2011

ในพื้นที่ทะเลทรายอันกว้างขวางของซีเรีย กลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (Islamic State) ยังคงเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูล่าเห็ดทรัฟเฟิล ซึ่งทุกคนมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวเพื่อค้นหาวัตถุดิบอาหารอันโอชะที่มีราคาทำกำไรสูง

ส่วนทางตอนตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศนั้น จ.อิดลิบ ถูกยึดครองโดยกลุ่มติดอาวุธที่ถูกไล่ไปยังที่นั่นเมื่อสงครามในซีเรียถึงจุดรุนแรงที่สุด และกลุ่ม HTS เองก็เป็นกองกำลังที่โดดเด่นในอิดลิบ และกลายเป็นกองกำลังที่เปิดฉากโจมตีเมืองอเลปโปโดยไม่มีใครคาดคิด

การต่อสู้ที่ขื่นขม

เป็นเวลาหลายปีที่ จ.อิดลิบ กลายเป็นสมรภูมิ เนื่องจากรัฐบาลซีเรียพยายามเข้ามาควบคุมพื้นที่นี้อีกครั้ง แต่ข้อตกลงหยุดยิงในปี 2020 ซึ่งมีรัสเซียและตุรกีเป็นตัวกลางระหว่างคู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่าย ยังเป็นที่ยอมรับในส่วนใหญ่

ทั้งนี้ ถือว่ารัสเซียเป็นพันธิมตรของประธานาธิบดีอัสซาดมาอย่างยาวนาน ขณะที่ตุรกีหนุนหลังกลุ่มกบฏกลุ่มต่าง ๆ

มีผู้คนราว 4 ล้านคนอยู่ในอิดลิบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้พลัดถิ่นจากหมู่บ้านและเมืองต่าง ๆ ที่กองกำลังของอัสซาดได้รับชัยชนะและยึดคืนมาจากกบฏหลายกลุ่มในสงครามที่โหดร้าย

เมืองอเลปโปเป็นหนึ่งในสมรภูมิที่นองเลือดที่สุดและเป็นตัวแทนความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดของกลุ่มกบฏ โดยอัสซาดพึ่งพิงกองทัพอากาศของรัสเซียและความช่วยเหลือจากกำลังพลภาคพื้นดินของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ด้วย

มีข้อสงสัยเล็กน้อยว่าความพ่ายแพ้ที่ฮิซบอลเลาะห์ได้รับจากการโจมตีของอิสราเอลเมื่อเร็ว ๆ นี้ รวมถึงการโจมตีผู้บัญชาการทหารของอิหร่านในซีเรียโดยอิสราเอล ได้มีส่วนสำคัญที่ทำให้กลุ่มจีฮัดและกลุ่มกบฏในอิดลิบออกมาโจมตีเมืองอเลปโปอย่างกะทันหันและเหนือความคาดหมาย

Three men stand on top of a large yellow army tank, while one stands on the ground nearby.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แทบไม่มีสัญญาณการจุดชนวนสงครามในซีเรียโดยกลุ่ม HTS เลย จนกระทั่งเข้าสู่สัปดาห์นี้

ในขณะนี้ HTS ได้สร้างฐานอำนาจในอิดลิบผ่านการจัดตั้งหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นที่โดยพฤตินัยแล้วเป็นของกลุ่มดังกล่าว แม้ความพยายามสร้างความชอบธรรมเช่นนั้นจะถูกทำให้มัวหมองผ่านข้อกล่าวหาที่บอกว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนก็ตาม

นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังมีความขัดแย้งภายในอันขื่นขมกับกลุ่มอื่น ๆ อีกด้วย ขณะที่ความทะเยอทะยานที่เกินกว่าการยึดครองอิดลิบนั้นยังไม่ชัดเจน

นับตั้งแต่ทางกลุ่ม HTS แตกหักกับกลุ่มอัลกออิดะห์ เป้าหมายของพวกเขาถูกจำกัดไว้ที่ความพยายามสถาปนาการปกครองแบบอิสลามในซีเรีย แทนที่จะเป็นรัฐคาลิฟะห์อันกว้างขวางเช่นอุดมการณ์ของกลุ่มรัฐอิสลามพยายามจะทำให้ได้ แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว และจนถึงตอนนี้มีสัญญาณเพียงเล็กน้อยที่ทำให้เห็นว่ากลุ่มดังกล่าวพยายามจุดชนวนความขัดแย้งในระดับใหญ่ รวมถึงท้าทายการปกครองของอัสซาด ซึ่งควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ

รายงานเพิ่มเติมโดย ไมอา เดวีส์