ภูเขาน้ำแข็งใหญ่ที่สุดในโลก เกยตื้นใกล้เกาะ "เซาท์จอร์เจีย" หวั่นกระทบแหล่งอาหารเพนกวินนับล้านตัว

Caves formed in the iceberg side

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, จอร์จินา แรนนาร์ด และ เออร์แวน ริวอลต์
    • Role, ผู้สื่อข่าวภูมิอากาศและผู้สื่อข่าวเชิงข้อมูล

ภูเขาน้ำแข็ง A23a ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และมีพื้นที่กว้างกว่ากรุงเทพมหานครถึง 2 เท่า ได้เคลื่อนตัวเข้าไปติดอยู่ในเขตน้ำตื้นนอกชายฝั่งเกาะเซาท์จอร์เจีย (South Georgia Island) ดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ ซึ่งเป็นบ้านของเพนกวินและแมวน้ำหลายล้านตัว

ภูเขาน้ำแข็ง A23a ได้เข้าไปเกยตื้นบริเวณไหล่ทวีป ห่างจากชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ 80 กิโลเมตร ทำให้นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า มันจะเริ่มละลายและแตกตัวออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยตรงจุดดังกล่าวในไม่ช้า

อย่างไรก็ตาม การเข้ามาเกยตื้นของภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมา ทำให้เหล่าชาวประมงของเกาะเซาท์จอร์เจียเกรงว่า มันจะปิดกั้นเส้นทางเดินเรือหาปลา และกระทบต่อแหล่งอาหารของเพนกวินสายพันธุ์มะกะโรนี (macaroni penguin) ในน่านน้ำบริเวณนั้น

แต่นักวิทยาศาสตร์ซึ่งประจำการอยู่ที่สถานีวิจัยในทวีปแอนตาร์กติกากลับมองว่า การละลายตัวของภูเขาน้ำแข็งตรงจุดดังกล่าว จะปลดปล่อยสารอาหารปริมาณมหาศาลออกมา ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนประชากรของสิ่งมีชีวิตและความอุดมสมบูรณ์ในมหาสมุทรได้

ภาพถ่ายจากดาวเทียม MODIS ขององค์การนาซา แสดงให้เห็นภูเขาน้ำแข็ง A23a เข้าใกล้เกาะเซาท์จอร์เจีย ในวันที่ 2 มี.ค. 2025
คำบรรยายภาพ, ภาพถ่ายจากดาวเทียม MODIS ขององค์การนาซา แสดงให้เห็นภูเขาน้ำแข็ง A23a เข้าใกล้เกาะเซาท์จอร์เจีย ในวันที่ 2 มี.ค. 2025

"มันเหมือนกับหย่อนระเบิดสารอาหารลงไป ตรงกลางทะเลทรายที่รกร้างว่างเปล่า" ศาสตราจารย์นาดีน จอห์นสตัน จากองค์กรสำรวจแอนตาร์กติกของอังกฤษ (BAS) กล่าว

ด้านมาร์ก เบลเชียร์ นักนิเวศวิทยาผู้ให้คำแนะนำแก่องค์การปกครองเกาะเซาท์จอร์เจีย แสดงความเห็นว่า "หากภูเขาน้ำแข็งยักษ์นี้แตกตัวออก ภูเขาน้ำแข็งขนาดย่อมที่เกิดขึ้น มีแนวโน้มจะเป็นอันตรายต่อเรือที่สัญจรผ่านไปมา เพราะก้อนน้ำแข็งที่แตกออกจะเคลื่อนตัวไปตามกระแสน้ำท้องถิ่น และอาจขัดขวางไม่ให้เรือประมงเข้าถึงแหล่งจับปลาดั้งเดิมในบริเวณนั้นได้"

เหตุการณ์เกยตื้นนอกชายฝั่งเกาะเซาท์จอร์เจีย ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของภูเขาน้ำแข็ง A23a ซึ่งใช้เวลาเดินทางยาวนานถึงเกือบ 40 ปี จากทวีปแอนตาร์กติกา โดยภูเขาน้ำแข็งยักษ์นี้แยกตัวออกจากหิ้งน้ำแข็ง Filchner–Ronne ในปี 1986 ก่อนจะใช้เวลาหลายสิบปีเคลื่อนตัวขึ้นมาทางทิศเหนือ และเข้าไปติดอยู่ในวังน้ำวนนานถึง 8 เดือนเมื่อปีที่แล้ว

