ผมร่วงผมบางแก้ไขได้ไหม ? เปิด 3 วิธีช่วยกู้คืนสุขภาพหนังศีรษะ

ที่มาของภาพ, Getty Images
อาการผมร่วงอย่างหนักจนผมเริ่มบางหรือถึงขั้นศีรษะล้าน สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยไม่จำกัดเพศหรือวัย และไม่มีความเฉพาะเจาะจงกับกลุ่มชาติพันธุ์ใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ภาวะนี้อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์, ความชรา, โรคภัยต่าง ๆ , รวมทั้งการใช้ชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ที่ไม่ดีต่อสุขภาพ
เพื่อที่จะเรียนรู้อย่างลึกซึ้งถึงแก่นแท้ของสาเหตุและวิธีแก้ไขอาการผมร่วงผมบาง ผู้สื่อข่าวบีบีซีได้พูดคุยกับ เอนิตัน แอกิดี ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะ (trichologist) ซึ่งเป็นผู้บริหารคลินิกดูแลสุขภาพเส้นผมชื่อดังในสหราชอาณาจักร เธอมีประสบการณ์ช่ำชองในการดูแลเส้นผมของลูกค้าหลายประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่มีเส้นผมแบบชาวแอฟริกัน
"ไม่มีใครรอดพ้นจากภาวะผมร่วงผมบางไปได้ แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเส้นผมอย่างตัวฉันเอง ก็เคยมีอาการผมร่วงผิดปกติมาแล้วในอดีต" แอกิดีกล่าว
วารสารการแพทย์ "ตจศัลยศาสตร์" (Dermatologic Surgery) ของสหรัฐฯ รายงานว่ามีชายอายุ 18-29 ปี ราว 16% ที่มีภาวะผมร่วงผมบาง ตัวเลขสถิตินี้เพิ่มขึ้นเป็น 30% กับชายในกลุ่มอายุ 30-39 ปี และสูงขึ้นไปอีกถึง 50% กับชายในกลุ่มอายุ 40-49 ปี
ภาวะผมร่วงผมบางหรือที่ศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า "อะโลพีเชีย" (alopecia) ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษในหมู่สุภาพบุรุษทั้งหลาย แต่อันที่จริงแล้ว ภาวะดังกล่าวก็สามารถพบได้บ่อยในผู้หญิงเช่นกัน โดยรายงานของคณะแพทยศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดในสหรัฐฯ ระบุว่า 1 ใน 3 ของประชากรสตรีทั่วโลก ต้องประสบกับภาวะผมร่วงผมบางอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต

