หญิงจีนผู้ได้ชื่อว่า "เทพีแห่งความมั่งคั่ง" ถูกตัดสินว่ามีความผิดในอังกฤษ จากคดียึดบิทคอยน์ครั้งใหญ่ที่สุดในโลก

ที่มาของภาพ, Metropolitan Police
- Author, ออสมอนด์ เชีย
- Role, ผู้สื่อข่าวธุรกิจ
- Reporting from, สิงคโปร์
- Author, ลิฟ แมคมาฮอน
- Role, ผู้สื่อข่าวเทคโนโลยี
พลเมืองจีนรายหนึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดหลังการสอบสวนคดีฉ้อโกงระดับนานาชาติ ซึ่งนำไปสู่การยึดสกุลเงินดิจิทัลที่เชื่อกันว่าเป็นการยึดครั้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ตำรวจนครบาลลอนดอนเปิดเผยว่าพวกเขาสามารถยึดบิทคอยน์ได้จำนวน 61,000 เหรียญ คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านปอนด์ (ราว 2.17 แสนล้านบาท) ตามราคาในปัจจุบัน
จื้อหมิ่น เฉียน หรือที่รู้จักในชื่อ หยาตี้ จาง ให้การรับสารภาพเมื่อวันจันทร์ (29 ก.ย.) ที่ศาลเซาเธิร์ก คราวน์ คอร์ต (Southwark Crown Court) ว่าเธอได้มาและครอบครองเงินดิจิทัลดังกล่าวโดยผิดกฎหมาย
ขณะเดียวกัน ยังมีอีกหนึ่งบุคคลที่ขึ้นศาลเมื่อวันอังคาร (30 ก.ย.) เพื่อรับสารภาพถึงบทบาทของตนในแผนการนี้ด้วย
ชาวมาเลเซียคนหนึ่งที่ชื่อว่า เซง ฮก หลิง ซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองแมตล็อก มณฑลเดอร์บีเชอร์ ให้การรับสารภาพที่ศาลเซาเธิร์ก คราวน์ คอร์ต ว่าตนเองมีส่วนร่วมในการฟอกเงิน ทั้งในวันที่ 23 เม.ย. 2024 หรือช่วงเวลาก่อนหน้า
ตามข้อกล่าวหา เขามีส่วนเกี่ยวข้องในการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลในนามของเฉียน "โดยรู้หรือสงสัยว่าการกระทำของตนเอง จะเอื้อให้ผู้อื่นได้มาซึ่งหรือควบคุมทรัพย์สินที่ได้มาจากการก่ออาชญากรรม"
ตำรวจนครบาลลอนดอนระบุในแถลงว่า เฉียนเป็นผู้นำการฉ้อโกงครั้งใหญ่ในประเทศจีนระหว่างปี 2014-2017 เธอเกี่ยวข้องกับการโกงผู้เสียหายมากกว่า 128,000 คน และเก็บเงินที่ได้มาในรูปแบบของบิทคอยน์
ตำรวจยังกล่าวด้วยว่า การรับสารภาพของผู้ต้องหาวัย 47 ปีคนนี้ เกิดขึ้นภายหลังการสืบสวนขบวนการฟอกเงินระดับโลกที่ยาวนานถึง 7 ปี ซึ่งเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสเกี่ยวกับการถ่ายโอนสินทรัพย์ที่ได้มาจากอาชญากรรมดังกล่าว
สายสืบอิซาเบลลา กร็อตโต้ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมสืบสวนของตำรวจนครบาลลอนดอน ระบุว่า เฉียนได้ "หลบหนีการดำเนินคดี" มานานถึง 5 ปีก่อนถูกจับกุม เธอเสริมด้วยว่า กระบวนการทำงานจำเป็นต้องใช้การสอบสวนที่ซับซ้อนและเกี่ยวพันกับหลายประเทศ
ตำรวจระบุว่า เธอหลบหนีออกจากประเทศจีนโดยใช้เอกสารปลอมและเข้ามาในสหราชอาณาจักร ที่ซึ่งเธอพยายามฟอกเงินที่ได้มาจากการโกงด้วยการซื้ออสังหาริมทรัพย์
โรเจอร์ ซาโฮตา ทนายความของเฉียนจากสำนักงานกฎหมายเบอร์กเลย์สแควร์ (Berkeley Square Solicitors) กล่าวเสริมว่า "ด้วยการรับสารภาพในวันนี้ นางจางหวังว่าจะช่วยให้ผู้ลงทุนที่รอคอยการชดเชยมาตั้งแต่ปี 2017 สบายใจขึ้นบ้าง และเพื่อสร้างความมั่นใจว่ามูลค่าของสกุลเงินดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก จะทำให้มีเงินมากพอที่จะชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น"
เมื่อวันอังคาร (30 ก.ย.) ศาลได้รับฟังการเบิกความว่า มีการเริ่มกระบวนการยึดทรัพย์จากเซง ฮก หลิง แล้ว เป็นมูลค่ามากกว่า 16.2 ล้านปอนด์ (ราว 708 ล้านบาท) เม็ดเงินจำนวนนี้จะถูกปรับตามอัตราสกุลเงินดิจิทัลเมื่อมีการตัดสินโทษในเดือน พ.ย. นี้
ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรอาจพยายามเก็บเงินที่ยึดได้ไว้
บีบีซีได้ติดต่อไปยังกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอความคิดเห็นแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำชี้แจง
