"ผมไม่ไว้ใจใครอีกแล้ว" การคุกคามออนไลน์ส่งผลกับนักวิ่งมาราธอนระดับโลกเช่นไร ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, เซเลสทีน คาโรนีย์
- Role, ผู้สื่อข่าวสายกีฬาประจำแอฟริกา
เอเลียด คิปโชเก เจ้าของเหรียญทองการแข่งขันวิ่งมาราธอนในโอลิมปิก 2 สมัย บอกว่า เขากังวลว่าครอบครัวของตนเองจะตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต เมื่อเกิดปรากฏการณ์ “ทัวร์ลง” ในโลกออนไลน์ที่เชื่อมโยงว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ เคลวิน คิปทัม เพื่อนนักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา ทั้งที่การกล่าวหาดังกล่าวไม่มีมูลความจริงเลย
คิปทัม เสียชีวิตในวัย 24 ปี จากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา เขาเป็นเจ้าของสถิติโลกคนปัจจุบันของการวิ่งมาราธอนระยะทาง 26.2 ไมล์ (ราว 42 กิโลเมตร) ซึ่งสถิติดังกล่าวเคยเป็นของ คิปโชเก มาก่อน
ผู้คนในสื่อสังคมออนไลน์บางคนเริ่มคาดเดาไปต่าง ๆ นานาว่า คิปโชเก เป็นส่วนหนึ่งของแผนการสมรู้ร่วมคิดเพื่อคร่าชีวิต คิปทัม นักวิ่งมาราธอนที่สร้างสถิติโลกไว้ที่ 2 ชั่วโมง 35 วินาที ในการแข่งขันเมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ณ นครชิคาโก สหรัฐอเมริกา
“ผมตกใจมากเมื่อผู้คนบนสื่อสังคมออนไลน์พูดต่อ ๆ กันว่า ‘เอเลียด เกี่ยวข้องกับการตายของชายคนนี้’” นักวิ่งมาราธอนวัย 39 ปี บอกกับผู้สื่อข่าวสายกีฬาของบีบีซีประจำแอฟริกา
“มันเป็นข่าวร้ายที่สุดในชีวิตของผม”
“ผมได้ยินสิ่งที่เลวร้ายมากมาย เช่น พวกเขาจะเผาค่ายฝึกซ้อม พวกเขาจะเผาธุรกิจที่ผมลงทุนในเมือง พวกเขาจะเผาบ้านของผม พวกเขาจะเผาครอบครัวผม”
“แม้มันไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่นั่นก็แสดงให้เห็นว่าโลกเป็นเช่นไร”
สิ่งแรกที่คิปโชเกทำเมื่อพบเห็นการคุกคามและข่าวลือเท็จ คือการตรวจสอบให้แน่ใจว่าครอบครัวของเขาปลอดภัยอยู่หรือไม่
“ผมไม่ได้มีอำนาจที่จะไปแจ้งตำรวจว่าชีวิตของผมตกอยู่ในอันตราย ดังนั้น ความกังวลของผมคือการเตือนให้ครอบครัวเพิ่มความระมัดระวังและมีสติเป็นพิเศษ”
“ผมเริ่มโทรหาผู้คนจำนวนมาก”
“ผมหวาดกลัวมากจริง ๆ เมื่อเห็นลูก ๆ เดินทางไปกลับโรงเรียน”
“บางครั้งพวกเขาจะปั่นจักรยานไปโรงเรียน แต่เราต้องห้ามพวกเขาไม่ให้ทำแบบนั้น เพราะไม่รู้เลยว่ามันอาจเกิดอะไรขึ้น จากนั้นพวกเราก็เริ่มไปรับไปส่งเขาที่โรงเรียนด้วยตนเอง”
“ลูกสาวผมเรียนอยู่ในโรงเรียนประจำ มันจึงเป็นเรื่องที่ดีเพราะเธอไม่สามารถเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ได้ แต่มันยากสำหรับลูกชายที่ต้องได้ยินว่า ‘พ่อของแกเป็นฆาตกร’”
เสียทั้งเพื่อนและความไว้วางใจ

ที่มาของภาพ, Getty Images
ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับบีบีซีอย่างตรงไปตรงมาที่บ้านของเขา คิปโชเกแสดงความหวั่นไหวทางอารมณ์ออกมา เมื่อเขาพูดถึงผลกระทบของการกล่าวหาในโลกออนไลน์ที่ส่งผลต่อแม่ของเขา
“ช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของผม คือตอนผมพยายามโทรหาแม่” เขาบอก
“เธอบอกผมว่า ‘ดูแลตัวเองนะ’ และ ‘มีหลายสิ่งหลายอย่างกำลังเกิดขึ้น’ ตัวผมเองมีรากที่มาจากเมืองชนบท และด้วยอายุอานามของแม่ผม ผมก็ตระหนักได้ว่าสื่อสังคมออนไลน์มันเข้าไปถึงทุกแห่งหน แต่แม่ก็พยายามมอบกำลังใจและความกล้าหาญให้กับผม มันเป็นเดือนที่ยากลำบากมากจริง ๆ”
อย่างไรก็ตาม คิปโชเก ซึ่งตอนนี้เป็นนักวิ่งคนที่ 3 ที่สามารถป้องการแชมป์ในการแข่งขันมาราธอนในโอลิมปิกได้ ตัดสินใจที่จะไม่เพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยของตัวเขาเอง
“ผมไม่เห็นประโยชน์ที่จะเปลี่ยนสถานที่ฝึกซ้อม เพราะชีวิตของผมมันต้องอยู่ในสถานที่เปิด” เขาอธิบาย
“กีฬาของเราไม่ใช่การฝึกซ้อมในโรงยิม มันต้องออกไปวิ่งกลางแจ้ง ผมต้องสามารถเดินไปบนถนนได้อย่างอิสระ”
คิปโชเกอ้างว่า เขา “สูญเสียเพื่อนราว 90%” จากการถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับอุบัติเหตุที่พรากชีวิตคิปทัม ทั้งที่มันไม่มีมูลความจริงและเกิดจากการคุกคามออนไลน์
“มันเป็นเรื่องเจ็บปวดอย่างมากสำหรับผม เมื่อเรียนรู้ว่าแม้กระทั่งคนของผมเอง เพื่อนร่วมฝึกซ้อมของผม หรือผู้คนที่ผมติดต่อมาตลอด ต่างพูดจาแย่ ๆ เกี่ยวกับผม” เขากล่าวเสริม
“ผมรู้สึกแย่กับสิ่งที่เห็นจริง ๆ”
ผลกระทบต่อผลงาน

ที่มาของภาพ, Getty Images
ทีมงานของคิปโชเกตัดสินใจให้นักวิ่งเว้นจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เมื่อเกิดเหตุการคุกคามด้วยข่าวลวงขึ้น แต่คิปโชเกบอกว่า เขาไม่เคยคิดที่จะลบบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของตนเองเลย
“ถ้าลบบัญชีของผม มันก็แสดงให้เห็นว่ามีบางอย่างที่ผมซ่อนเร้นไว้” เขาบอก
“ผมจะเก็บบัญชีของผมไว้ต่อไป ผมไม่ได้ทำอะไรผิด”
อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่าผลจากการถูกคุกคามบนสื่อสังคมออนไลน์ได้ส่งผลกระทบต่อผลงานการแข่งขันของตนเอง
คิปโชเกได้อันดับ 10 ในการแข่งขันโตเกียวมาราธอนเมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่ผ่านมา หลังวิ่งเข้าเส้นชัยช้ากว่า เบนสัน คิปรูโต ผู้ชนะการแข่งขัน 2 นาทีครึ่ง นี่ถือเป็นอันดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เขาเริ่มเปิดตัวเป็นนักกีฬาอาชีพเมื่อปี 2013
“ตลอดระยะเวลา 3 วันที่ผมอยู่ในโตเกียว ผมนอนไม่หลับเลย” เขาเปิดเผยกับบีบีซี
“มันเป็นผลงานที่แย่ที่สุดของผม”