ที่มาของภาพ, Getty Images
รีบรักษาอาการผมร่วงแต่เนิ่น ๆ จะได้ผลหรือไม่ ?
พญ.อาณจัล พันธ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังและศัลยกรรมปลูกผมในรัฐคุชราตของอินเดีย บอกว่าสิ่งแรกที่ควรทำเมื่อเริ่มพบว่ามีอาการผมร่วงผิดปกติ คือรีบไปขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อที่จะได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้องเสียตั้งแต่แรก ซึ่งจะทำให้คนที่ผมร่วงในระยะแรกเริ่มมีโอกาสปรับเปลี่ยนหลายสิ่งในชีวิตประจำวัน เพื่อฟื้นฟูสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะให้กลับคืนมาได้
"อาหารโปรตีนสูงนั้นสำคัญมากต่อการเจริญเติบโตที่ดีของเส้นผม" พญ.พันธ์กล่าว "หากคนที่ผมร่วงผิดปกติมีภาวะขาดสารอาหารอยู่ นั่นคือสิ่งแรกที่ต้องจัดการแก้ไขก่อน"
คนที่เริ่มมีภาวะผมร่วงผมบาง มักรีบซื้อครีมหรือโลชั่นบำรุงผมที่มีส่วนผสมของยาอย่าง "ไมน็อกซิดิล" (minoxidil) หรือสารเคมีอย่างกาเฟอีนมาใช้ ไมน็อกซิดิลซึ่งมักอยู่ในรูปของเหลวหรือโฟมนั้น สามารถเพิ่มการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงรากผม ซึ่งทำให้ผมงอกยาวขึ้นมาได้ดีกว่าเดิม แต่พญ.พันธ์ กล่าวเตือนเรื่องการใช้ยานี้ว่า "ไมน็อกซิดิลอาจช่วยลดภาวะผมบางลงได้บ้าง แต่จะไม่ช่วยให้มีเส้นผมเส้นใหม่งอกขึ้นมา"
ยาอีกตัวหนึ่งที่นิยมใช้รักษาภาวะผมร่วงผมบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มผู้ชาย ได้แก่ "คีโตโคนาโซล" (ketoconazole) เพราะยาชนิดนี้มีประสิทธิภาพดีในการรักษารังแค ซึ่งแท้จริงแล้วคือภาวะหนังศีรษะอักเสบที่ทำให้อาการผมร่วงรุนแรงขึ้น
คีโตโคนาโซลนั้นแตกต่างจากไมน็อกซิดิลตรงที่เป็นยาฆ่าเชื้อรา ซึ่งแพทย์นิยมใช้รักษาอาการติดเชื้อราที่หนังศีรษะ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่พบว่า คีโตโคนาโซลยังสามารถลดระดับฮอร์โมน "ดีเอชที" (DHT) ที่มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับภาวะผมร่วงผมบางได้ด้วย
พญ.พันธ์ ยังให้คำแนะนำอีกว่า "คนส่วนใหญ่มักคิดว่า ภาวะผมร่วงผมบางนั้นสามารถรักษาให้หายขาดได้ หากเข้ารับการรักษาไปสักคอร์สหนึ่งหรือระยะหนึ่ง แต่ที่จริงแล้วมันไม่ใช่แค่นั้น การรักษาและฟื้นฟูภาวะผมร่วงผมบางให้กลับคืนมาเป็นปกติ ต้องอาศัยการทุ่มเทดูแลรักษาไปตลอดชีวิต"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อเส้นผม
ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะอย่างแอกิดีบอกว่า การมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเส้นผมของตนเอง เช่นทราบว่าเป็นเส้นผมชนิดใดนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลรักษาภาวะผมร่วงผมบาง
แอกิดียังแนะนำว่า การทำผมโดยใช้ความร้อนสูง การไว้ทรงผมที่รวบตึงหรือถักเปียแน่นจนเกินไป อย่างที่คนมีเชื้อสายแอฟริกันชอบทำกันนั้น บางครั้งอาจทำให้เกิดผมร่วงผิดปกติในระยะเริ่มแรกได้ "ความรู้ความเข้าใจในเรื่องการทำผมหรือแต่งผมนั้นเป็นสิ่งสำคัญ คุณต้องรู้ว่าทรงผมแบบไหนตึงแน่นเกินไป หรือถ่วงรั้งจนหนักหนังศีรษะเกินไป เพราะมันจะเกิดแรงดึงมหาศาลที่กระทำต่อรูขุมขนได้"
รูขุมขนบนหนังศีรษะคืออวัยวะที่สร้างการเจริญเติบโตของเส้นผม ทั้งยังเป็นอวัยวะที่ช่วยรักษาบาดแผล และสร้างเซลล์หนังศีรษะใหม่ขึ้นมาด้วย "ลูกค้าที่มารักษากับฉันหลายคน มีทั้งภาวะผมร่วงจากการมัดดึงรั้งผม (Traction Alopecia - TA) และภาวะผมร่วงชนิดมีแผลเป็นด้านหน้า (Frontal Fibrosing Alopecia - FFA) สาเหตุนั้นล้วนมาจากการทำผมและแต่งผมมากจนเกินไป"
นอกจากนี้ ปัจจัยอื่น ๆ ที่ต้องควบคุมเพื่อหยุดยั้งไม่ให้อาการผมร่วงผิดปกติรุนแรงขึ้นอีก ได้แก่การงดเว้นไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งหลีกเลี่ยงความเครียดและการอดนอน
พญ.พันธ์ อธิบายเพิ่มเติมในประเด็นนี้ว่า การสูบบุหรี่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงหดตัว (vasoconstriction) ซึ่งจะทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้ลดลง รวมถึงที่หนังศีรษะด้วย
คนขี้เกียจที่ไม่สระผมให้สะอาดเป็นประจำสม่ำเสมอ สามารถเกิดภาวะผมร่วงผมบางได้เช่นกัน โดยจะสังเกตเห็นได้ว่ามีผมร่วงมากในขณะที่กำลังอาบน้ำ แม้จะไม่ได้สระผมก็ตาม "หากคุณมีเส้นผมและหนังศีรษะมันเยิ้ม แนะนำให้สระผมทุกวันหรือวันเว้นวัน แต่หากคุณมีหนังศีรษะแบบแห้งหรือปกติธรรมดา ควรสระผมอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์" พญ.พันธ์กล่าว

ที่มาของภาพ, Getty Images
ปลูกผมคือวิธีรักษาที่ง่ายที่สุดจริงหรือ ?
ศัลยกรรมปลูกผมคือหัตถการทางการแพทย์เพื่อความงาม ซึ่งใช้การผ่าตัดช่วยให้ผมงอกขึ้นใหม่ ในบริเวณหนังศีรษะที่ผมร่วงจนเตียนโล่งไปแล้ว คนส่วนใหญ่มักเข้ารับการทำศัลยกรรมปลูกผม เพื่อฟื้นฟูหรือเสริมสร้างความมั่นใจในรูปลักษณ์ของตนเอง
แม้จะมีราคาแพง แต่พญ.พันธ์บอกว่าศัลยกรรมปลูกผมนั้นได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะให้ผลการรักษาดีที่สุดอย่างเห็นได้ชัดเจนเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม คนจำนวนมากอาจไม่ทราบว่า ผู้รับการทำศัลยกรรมปลูกผมจะต้องดูแลรักษาสุขภาพหนังศีรษะของตนเองอย่างดีไปตลอดชีวิต ไม่อย่างนั้นภายในเวลา 6-7 ปีหลังการปลูกผม เส้นผมตามธรรมชาติของคนผู้นั้นอาจหลุดร่วงไปจนหมด และเหลือไว้เพียงหย่อมเส้นผมที่แพทย์ปลูกให้เท่านั้น
ส่วนผู้เชี่ยวชาญอย่างแอกิดีมองว่า ศัลยกรรมปลูกผมควรเป็นวิธีสุดท้ายที่ใช้ หากวิธีรักษาอื่น ๆ ไม่ได้ผล และมันอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับผู้มีภาวะผมร่วงผมบางทุกคน
"ศัลยกรรมปลูกผมนั้น เทียบได้กับการออกไปนอกบ้านในฤดูหนาว แต่คุณคว้าเพียงเสื้อคลุมหรือเสื้อแจ็กเก็ตมาสวมทับไว้เพียงตัวเดียว โดยไม่ได้เตรียมสวมชุดที่ช่วยรักษาความอบอุ่นรองเอาไว้ด้านในอีกชั้นเลย แน่นอนว่าหลังจากนั้นไม่นาน คุณจะรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาอีกครั้ง" แอกิดีกล่าว