นักวิทยาศาสตร์ใช้ภาพถ่ายดาวเทียม ติดตามความเคลื่อนไหวของ A23a อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนธ.ค. 2024 ซึ่งในตอนนั้นภูเขาน้ำแข็งยักษ์เพิ่งหลุดออกจากวังน้ำวน และเคลื่อนตัวขึ้นเหนือต่อไปจนเข้าสู่น่านน้ำที่เรียกว่า "ตรอกภูเขาน้ำแข็ง" (iceberg alley)

น่าอัศจรรย์ที่ A23a ไม่ได้ละลายตัวเพิ่มเลยแม้แต่น้อย แต่หมุนวนอยู่ในตรอกภูเขาน้ำแข็งนาน 2-3 วัน ก่อนจะเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนืออีกครั้งในช่วงกลางเดือนก.พ. โดยคราวนี้ได้เร่งความเร็วขึ้นจนสามารถเคลื่อนตัวได้ราว 30 กิโลเมตรต่อวัน

ภาพถ่ายจากดาวเทียม MODIS ที่องค์กรสำรวจแอนตาร์กติกของอังกฤษ (BAS) นำมาทำเป็นแผนที่แสดงการเกยตื้นของภูเขาน้ำแข็ง A23a (ล้อมกรอบสีแดง) ซึ่งตอนนี้ติดอยู่ในเขตน้ำตื้นและไหล่ทวีป ห่างจากชายฝั่งเกาะเซาท์จอร์เจีย 80 กม.
คำบรรยายภาพ, ภาพถ่ายจากดาวเทียม MODIS ที่องค์กรสำรวจแอนตาร์กติกของอังกฤษ (BAS) นำมาทำเป็นแผนที่แสดงการเกยตื้นของภูเขาน้ำแข็ง A23a (ล้อมกรอบสีแดง) ซึ่งตอนนี้ติดอยู่ในเขตน้ำตื้นและไหล่ทวีป ห่างจากชายฝั่งเกาะเซาท์จอร์เจีย 80 กม.

ศาสตราจารย์ฮิว กริฟฟิธส์ นักวิทยาศาสตร์ซึ่งประจำการอยู่บนเรือวิจัยขั้วโลก "เซอร์เดวิด แอตเทนบะระ" (Sir David Attenborough) ซึ่งปัจจุบันจอดเทียบที่ทวีปแอนตาร์กติกา บอกกับบีบีซีว่า "ชะตากรรมในอนาคตของภูเขาน้ำแข็งทุกลูกนั้น แน่นอนว่ามันจะต้องตายโดยละลายหมดไปในที่สุด จึงน่าอัศจรรย์อย่างยิ่งที่เราได้เห็นว่า A23a อยู่ยั้งยืนยงมาได้นานถึงขนาดนี้ โดยสูญเสียพื้นที่ไปเพียง 1 ใน 4 ของขนาดดั้งเดิมเท่านั้น"

ภูเขาน้ำแข็งยักษ์ A23a ที่มีความสูงถึง 300 เมตร ได้เข้าไปเกยตื้นตรงจุดที่มันติดอยู่ในปัจจุบัน เมื่อวันเสาร์ที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา และดูเหมือนว่าจะติดแน่นอยู่กับไหล่ทวีปในเขตน้ำตื้นไปอีกนานเลยทีเดียว "มันอาจจะติดอยู่ตรงนั้นไปอีกสักพัก จนกว่าจะมีก้อนน้ำแข็งบางส่วนแยกตัวออกมา" ศาสตราจารย์แอนดรูว์ เมเจอร์ จากองค์กรสำรวจแอนตาร์กติกของอังกฤษกล่าว

แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีปัญหาน่าห่วงว่า บริเวณที่ภูเขาน้ำแข็งเข้ามาชนและเกยตื้นอยู่กับไหล่ทวีป เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์ทะเลจำนวนมาก ทั้งปะการัง,ฟองน้ำ, และหอยทากทะเล "จักรวาลทั้งหมดของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ ถูกภูเขาน้ำแข็งที่เหมือนกับรถตักดิน ไถทำลายจนพื้นทะเลราบเป็นหน้ากลอง" ศ.กริฟฟิธส์กล่าวอธิบาย