แม้ประสบความพ่ายแพ้ในการแข่งขันครั้งล่าสุด แต่การประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมาพบว่า ชื่อของ คิปโชเก อยู่ในทีมแข่งขันวิ่งมาราธอนของเคนยาสำหรับโอลิมปิก 2024 ซึ่งกำลังจะจัดขึ้นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทำให้ขณะนี้ จุดสนใจของเขาอยู่ที่การสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยเป้าหมายว่าต้องการคว้าเหรียญทองที่ 3 ติดต่อกันให้ได้
“มันคือการลุกขึ้นใหม่และมุ่งตรงไปยังเป้าหมายของคุณ” คิปโชเก กล่าวเพิ่มเติม ทั้งนี้ เขาถือเป็นนักวิ่งคนแรกที่วิ่งมาราธอนจบได้ในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงในการวิ่งเมื่อปี 2019 ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย แม้ว่าการวิ่งดังกล่าวจะเป็นการวิ่งคนเดียวที่ไม่ใช่การแข่งขันปกติที่มีการเก็บสถิติอย่างเป็นทางการก็ตาม
“ผมต้องการสร้างประวัติศาสตร์ ต้องการเป็นมนุษย์คนแรกที่ชนะมาราธอนในโอลิมปิกติดต่อกัน 3 ครั้ง”
ลดการคุกคามออนไลน์ในโอลิมปิก 2024
หลังจากถูกข่มขู่และคุกคามผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ตอนนี้คิปโชเกเชื่อว่าบริษัทเจ้าของแพลตฟอร์มต่าง ๆ “ไม่ได้ทำอะไรมากนัก” เพื่อยับยั้งการคุกคามผ่านแพลตฟอร์มของพวกเขา
“พวกที่อยู่หลังคีย์บอร์ดเหล่านี้กำลังโพสต์สิ่งที่แล้วร้ายและอันตรายอย่างมาก” เขากล่าว
“หากคุณกดรายงานว่ามีบัญชีผู้ใช้บางรายโพสต์สิ่งคุกคาม พวกเขาก็ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งเพื่อลบบัญชีเหล่านั้น”
“พวกเขาควรดำเนินการรวดเร็วกว่านี้ในการสืบค้นข้อเท็จจริงเพื่อลบบัญชีต่าง ๆ ผู้คนควรตระหนักว่าหากพวกเขาพูดบางสิ่งในทางที่ไม่เหมาะสม บัญชีของพวกเขาจะถูกลบทิ้ง”
อย่างไรก็ตาม คิปโชเกแสดงความยินดีต่อการประกาศของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Commitee: IOC) ที่ระบุว่า มีแผนที่จะ “ตอบสนองในเชิงรุกอย่างกว้างขวาง” เพื่อปกป้องนักกีฬาจากการถูกคุกคามทางออนไลน์ ในช่วงการแข่งขันโอลิมปิก 2024 ที่ปารีส
ทาง IOC ตั้งใจจะใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอมาช่วยระบุโพสต์ที่ไม่เหมาะสม และรายงานไปยังบริษัทสื่อสังคมออนไลน์
“ผมคิดว่ามันคือทิศทางที่ถูกต้องจริง ๆ” เขากล่าว
ตอนนี้พวกเขากำลังกำหนดอำนาจและบทบาทหน้าที่ในฐานะองค์กรที่จะเข้ามาปกป้องนักกีฬาจากการถูกคุกคาม แต่มันสายเกินไปสำหรับคิปโชเกซึ่งได้รับผลกระทบจากการคุกคาม และมันสร้างบาดแผลทางจิตใจให้กับเขาไปแล้ว
“ผมได้เรียนรู้ว่ามิตรภาพมันไม่สามารถคงอยู่ได้ตลอดไป” เขาบอก
“ผมคิดว่ามันโชคร้ายที่เกิดขึ้นกับผมตอนที่กำลังเฉลิมฉลองเส้นทางอาชีพกว่า 20 ปีในวงการ สิ่งที่เกิดขึ้นมันทำให้ผมไม่ไว้ใจใครเลย แม้แต่เงาของตัวผมเอง”