ทั้งนี้ การปฏิรูประเบียบกฎหมายอาชญากรรมภายใต้รัฐบาลอนุรักษนิยมชุดก่อน มีเป้าหมายเพื่อทำให้หน่วยงานของสหราชอาณาจักรสามารถยึด อายัด และเรียกคืนทรัพย์สินดิจิทัลได้ง่ายขึ้น ร
ความเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายบางรายสามารถยื่นคำร้องเพื่อขอคืนทรัพย์สินที่ถูกเก็บไว้ในบัญชีได้
"เทพีแห่งความมั่งคั่ง"
นางเฉียนยังเคยได้รับความช่วยเหลือจากพนักงานร้านอาหารจีนที่มีชื่อว่า เจียน เหวิน ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 6 ปี 8 เดือน เมื่อปีที่แล้ว จากการมีส่วนร่วมในขบวนการอาชญากรรมครั้งนี้
อัยการสูงสุดระบุเมื่อต้นปีนี้ว่า เจียน เหวิน วัย 44 ปี มีส่วนในการฟอกเงินที่ได้จากการโกง และจากที่เคยอาศัยอยู่บนชั้นที่สองของร้านอาหาร เธอก็ย้ายไปอยู่บ้านเช่ามูลค่าหลายล้านปอนด์ทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน
อัยการสูงสุดยังเปิดเผยว่า นางเหวินได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์สองแห่งในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มูลค่ากว่า 500,000 ปอนด์ (ราว 20 ล้านบาท)
ขณะที่ตำรวจนครบาลลอนดอนระบุว่าสามารถยึดบิทคอยน์จากนางเหวินได้รวมมูลค่ามากกว่า 300 ล้านปอนด์ (ราว 1.31 หมื่นล้านบาท)

ที่มาของภาพ, Crown Prosecution Service
สื่อจีน ไลฟ์วีค (Lifeweek) รายงานในปี 2024 ว่า เหยื่อนักลงทุนซึ่งส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 50–75 ปี ได้ทุ่มเงินลงทุน "ตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลายสิบล้าน" หยวน ในโครงการที่นางเฉียนเป็นผู้นำเสนอ
มีรายงานว่าเหยื่อบางส่วน ซึ่งรวมถึงนักธุรกิจ พนักงานธนาคาร และบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม ถูกเพื่อนและคนในครอบครัวชักชวนให้ร่วมลงทุนในโครงการของนางเฉียน
มีรายงานด้วยว่านักลงทุนเหล่านี้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับนางเฉียนน้อยมาก โดยเธอถูกขนานนามว่าเป็น "เทพีแห่งความมั่งคั่ง"
นายโรบิน เวเยลล์ รองอัยการสูงสุดแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวว่า "บิทคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ถูกองค์กรอาชญากรรมนำมาใช้เพื่ออำพรางและโอนย้ายทรัพย์สินมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้มิจฉาชีพได้เสวยประโยชน์จากการกระทำความผิดของตน"
"คดีนี้ซึ่งเป็นการยึดสกุลเงินดิจิทัลครั้งใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร แสดงให้เห็นถึงขนาดของผลประโยชน์ทางอาชญากรรมที่มิจฉาชีพเข้าถึงได้" เขากล่าวเสริม
นายวิล ไลน์ หัวหน้าฝ่ายปราบปรามอาชญากรรมเศรษฐกิจและอาชญากรรมไซเบอร์ของตำรวจนครบาลลอนดอน ระบุว่า คำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ก.ย. ถือเป็น "บทสรุปของการสืบสวนอย่างทุ่มเทยาวนานหลายปี" ที่ตำรวจและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของจีนทำงานร่วมกัน
ขณะที่นางเฉียนถูกควบคุมตัวระหว่างรอฟังคำพิพากษา ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 10 พ.ย. นี้ นี่เป็นส่วนหนึ่งของการไต่สวนเพื่อตัดสินโทษเป็นเวลา 2 วัน โดย เซง ฮก หลิง ก็ถูกศาลสั่งให้มาปรากฏตัวต่อศาลในวันเดียวกันด้วย
นายแดน จาร์วิส รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวว่าคำพิพากษานี้ส่ง "สัญญาณชัดเจน" ว่าสหราชอาณาจักรไม่ใช่ "ที่หลบภัย" ของอาชญากร
"การฟอกเงินบ่อนทำลายความไว้วางใจ ทำให้เศรษฐกิจอ่อนแอ และเป็นเชื้อเพลิงให้กับอาชญากรรมร้ายแรงที่มีการจัดตั้ง" เขาระบุในแถลงการณ์
บีบีซีได้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำสหราชอาณาจักรเพื่อขอความเห็นแล้ว
รายงานเพิ่มเติมโดย โทนี่ ฮั่น ทีมข่าวโกลบอล ไชนา ยูนิต (Global China Unit) ของบีบีซี