แม้จะฟังดูเป็นหายนะที่ใหญ่หลวง แต่ศ.กริฟฟิธส์กลับมองว่า นี่เป็นเพียงความเสียหายในระยะสั้นเท่านั้น โดยเหตุการณ์นี้ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตตามธรรมชาติในมหาสมุทรใกล้ทวีปแอนตาร์กติกา "เมื่อระบบนิเวศในบริเวณหนึ่งถูกทำลายไป มันจะช่วยเพิ่มแหล่งอาหารและเติมสารอาหารให้กับพื้นที่บริเวณอื่น"

นักวิทยาศาสตร์ประมาณการว่า มีเพนกวินสายพันธุ์มะกะโรนีถึง 3 ล้านตัว ที่เกาะเซาท์จอร์เจีย

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นักวิทยาศาสตร์ประมาณการว่า มีเพนกวินสายพันธุ์มะกะโรนีถึง 3 ล้านตัว ที่เกาะเซาท์จอร์เจีย

นอกจากนี้หลายฝ่ายยังหวั่นเกรงกันว่า ภูเขาน้ำแข็งยักษ์อาจส่งผลกระทบต่อสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่าบนบก อย่างเช่นเพนกวินและแมวน้ำ ดังในกรณีที่เคยมีภูเขาน้ำแข็งชนเข้ากับเกาะแห่งหนึ่งในทะเลรอสส์ (Ross Sea) เมื่อปี 2004 จนเกิดอุปสรรคขัดขวางการผสมพันธุ์ของเพนกวิน จนพวกมันมีอัตราการตายพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก

แผนที่แสดงการเคลื่อนตัวของภูเขาน้ำแข็ง A23a หลังแตกออกจากหิ้งน้ำแข็งของทวีปแอนตาร์กติกาในปี 1986 แล้วมาติดตื้นกับพื้นก้นทะเลในบริเวณใกล้เคียงนานถึง 30 ปี ก่อนจะเคลื่อนตัวอีกครั้งในปี 2022 (เส้นทางสีแดง) ต่อมาในปี 2023 ภูเขาน้ำแข็งเคลื่อนตัวเร็วขึ้นไปตามแนวของสันเขาใต้ทะเล (เส้นทางสีส้มแก่) จนมาติดอยู่ในวังน้ำวนนานถึง 8 เดือนในปี 2024 (เส้นทางสีส้มอ่อน) และมาเกยตื้นที่ตำแหน่งปัจจุบันในวันที่ 3 มี.ค. 2025
คำบรรยายภาพ, แผนที่แสดงการเคลื่อนตัวของภูเขาน้ำแข็ง A23a หลังแตกออกจากหิ้งน้ำแข็งของทวีปแอนตาร์กติกาในปี 1986 แล้วมาติดตื้นกับพื้นก้นทะเลในบริเวณใกล้เคียงนานถึง 30 ปี ก่อนจะเคลื่อนตัวอีกครั้งในปี 2022 (เส้นทางสีแดง) ต่อมาในปี 2023 ภูเขาน้ำแข็งเคลื่อนตัวเร็วขึ้นไปตามแนวของสันเขาใต้ทะเล (เส้นทางสีส้มแก่) จนมาติดอยู่ในวังน้ำวนนานถึง 8 เดือนในปี 2024 (เส้นทางสีส้มอ่อน) และมาเกยตื้นที่ตำแหน่งปัจจุบันในวันที่ 3 มี.ค. 2025

อย่างไรก็ตามเหล่าผู้เชี่ยวชาญมองว่า เหตุการณ์ภูเขาน้ำแข็งยักษ์เกยตื้นใกล้เกาะเซาท์จอร์เจียในครั้งนี้ จะไม่ส่งผลกระทบทางลบต่อนกและสัตว์อื่น ๆ บนเกาะเท่าใดนัก แต่ฝูงเพนกวินมะกะโรนีบางส่วนซึ่งหากินในน่านน้ำตรงที่ภูเขาน้ำแข็งเกยตื้นอยู่ อาจได้รับผลกระทบในเรื่องของแหล่งอาหารได้

ปีเตอร์ เฟร็ตเวลล์ นักวิทยาศาสตร์จากองค์กรสำรวจแอนตาร์กติกของอังกฤษ อธิบายว่าเมื่อภูเขาน้ำแข็งเริ่มละลายตัว จะเหมือนกับการเติมน้ำจืดลงไปในน้ำเค็มตรงท้องทะเลบริเวณนั้น ทำให้อาหารของเพนกวินอย่างเช่นคริลล์ (krill) สัตว์น้ำมีเปลือกแข็งคล้ายกุ้งตัวจิ๋วลดจำนวนลง ส่วนนกทะเลนั้นแม้จะสามารถบินไปหาอาหารตรงแถบชายฝั่งด้านอื่นได้ แต่ก็ต้องแข่งขันกับสัตว์ชนิดอื่นที่หากินในถิ่นนั้นเป็นประจำอยู่แล้ว

