ย้อนภาพแห่งความทรงจำ ความสัมพันธ์ทางการทูต 50 ปี ราชวงศ์ไทยกับทางการจีน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ทรงรับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก หรือ เอเปค

ที่มาของภาพ, สำนักพระราชวัง

คำบรรยายภาพ, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ทรงรับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมเอเปค

ในระหว่างวันที่ 13 - 17 พ.ย. นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของประธานาธิบดีนายสี จิ้นผิงของจีน

สำนักพระราชวังระบุว่า การเสด็จพระราชดำเนินเยือนในครั้งนี้ เนื่องในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ครบ 50 ปี พร้อมกับเป็นการกระชับสัมพันธไมตรีที่ใกล้ชิดระหว่างประเทศทั้งสองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้น

ขณะที่เฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยได้เผยแพร่บทความของนายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเมื่อวานนี้ (12 พ.ย.) ว่า นี่ถือเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนครั้งแรกของพระมหากษัตริย์ไทยในรอบ 50 ปี นับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ และเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศมหาอำนาจอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สะท้อนชัดว่าผู้นำสูงสุดของไทยให้ความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-ไทย

เนื้อหาตอนท้ายยังตอกย้ำถึงความสำคัญของการเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนครั้งนี้ว่า "การเสด็จพระราชดำเนินเยือนครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเหตุการณ์สำคัญทางการทูตเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทย จีนมุ่งหวังว่าการเยือนครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน–ไทยเกิดผลลัพธ์ที่อุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อสืบสานมิตรภาพอันดีของสองประเทศและเปิดหน้าใหม่ของประวัติศาสตร์ พร้อมผลักดันความสัมพันธ์จีน–ไทยสู่ 50 ปีถัดไปที่รุ่งเรืองยิ่งขึ้น"

ในโอกาสสำคัญทางประวัติศาสตร์นี้ บีบีซีไทยประมวลภาพเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยและทางการจีนนับตั้งแต่มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในวันที่ 1 ก.ค. 2518

นายจาง เจี้ยนเว่ย

ที่มาของภาพ, สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

คำบรรยายภาพ, "การเสด็จพระราชดำเนินเยือนครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเหตุการณ์สำคัญทางการทูตเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทย" นายจาง เจี้ยนเว่ย ระบุ

แม้ว่าตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไม่ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่พระองค์พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ผู้นำจีนหลายท่านเข้าเฝ้าฯ

ข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ระบุว่า มีผู้นำจีนในอดีตเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการหลายคน อาทิ นายกรัฐมนตรีเติ้ง เสี่ยวผิง (2521), ประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน (2542), นายกรัฐมนตรีหลี่ เผิง (2545), ประธานาธิบดีหู จิ่นเทา (2546) และนายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า (2555) เป็นต้น

ปี 2521 รองนายกรัฐมนตรีจีน เติ้ง เสี่ยวผิง ได้เยือนประเทศไทย และได้เข้าร่วมพระราชพิธีทรงผนวช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2542 เจียง เจ๋อหมิน ประธานาธิบดีจีนในขณะนั้นได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะ พระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยในหลวง รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายเจียง เจ๋อหมิน กับภริยาเข้าเฝ้า ณ พระบรมมหาราชวัง

ที่มาของภาพ, POOL/AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2542 เจียง เจ๋อหมิน ประธานาธิบดีจีนในขณะนั้นได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยในหลวง รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายเจียง เจ๋อหมิน กับภริยาเข้าเฝ้า ณ พระบรมมหาราชวัง
Chinese Vice-President Hu Jintao (L) escorts Thailand's Queen Sirikit past a Chinese military honour guard during a welcoming ceremony adjacent to Tiananmen Square at Beijing's Great Hall of the People, 16 October 2000. The Queen and HMS Princess Maha Chakri Sirindhorn are on an official visit until the end of the month. AFP PHOTO/Stephen SHAVER (Photo by STEPHEN SHAVER / AFP) (Photo by STEPHEN SHAVER/AFP via Getty Images)

ที่มาของภาพ, STEPHEN SHAVER /Getty Images

คำบรรยายภาพ, พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จแทนพระองค์เยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ไทย

ในปี 2543 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นผู้แทนพระองค์ ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 16-31 ต.ค. 2543 ตามกราบบังคมทูลคำเชิญของนายเจียง เจ๋อหมินประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องในวาระครบรอบ 25 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ซึ่งในครั้งนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเสด็จด้วย

จากสารคดีประชาสัมพันธ์ก่อนการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา ได้เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเคยเสด็จเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ขณะทรงดํารงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อเป็นการเจริญพระราชไมตรีระหว่างกันถึง 3 ครั้ง

ครั้งแรกในปี 2530 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนระหว่างวันที่ 23 ก.พ. - 8 มี.ค. 2530 โดยเสด็จพระราชดำเนินเยือนกรุงปักกิ่ง มณฑลเหลียวนิง, นครเสิ่นหยาง, มณฑลซานซี, นครซีอาน, มณฑลเจียงซู, นครหนานจิง, นครเซี่ยงไฮ้, มณฑลเจ้อเจียง, นครหางโจว, มณฑลฝูเจี้ยน, เมืองเซี้ยเหมิน, และมณฑลกวางตุ้ง เป็นต้น โดยทอดพระเนตรสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ฟาร์มเกษตร และภารกิจของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน และได้พบผู้นำคนสำคัญของจีนในสมัยนั้นด้วย

Chinese Vice President Wan Li (1916 - 2015) and Thai Prince (and later king) Maha Vajiralongkorn during a welcoming ceremony for the latter's Royal Visit, Beijing, China, 1980s or 1990s. (Photo by Forrest Anderson/Getty Images)

