ฟิโอนา ฮาร์วีย์ หรือ มาร์ธาตัวจริงใน“เบบี้ เรนเดียร์” จะฟ้องผู้สร้างและเน็ตฟลิกซ์

ที่มาของภาพ, Piers Morgan Uncensored
ผู้หญิงที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวละครที่ชื่อว่า "มาร์ธา" ในซีรีส์ยอดฮิตของเน็ตฟลิกซ์เรื่อง เบบี้ เรนเดียร์ (Baby Reindeer) บอกว่า เธอกำลังเดินหน้าฟ้องผู้สร้างและเน็ตฟลิกซ์
ฟิโอนา ฮาร์วีย์ บอกกับ เพียร์ส มอร์แกน ว่าซีรีส์ที่นำเสนอว่า มาร์ธา เป็นนักสะกดรอยตามหรือสตอล์กเกอร์ (stalker) นั้นเป็นเพียง “เรื่องแต่ง”
เธอกล่าวหาว่าเน็ตฟลิกซ์และริชาร์ด กาดด์ นักแสดงตลกชาวสก็อต ซึ่งเป็นผู้เขียนบทและแสดงนำในซีรีส์เรื่องดังกล่าวนั้น “โกหก” ผ่านเรื่องราวที่ถูกเขียนขึ้นในลักษณะ “หมิ่นประมาท”
บีบีซีได้ติดต่อตัวแทนของกาดด์และเน็ตฟลิกซ์ เพื่อขอความเห็นในประเด็นนี้แล้ว
“พวกเขานำเสนอราวกับมันเป็นเรื่องจริง ตัวกาดด์ก็ด้วย แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้น” ฮาร์วีส์กล่าวในรายการสัมภาษณ์ที่มี เพียร์ส เป็นพิธีกร “เขาและพวกเขากำลังโกหก”
หญิงชาวสก็อตวัย 58 ปีคนนี้ให้สัมภาษณ์หลังถูกระบุตัวตนทางสื่อออนไลน์โดยผู้เข้าชมที่พยายามค้นหาว่าตัวละครมาร์ธานั้นมีพื้นฐานมาจากใครในชีวิตจริง โดยเธอบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น “น่ากลัวอย่างยิ่ง”
ในการสัมภาษณ์ เธอกล่าวหาว่ากาดด์ “ทำเงินจากความทุกข์ยากของฉัน”
หลังการสัมภาษณ์จบลง สจ๊วต เฮอริเทจ จากสื่อเดอะการ์เดียน บอกว่า บทสัมภาษณ์ในรายการของมอร์แกนนั้น “เต็มไปด้วยหาแสวงหาประโยชน์อย่างสกปรก” ขณะที่ ไรอัน คูแกน จากสื่ออินดิเพนเดนท์ ระบุว่า “คุณไม่สามารถคาดหวังให้เขา [หมายถึงมอร์แกน-พิธีกร] อ่อนโยนได้อีกต่อไป พอ ๆ กับที่คุณไม่สามารถคาดหวังว่าปลาจะปีนต้นไม้ได้”
คูแกนยังกล่าวด้วยว่า “มอร์แกนไม่ใช่ปัญหาในการสัมภาษณ์นี้ ปัญหาที่แท้จริงคือมีกลุ่มคนที่เสพงานประเภทนี้อยู่จริง ๆ”
เอ็ด พาวเวอร์ เขียนลงเทเลกราฟว่า “บทสนทนา 60 นาทีนี้ ระหว่างมอร์แกนและฟิโอนา ไม่ใช่การโต้ตอบกันอย่างดุเดือด แต่มันเป็นการถาม-ตอบที่น่าเบื่อ”
ทางบีบีซีได้ขอความเห็นจากเพียร์ส มอร์แกนแล้ว

ที่มาของภาพ, Ed Miller/Netflix
มอร์แกนถามฮาร์วีส์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกี่ยวกับจำนวนอีเมล โทรศัพท์ และจดหมายที่เธอส่งให้ กาดด์ ผู้ที่กล่าวหาว่านักสะกดรอยตามหญิงของเขาคนนี้ ได้ส่งอีเมลมากกว่า 41,701 ฉบับ, ข้อความเสียงรวม 350 ชั่วโมง, ทวีต 744 ครั้ง, ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 46 ข้อความ, และจดหมายจำนวน 106 หน้า
ฮาร์วีส์บอกกับมอร์แกนว่า “อาจส่งอีเมลเพียง 2-3 ฉบับ” และกล่าวในภายหลังว่ามีอีเมล “น้อยกว่า 10 ฉบับ”
เธอยังกล่าวด้วยว่าได้ส่งจดหมายถึงเขา 1 ฉบับ และทวีต 18 ครั้ง แต่ไม่เคยส่งข้อความผ่านเฟซบุ๊ก และบอกว่าตนเอง “สงสัย” ว่ากาดด์มีข้อความเสียงเหล่านั้นได้อย่างไร ในเมื่อเธอไม่มีหมายเลขโทรศัพท์ของเขา
มอร์แกนยังตั้งคำถามด้วยว่า เธอใช้อีเมล 6 บัญชีจริงหรือไม่ เพื่อส่งข้อความหากาดด์ และกดดันเธอด้วยคำถามอื่น ๆ เช่น จบการศึกษาด้านกฎหมายด้วยเกรดระดับใด ?
