ย้อนภาพแห่งความทรงจำ ความสัมพันธ์ทางการทูต 50 ปี ราชวงศ์ไทยกับทางการจีน

ที่มาของภาพ, สำนักพระราชวัง
ในระหว่างวันที่ 13 - 17 พ.ย. นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของประธานาธิบดีนายสี จิ้นผิงของจีน
สำนักพระราชวังระบุว่า การเสด็จพระราชดำเนินเยือนในครั้งนี้ เนื่องในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ครบ 50 ปี พร้อมกับเป็นการกระชับสัมพันธไมตรีที่ใกล้ชิดระหว่างประเทศทั้งสองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้น
ขณะที่เฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยได้เผยแพร่บทความของนายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเมื่อวานนี้ (12 พ.ย.) ว่า นี่ถือเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนครั้งแรกของพระมหากษัตริย์ไทยในรอบ 50 ปี นับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ และเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศมหาอำนาจอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สะท้อนชัดว่าผู้นำสูงสุดของไทยให้ความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-ไทย
เนื้อหาตอนท้ายยังตอกย้ำถึงความสำคัญของการเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนครั้งนี้ว่า "การเสด็จพระราชดำเนินเยือนครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเหตุการณ์สำคัญทางการทูตเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทย จีนมุ่งหวังว่าการเยือนครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน–ไทยเกิดผลลัพธ์ที่อุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อสืบสานมิตรภาพอันดีของสองประเทศและเปิดหน้าใหม่ของประวัติศาสตร์ พร้อมผลักดันความสัมพันธ์จีน–ไทยสู่ 50 ปีถัดไปที่รุ่งเรืองยิ่งขึ้น"
ในโอกาสสำคัญทางประวัติศาสตร์นี้ บีบีซีไทยประมวลภาพเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยและทางการจีนนับตั้งแต่มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในวันที่ 1 ก.ค. 2518

ที่มาของภาพ, สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย
แม้ว่าตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไม่ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่พระองค์พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ผู้นำจีนหลายท่านเข้าเฝ้าฯ
ข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ระบุว่า มีผู้นำจีนในอดีตเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการหลายคน อาทิ นายกรัฐมนตรีเติ้ง เสี่ยวผิง (2521), ประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน (2542), นายกรัฐมนตรีหลี่ เผิง (2545), ประธานาธิบดีหู จิ่นเทา (2546) และนายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า (2555) เป็นต้น
ปี 2521 รองนายกรัฐมนตรีจีน เติ้ง เสี่ยวผิง ได้เยือนประเทศไทย และได้เข้าร่วมพระราชพิธีทรงผนวช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ที่มาของภาพ, POOL/AFP via Getty Images

ที่มาของภาพ, STEPHEN SHAVER /Getty Images
ในปี 2543 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นผู้แทนพระองค์ ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 16-31 ต.ค. 2543 ตามกราบบังคมทูลคำเชิญของนายเจียง เจ๋อหมินประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องในวาระครบรอบ 25 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ซึ่งในครั้งนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเสด็จด้วย
จากสารคดีประชาสัมพันธ์ก่อนการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา ได้เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเคยเสด็จเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ขณะทรงดํารงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อเป็นการเจริญพระราชไมตรีระหว่างกันถึง 3 ครั้ง
ครั้งแรกในปี 2530 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนระหว่างวันที่ 23 ก.พ. - 8 มี.ค. 2530 โดยเสด็จพระราชดำเนินเยือนกรุงปักกิ่ง มณฑลเหลียวนิง, นครเสิ่นหยาง, มณฑลซานซี, นครซีอาน, มณฑลเจียงซู, นครหนานจิง, นครเซี่ยงไฮ้, มณฑลเจ้อเจียง, นครหางโจว, มณฑลฝูเจี้ยน, เมืองเซี้ยเหมิน, และมณฑลกวางตุ้ง เป็นต้น โดยทอดพระเนตรสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ฟาร์มเกษตร และภารกิจของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน และได้พบผู้นำคนสำคัญของจีนในสมัยนั้นด้วย

