เจ้าชายวิลเลียมตรัสว่า “ปีนี้เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของข้าพเจ้า”

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, แดเนียลา เรล์ฟ
- Role, ผู้สื่อข่าวอาวุโส สายราชสำนักของบีบีซี
เจ้าชายแห่งเวลส์ทรงตรัสถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมาว่าเป็น “ปีที่ยากลำบากที่สุด” ในชีวิตของพระองค์
ในการประทานสัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวก่อนเสร็จสิ้นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนแอฟริกาใต้ เจ้าชายวิลเลียมทรงเล่าถึงการรับมือกับสถานการณ์หลังจากพระชายาและพระราชบิดาทรงได้รับการวินิจฉัยว่าประชวรด้วยโรคมะเร็ง
“มันน่ากลัวมาก อาจเป็นปีที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของข้าพเจ้า ดังนั้น ความพยายามที่จะผ่านทุกอย่างไปให้ได้และทำทุกอย่างให้เป็นไปตามแผน จึงเป็นเรื่องยากมาก” เจ้าชายวิลเลียม ตรัสภายหลังถูกถามว่าปีนี้เป็นอย่างไรหลังจากสมาชิกราชวงศ์ต้องเผชิญกับปีที่ยากลำบาก
สำนักพระราชวังบักกิงแฮมออกแถลงการณ์ในเดือน ก.พ. ว่า สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่สามแห่งสหราชอาณาจักร ทรงพระประชวรด้วยโรคมะเร็ง จากนั้นเพียง 6 สัปดาห์ มีแถลงการณ์สำนักพระราชวังเคนซิงตันระบุว่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ทรงอยู่ในช่วงต้นของการรักษาโรคมะเร็งด้วยการถวายพระโอสถเคมีบำบัด (คีโม)
จากนั้นกษัตริย์ชาร์ลส์ทรงกลับมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจอีกครั้ง ขณะที่เจ้าหญิงเคททรงรับการรักษาด้วยพระโอสถเคมีบำบัดเสร็จสิ้นลงแล้ว
เจ้าชายวิลเลียมตรัสว่า "ข้าพเจ้าภูมิใจในตัวพระชายาและพระราชบิดาเป็นอย่างมากที่สามารถจัดการทุกสิ่งทุกอย่างให้ลุล่วงไปได้”
"แต่จากมุมมองการเป็นครอบครัวแล้ว มันโหดร้ายมาก"
เจ้าชายแห่งเวลส์เสด็จพระราชดำเนินเยือนแอฟริกาใต้ เพื่อร่วมพิธีมอบรางวัล Earthshot ซึ่งเป็นโครงการของพระองค์เอง
เมื่อคืนวันพุธ (6 พ.ย.) โครงการทั้ง 5 โครงการได้รับรางวัลเงินรางวัล 1 ล้านปอนด์ (ราว 44 ล้านบาท) จากนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม
พระองค์ยังทรงถูกถามเกี่ยวกับบทบาทของเจ้าชายแห่งเวลส์ และการที่ทรงชื่นชอบอิสรภาพ และความรับผิดชอบที่มาพร้อมกัน
"เป็นคำถามที่ตอบยาก ข้าพเจ้าชอบความรับผิดชอบที่มากกว่านี้ไหม ขอตอบว่าไม่" เจ้าชายวิลเลียมตรัสตอบ
"ข้าพเจ้าชอบอิสรภาพที่สามารถสร้างอะไรบางอย่าง เช่นโครงการ Earthshot มากกว่าไหม ก็ใช่”
"และนั่นคืออนาคตสำหรับข้าพเจ้า เพราะเห็นสิ่งที่สำคัญต่อบทบาทและพื้นที่สำคัญของข้าพเจ้า ในการทำความดี ซึ่งข้าพเจ้ากำลังช่วยชีวิตผู้คนและกำลังทำบางอย่างที่มีความหมายอย่างแท้จริง”
เจ้าชายแห่งเวลส์ทรงไว้เคราครึ้มตั้งแต่ช่วงฤดูร้อน นำมาซึ่งความเห็นที่แตกต่างแม้กระทั่งในหมู่คนที่ใกล้ชิดพระองค์ รวมถึงเจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ พระธิดาของพระองค์ด้วย
“ตอนแรกชาร์ล็อตต์ไม่ชอบเคราเลย เธอร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร ข้าพเจ้าเลยต้องโกนมันออก แล้วก็กลับมาไว้เคราอีกครั้ง ข้าพเจ้าคิดว่าเดี๋ยวก่อน และข้าพเจ้าโน้มน้าวใจเธอได้ว่ามันจะดีเอง”
ส่วนความรู้สึกทั่วไปของพระองค์เกี่ยวกับการผสมผสานบทบาทในฐานะว่าที่กษัตริย์ สามี และผู้เป็นพ่อ เจ้าชายวิลเลียมทรงค้นพบการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างพระกรณียกิจในงานราชการกับการใช้เวลาส่วนพระองค์
“ข้าพเจ้าสนุกกับงาน และยังสนุกกับการเดินไปตามจังหวะของตัวเอง และคอยดูแลว่า ข้าพเจ้ามีเวลาให้กับครอบครัวด้วย” พระองค์ตรัสทิ้งท้าย