ด้านอุตสาหกรรมประมงในน่านน้ำมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้และแอนตาร์กติก ก็หวั่นเกรงเช่นกันว่าภูเขาน้ำแข็งยักษ์จะกีดขวางเรือประมงไม่ให้เข้าถึงแหล่งหาปลา เมื่อฤดูกาลจับปลาเริ่มขึ้นในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้

ภูเขาน้ำแข็ง A23a ยังคงมีขนาดใหญ่มหึมา แม้จะละลายตัวไปบ้างเมื่อเคลื่อนที่เข้าสู่เขตน่านน้ำที่อบอุ่นขึ้น

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภูเขาน้ำแข็ง A23a ยังคงมีขนาดใหญ่มหึมา แม้จะละลายตัวไปบ้างเมื่อเคลื่อนที่เข้าสู่เขตน่านน้ำที่อบอุ่นขึ้น

แอนดรูว์ นิวแมน ตัวแทนของบริษัทประมง Argos Froyanes บอกว่า "มันจะเป็นน้ำแข็งก้อนใหญ่ที่สุด เท่าที่พวกเราเคยต้องเผชิญมา แต่เรามีการหาข้อมูลล่วงหน้าและเตรียมพร้อมรับมือไว้เป็นอย่างดี"

แต่ถึงกระนั้น นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่าภูเขาน้ำแข็งยักษ์ก้อนต่าง ๆ มีคุณประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรอย่างคาดไม่ถึง โดยทีมวิจัยของศ.กริฟฟิธส์ และศ.จอห์นสตัน ซึ่งประจำการบนเรือวิจัยขั้วโลก "เซอร์เดวิด แอตเทนบะระ" สามารถรวบรวมหลักฐานมาสนับสนุนความเชื่อที่ว่า มีกระแสการไหลเวียนของสารอาหารปริมาณมาก ออกจากภูเขาน้ำแข็งยักษ์แถบทวีปแอนตาร์กติกา โดยกระแสของสารอาหารนี้ได้แพร่กระจายตัวไปทั่วโลก

ก่อนหน้านั้นอนุภาคของแร่ธาตุและสารอาหารจากทั่วโลก ถูกกักเก็บเอาไว้ในก้อนน้ำแข็งยักษ์ของแอนตาร์กติกา หลังจากนั้นการละลายตัวจะค่อย ๆ ปลดปล่อยแร่ธาตุและสารอาหารดังกล่าว กลับคืนสู่มหาสมุทรในส่วนต่าง ๆ ของโลก

"หากไม่มีภูเขาน้ำแข็ง เราก็ไม่อาจจะมีระบบนิเวศนี้ได้ ซึ่งมันเป็นหนึ่งในระบบนิเวศที่ให้ผลผลิตสูงสุดของโลก เกื้อหนุนสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดพันธุ์ ทั้งยังเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ตัวใหญ่ที่สุดในโลกอย่างวาฬสีน้ำเงินด้วย" ศ.กริฟฟิธส์กล่าว

สัญญาณที่จะบ่งบอกว่ามีสารอาหารปริมาณมากถูกปลดปล่อยจาก A23a คือการเกิดปรากฏการณ์สะพรั่งของแพลงก์ตอนพืช หรือไฟโตแพลงก์ตอนบลูม (phytoplankton bloom) ซึ่งจะเห็นเป็นแถบสีเขียวกระจายออกไปโดยรอบภูเขาน้ำแข็ง และจะสังเกตการณ์ได้ด้วยภาพถ่ายดาวเทียมในช่วงหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนต่อจากนี้

แม้วงจรชีวิตของภูเขาน้ำแข็งจะเป็นไปตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่คาดว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ จะทำให้มีภูเขาน้ำแข็งยักษ์แตกตัวออกมาเพิ่มขึ้นจากทวีปแอนตาร์กติกาที่กำลังมีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อย ๆ ความเปลี่ยนแปลงนี้ยังอาจทำให้ภูเขาน้ำแข็งยักษ์ที่แยกตัวออกจากหิ้งน้ำแข็งของทวีป ละลายตัวเร็วขึ้นและส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตรวมทั้งการประมงในบริเวณนั้นได้