ที่มาของภาพ, Forrest Anderson /Getty Images
การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนครั้งที่ 2 ในปี 2535 ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลจีน ระหว่างวันที่ 22 ต.ค. - 5 พ.ย. 2535 รวม 15 วัน ในครั้งนั้น พระองค์ได้ทรงพบกับนายหยาง ช่างคุน ประธานาธิบดีจีนและผู้นำคนสำคัญ รวมทั้งทอดพระเนตรสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม กิจการด้านการทหาร วิถีชีวิตของชนกลุ่มน้อย รวมทั้งกิจการสำคัญในการพัฒนาประเทศในหลายเมือง
ต่อมาในปี 2541 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งที่ 3 พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ระหว่างวันที่ 22-28 พ.ค. 2541 โดยเสด็จพระราชดำเนินเยือนกรุงปักกิ่ง, มณฑลอันฮุย, เมืองหวงซาน, มณฑลเจียงซู, นครหนานจิง, เมืองหยางโจว และนครเซี่ยงไฮ้ เพื่อทอดพระเนตรสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์และการศาสนา และทรงได้พบกับประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน และผู้นำคนสำคัญของจีนในสมัยนั้น

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
นอกจากนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนมาแล้วกว่า 50 ครั้ง และทรงเป็นมิตรที่ใกล้ชิดของจีนและเป็นทูตสันถวไมตรีที่โดดเด่นระหว่างจีน-ไทย และในวันที่ 29 ก.ย. 2562 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ รัฐมิตรภรณ์ แด่กรมสมเด็จพระเทพ ฯ ด้วย เนื่องในโอกาสการฉลองครบรอบ 70 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน (1 ต.ค. 2562) ซึ่งเป็นเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ฝ่ายจีนมอบให้ชาวต่างประเทศที่สร้างคุณูปการสำคัญในการส่งเสริมมิตรภาพและความร่วมมืออันดีกับจีน

ที่มาของภาพ, Pool/Getty Images
ส่วนสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เสด็จเยือนจีนหลายครั้งเพื่อจัดคอนเสิร์ต "สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน" พร้อมทรงบรรเลงกู่เจิงด้วยพระองค์เอง โดยครั้งล่าสุดจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ และนครหางโจว อีกทั้งทรงมุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อส่งเสริมความร่วมมือจีน-ไทยในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอีกด้วย
ขณะที่ผู้นำจีนคนปัจจุบันอย่าง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยังเคยเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการด้วย โดยในปี 2554 นายสี จิ้นผิง ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีจีน ได้เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการด้วย
ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงขึ้นครองราชย์ในปี 2559 และในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกใน 2562 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ส่งสาส์นถวายพระพร และแสดงความตั้งใจที่จะร่วมมือพัฒนาความสัมพันธ์จีน-ไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ที่มาของภาพ, สำนักพระราชวัง
ต่อมาในเดือน พ.ย. 2565 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ทรงรับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก หรือ เอเปค (Asia – Pacific Economic Cooperation : APEC) ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย. 2565 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร
พระราชกรณียกิจของในหลวง-ราชินี ในระหว่างการเสด็จฯ เยือนจีน
ประกาศสำนักพระราชวังเมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่ผ่านมาเปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ณ มหาศาลาประชาชน ในวันที่ 14 พ.ย. โดยมีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และภริยา เฝ้ารับเสด็จ เมื่อเสร็จสิ้นพิธีรับเสด็จ จะทรงมีพระราชปฏิสันถารกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและภริยา จากนั้นจะพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีนเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท และในวันเดียวกัน ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและภริยาจะถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ณ มหาศาลาประชาชน
ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชน จัตุรัสเทียนอันเหมิน และทอดพระเนตรสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในกรุงปักกิ่ง ได้แก่ วัดหลิงกวง ศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ กรุงปักกิ่ง ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีและทรัพยากรด้านการศึกษา สถาบันเทคโนโลยีด้านอวกาศจีน ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมวิทยาศาสตร์นักบินจีน และศูนย์ควบคุมการบินอวกาศกรุงปักกิ่ง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ เพื่อทอดพระเนตรนิทรรศการ "หมื่นมิ่งมงคลไชย สายสัมพันธ์นิรันดร: นิทรรศการโบราณวัตถุฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน" รวมทั้งทอดพระเนตรพระที่นั่งไท่เหอ