ที่มาของภาพ, Forrest Anderson /Getty Images

คำบรรยายภาพ, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรก ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนระหว่างวันที่ 23 ก.พ.- 8 มี.ค. 2530

การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนครั้งที่ 2 ในปี 2535 ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลจีน ระหว่างวันที่ 22 ต.ค. - 5 พ.ย. 2535 รวม 15 วัน ในครั้งนั้น พระองค์ได้ทรงพบกับนายหยาง ช่างคุน ประธานาธิบดีจีนและผู้นำคนสำคัญ รวมทั้งทอดพระเนตรสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม กิจการด้านการทหาร วิถีชีวิตของชนกลุ่มน้อย รวมทั้งกิจการสำคัญในการพัฒนาประเทศในหลายเมือง

ต่อมาในปี 2541 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งที่ 3 พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ระหว่างวันที่ 22-28 พ.ค. 2541 โดยเสด็จพระราชดำเนินเยือนกรุงปักกิ่ง, มณฑลอันฮุย, เมืองหวงซาน, มณฑลเจียงซู, นครหนานจิง, เมืองหยางโจว และนครเซี่ยงไฮ้ เพื่อทอดพระเนตรสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์และการศาสนา และทรงได้พบกับประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน และผู้นำคนสำคัญของจีนในสมัยนั้น

Princess Maha Chakri Sirindhorn of Thailand meets with Chinese President Jiang Zemin 21 August at the Zhongnanhai leadership compound in Beijing. Princess Sirindhorn is on a two-week tour of China at the invitation of the Chinese government. AFP PHOTO / HITONE SAKA / AFP / POOL / - (Photo credit should read -/AFP via Getty Images)

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 2539 โดยได้ทรงพบหารือกับประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน

นอกจากนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนมาแล้วกว่า 50 ครั้ง และทรงเป็นมิตรที่ใกล้ชิดของจีนและเป็นทูตสันถวไมตรีที่โดดเด่นระหว่างจีน-ไทย และในวันที่ 29 ก.ย. 2562 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ รัฐมิตรภรณ์ แด่กรมสมเด็จพระเทพ ฯ ด้วย เนื่องในโอกาสการฉลองครบรอบ 70 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน (1 ต.ค. 2562) ซึ่งเป็นเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ฝ่ายจีนมอบให้ชาวต่างประเทศที่สร้างคุณูปการสำคัญในการส่งเสริมมิตรภาพและความร่วมมืออันดีกับจีน

BEIJING, CHINA - SEPTEMBER 29: Chinese President Xi Jinping (R) pose for photos with Thai Princess Maha Chakri Sirindhorn after awarding her with a Friendship Medal at a presentation ceremony for national medals and national honorary titles at the Great Hall of the People (GHOP) on September 29, 2019 in Beijing, China. Chinese President Xi Jinping awards national medals and honorary titles to 42 individuals for their outstanding contributions to the country ahead of the 70th anniversary of the founding of the Peoples Republic of China on 01 October 2019. (Photo by How Hwee Young - Pool/Getty Images)

ที่มาของภาพ, Pool/Getty Images

คำบรรยายภาพ, เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2562 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ รัฐมิตรภรณ์ แด่กรมสมเด็จพระเทพฯ ด้วย เนื่องในโอกาสการฉลองครบรอบ 70 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน (1 ต.ค. 2562)

ส่วนสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เสด็จเยือนจีนหลายครั้งเพื่อจัดคอนเสิร์ต "สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน" พร้อมทรงบรรเลงกู่เจิงด้วยพระองค์เอง โดยครั้งล่าสุดจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ และนครหางโจว อีกทั้งทรงมุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อส่งเสริมความร่วมมือจีน-ไทยในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอีกด้วย

ขณะที่ผู้นำจีนคนปัจจุบันอย่าง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยังเคยเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการด้วย โดยในปี 2554 นายสี จิ้นผิง ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีจีน ได้เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการด้วย

ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงขึ้นครองราชย์ในปี 2559 และในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกใน 2562 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ส่งสาส์นถวายพระพร และแสดงความตั้งใจที่จะร่วมมือพัฒนาความสัมพันธ์จีน-ไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงรับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก

ที่มาของภาพ, สำนักพระราชวัง

ต่อมาในเดือน พ.ย. 2565 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ทรงรับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก หรือ เอเปค (Asia – Pacific Economic Cooperation : APEC) ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย. 2565 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

พระราชกรณียกิจของในหลวง-ราชินี ในระหว่างการเสด็จฯ เยือนจีน

ประกาศสำนักพระราชวังเมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่ผ่านมาเปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ณ มหาศาลาประชาชน ในวันที่ 14 พ.ย. โดยมีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และภริยา เฝ้ารับเสด็จ เมื่อเสร็จสิ้นพิธีรับเสด็จ จะทรงมีพระราชปฏิสันถารกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและภริยา จากนั้นจะพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีนเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท และในวันเดียวกัน ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและภริยาจะถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ณ มหาศาลาประชาชน

ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชน จัตุรัสเทียนอันเหมิน และทอดพระเนตรสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในกรุงปักกิ่ง ได้แก่ วัดหลิงกวง ศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ กรุงปักกิ่ง ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีและทรัพยากรด้านการศึกษา สถาบันเทคโนโลยีด้านอวกาศจีน ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมวิทยาศาสตร์นักบินจีน และศูนย์ควบคุมการบินอวกาศกรุงปักกิ่ง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ เพื่อทอดพระเนตรนิทรรศการ "หมื่นมิ่งมงคลไชย สายสัมพันธ์นิรันดร: นิทรรศการโบราณวัตถุฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน" รวมทั้งทอดพระเนตรพระที่นั่งไท่เหอ