ในตอนท้ายของการสัมภาษณ์ ฮาร์วีส์บอกว่า เธอจะฟ้องหนังสือพิมพ์เดลีเมล์ด้วย ซึ่งทางบีบีซีได้ติดต่อเพื่อขอความเห็นต่อประเด็นดังกล่าวแล้ว
“สัญญาณเตือน”
ในหนังสือพิมพ์เดอะซันซึ่งตีพิมพ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มอร์แกนเขียนว่า “ในฐานะมนุษย์ ผมรู้สึกเสียใจที่เธอถูกลากมาบดขยี้เช่นนี้”
“แต่มีบางช่วงของการสัมภาษณ์ที่ส่งสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติบางอย่าง”
บีบีซีได้ติดต่อฮาร์วีส์หลังการสัมภาษณ์ดังกล่าว แต่เธอไม่พร้อมให้ความเห็นในขณะนี้
มีรายงานว่าเธอบอกกับ เดลี เรคอร์ด ว่าตนเอง “ไม่มีความสุขกับการสัมภาษณ์ และได้ค่าตอบแทน 250 ปอนด์ สำหรับการร่วมรายการ”
ม้ามืด
เบบี้ เรนเดียร์ กลายเป็นซีรีส์ยอดนิยมของสตรีมมิง (streaming) ค่ายยักษ์ใหญ่ จากกระแสตอบรับที่บอกต่อ ๆ กันว่า มันช่างน่าทึ่งและสร้างความอึดอัดใจให้กับผู้ชมได้ในเวลาเดียวกันอย่างน่าประหลาดใจ
ฮาร์วีส์ปฏิเสธว่าฉากสำคัญซึ่งปรากฏในซีรีส์ดังกล่าวไม่เป็นความจริง รวมถึงฉากที่ตัวละคร มาร์ธา ถูกบรรยายว่าล่วงละเมิดทางเพศ กาดด์ บริเวณริมคลอง และโจมตีคู่รักของเขา
เธอยังปฏิเสธว่าไม่ได้ล่วงละเมิดครอบครัวของกาดด์ หรือมาที่บ้านของเขา โดยบอกว่า “ฉันไม่ใช่สตอล์กเกอร์”
ในตอนจบของซีรีส์ มาร์ธาถูกทำให้เห็นว่า เธอยอมรับผิดที่สะกดรอยตามกาดด์ และถูกจำคุก 9 เดือน แต่ฮาร์วีส์ยืนยันว่าตนเองไม่เคยถูกตั้งข้อหาใด ๆ เพราะฉะนั้นเธอจึงไม่เคยติดคุก
“มันไม่เป็นความจริงเลย นี่เป็นการหมิ่นประมาทฉันอย่างมาก มันทำลายอาชีพการงานของฉันอย่างยิ่ง” เธอกล่าว
นักสืบอินเทอร์เน็ต
เมื่อผู้ชมเริ่มคาดเดาถึงบุคคลจริงที่อยู่เบื้องหลังซีรีส์นี้ กาดด์วัย 34 ปี ได้เรียกร้องผ่านข้อความในสตอรีอินสตาแกรมของเขาว่า ผู้ชมไม่ควรคาดเดาว่าเป็นใคร
“นั่นไม่ใช่จุดประสงค์การแสดงของพวกเรา” เขาระบุ
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เบนจามิน คิง หัวหน้าฝ่ายนโยบายของเน็ตฟลิกซ์บอกกับฝ่ายนิติบัญญัติของสหราชอาณาจักร ในการพิจารณาเรื่องภาพยนตร์และโทรทัศน์ของอังกฤษว่า พวกเขาใช้ “ความระมัดระวังตามสมควรทุกประการ” เพื่ออำพรางตัวตนของผู้คนซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับงานของกาดด์
“เราไม่ต้องการไม่เปิดเผยตัวตน หรือทำให้มันกลายเป็นเรื่องทั่วไปจนมันไม่ใช่เรื่องราวของเขาอีกต่อไป เพราะว่ามันจะบ่อนทำลายเจตนาที่อยู่เบื้องหลังงานแสดงชิ้นนี้”
“ท้ายที่สุดแล้ว เห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะควบคุมสิ่งที่ผู้ชมทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่ทุกอย่างถูกขยายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ได้ โดยส่วนตัวแล้วผมคงไม่สบายใจกับโลกที่เราตัดสินใจว่า มันคงดีกว่าหาก ริชาดร์ด กาดด์ ถูกปิดปาก และไม่ได้รับอนุญาตให้เล่าเรื่องนี้” เบนจามิน กล่าว











